ชาร์จแบตรถยนต์เก่าด้วยโซล่าเซลล์: PWM หรือ MPPT ดี?
ถ้าใครกำลังคิดจะเอาแบตรถยนต์เก่ามาใช้สำรองไฟในบ้านคู่กับโซล่าเซลล์ สิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือ “โซล่าชาร์จเจอร์” เพราะเลือกผิด ชีวิตเปลี่ยน (แบตเสื่อมเร็วกว่าเดิมแบบไม่รู้ตัว)
คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามตรงนี้ไป เพราะคิดว่าชาร์จเจอร์ตัวไหนก็เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วมันมีผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่โดยตรงเลยนะ
หลักๆ แล้วโซล่าชาร์จเจอร์ที่นิยมใช้กันมีอยู่ 2 แบบ คือ:
– PWM (Pulse Width Modulation): ตัวนี้ราคาจะถูกกว่า ใช้งานง่าย เหมาะกับระบบเล็กๆ ที่มีกำลังไฟไม่เยอะมาก ข้อดีคือมันจะค่อยๆ ปรับกระแสไฟให้เหมาะสมกับการชาร์จแบตเตอรี่ แต่ข้อเสียคือประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานจากแผงโซล่าเซลล์อาจจะไม่สูงเท่าอีกแบบ ทำให้บางทีไฟที่ได้จากแผงไม่ถูกนำมาใช้เต็มที่
– MPPT (Maximum Power Point Tracking): ตัวนี้จะแพงกว่า PWM เล็กน้อย แต่ประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานจะดีกว่ามาก มันสามารถดึงพลังงานสูงสุดจากแผงโซล่าเซลล์มาใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำให้แบตเตอรี่ชาร์จเต็มเร็วขึ้น และได้พลังงานสำรองที่คุ้มค่ากว่า
สำหรับแบตรถยนต์เก่าที่เราเอามาใช้สำรองไฟ ถ้าเลือก PWM อาจจะเจอว่าแบตชาร์จไม่ค่อยเต็ม หรือเสื่อมเร็วกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการจัดการพลังงานไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร แต่ถ้าเป็น MPPT แม้จะลงทุนสูงกว่าหน่อย แต่ในระยะยาวแล้วจะคุ้มค่ากว่ามาก เพราะได้ประโยชน์จากแผงโซล่าเซลล์เต็มที่ และช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้นานขึ้นด้วย
สรุปคือ ถ้าเน้นประหยัดงบสุดๆ แบบแทบไม่มีงบประมาณเลย PWM อาจจะพอไหว แต่ถ้าอยากได้ประสิทธิภาพสูงสุดและอยากให้แบตเตอรี่อยู่กับเราไปนานๆ MPPT คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์กว่าเยอะ และถ้ายังสงสัยว่าระบบของคุณควรใช้แบบไหนดี ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก ArsomSolarCell เพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะสมที่สุด