OBD2 กับ TPMS เลือกติดอะไรดี รถบ้านควรมีไหม?
เดี๋ยวนี้อุปกรณ์เสริมรถยนต์ออกมาเยอะแยะไปหมด บางอย่างก็ดีจริง บางอย่างก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่ อย่าง OBD2 กับ TPMS ที่หลายคนสงสัยว่ามันคืออะไร แล้วรถบ้านอย่างเรา ๆ ควรมีติดไว้ทั้งคู่มั้ย หรือเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งพอ
ลองมาดูกันง่าย ๆ ว่าแต่ละตัวทำอะไรได้บ้าง:
– OBD2 (On-Board Diagnostics II): ตัวนี้เหมือนหมอประจำรถที่คอยสแกนความผิดปกติของเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า หรือส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสมองกลรถยนต์ เวลาไฟเตือนรูปเครื่องยนต์โชว์ขึ้นมา เจ้า OBD2 จะช่วยบอกโค้ดผิดพลาดให้เราเอาไปเช็กได้ว่ามีอะไรเสีย หรือต้องซ่อมตรงไหน ถ้าใครชอบดูแลรถเอง หรืออยากรู้ว่ารถเป็นอะไรก่อนเข้าอู่ ตัวนี้มีประโยชน์มากครับ โดยเฉพาะถ้าเลือกแบบ Bluetooth ที่เชื่อมกับมือถือได้ยิ่งสะดวก
– TPMS (Tire Pressure Monitoring System): อันนี้ตรงตัวเลยครับ คือระบบวัดลมยาง คอยแจ้งเตือนเราถ้ายางแบน หรือลมยางอ่อนผิดปกติ ซึ่งสำคัญมากเรื่องความปลอดภัย เพราะลมยางที่เหมาะสมจะช่วยให้การขับขี่เกาะถนน ประหยัดน้ำมัน และยืดอายุยางได้ดี ถ้าเกิดยางแบนกลางทางจะได้รู้ตัวก่อนที่จะไปต่อไม่ไหว
ถามว่าจำเป็นต้องมีทั้งคู่ไหม? เอาจริง ๆ คือมันทำงานคนละส่วนกันเลยครับ OBD2 ดูเรื่องเครื่องยนต์ ส่วน TPMS ดูเรื่องยาง ถ้าถามว่า OBD2 TPMS จำเป็นไหม สำหรับรถบ้าน คำตอบคือขึ้นอยู่กับการใช้งานและงบประมาณของคุณครับ
ถ้าเป็นคนขับรถเดินทางไกลบ่อย ๆ หรือกังวลเรื่องความปลอดภัย TPMS สำคัญกว่า เพราะเรื่องลมยางมีผลกับอุบัติเหตุโดยตรง แต่ถ้าเป็นคนชอบเช็กสภาพรถเอง อยากรู้ปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนเอาเข้าศูนย์ OBD2 ก็เป็นตัวเลือกที่ดีครับ บางคนอาจจะเลือกติด TPMS ก่อน เพราะมันเกี่ยวกับความปลอดภัยโดยตรง ส่วน OBD2 อาจจะค่อยหามาติดทีหลังก็ได้ ถ้าสนใจเรื่องการดูแลรถเชิงลึกมากขึ้น
ส่วนตัวผมมองว่า TPMS ค่อนข้างจำเป็นสำหรับทุกคนครับ ส่วน OBD2 ขึ้นอยู่กับความสนใจและการใช้งานแต่ละคนเลย