ตลาดออโต้คาร์ รีวิวของแต่งรถและอุปกรณ์รถยนต์

บทความสำหรับคนใช้รถ รวมรีวิวของแต่งรถ อะไหล่รถยนต์ น้ำมันเครื่อง แบตเตอรี่ อุปกรณ์ดูแลรถ แก็ดเจ็ต รถไฟฟ้า และมอเตอร์ไซค์ พร้อมคำแนะนำก่อนเลือกซื้อสินค้าให้เหมาะ

หลายคนเลือกหุ้มเบาะรถยนต์แบบสวมทับเพราะติดตั้งง่าย เปลี่ยนได้ตามใจชอบ แถมยังช่วยปกป้องเบาะเดิมไม่ให้สกปรกหรือเสียหาย แต่บางทีก็แอบกังวลว่ามันจะทำให้เบาะเดิมอับชื้น หรือมีเชื้อราขึ้นได้จริงไหม

เรื่องนี้เป็นไปได้ครับ ส่วนใหญ่มักเกิดจากหลายสาเหตุผสมกัน:

อากาศไม่ถ่ายเท: ถ้าผ้าคลุมเบาะที่ใช้ไม่ระบายอากาศเท่าที่ควร อากาศร้อน ๆ ในรถก็จะอมอยู่ใต้ผ้าคลุม ทำให้ความชื้นสะสมง่าย

การรั่วซึม: ไม่ว่าจะน้ำหก กาแฟหก หรือฝนสาด ถ้ามันซึมผ่านผ้าคลุมไปถึงเบาะเดิมแล้วแห้งไม่สนิท ก็เป็นแหล่งเพาะเชื้อราชั้นดี

วัสดุของผ้าคลุม: ผ้าคลุมบางชนิดที่อมความชื้นไว้เยอะ ก็ยิ่งทำให้ปัญหาแย่ลงไปอีก

แล้วจะเลือกวัสดุแบบไหนที่ช่วยระบายอากาศได้ดีขึ้น? ลองดูสองตัวเลือกหลักๆ ที่นิยมใช้กัน:

ผ้าตาข่าย (Mesh Fabric): วัสดุนี้ขึ้นชื่อเรื่องการระบายอากาศที่ดีเยี่ยมครับ ด้วยโครงสร้างที่เป็นรูพรุน ทำให้อากาศไหลผ่านได้สะดวก ลดการสะสมความร้อนและความชื้นได้ดี เหมาะกับคนที่เหงื่อออกง่าย หรืออยู่ในสภาพอากาศร้อนชื้น ข้อดีคือเบาสบาย นั่งแล้วไม่ร้อน แต่ข้อเสียคืออาจจะไม่ได้ให้ความรู้สึกหรูหราเท่าหนัง และการกันน้ำอาจจะไม่ดีเท่า

หนัง PU (Polyurethane Leather): เป็นหนังเทียมที่นิยมใช้กันมาก เพราะดูสวยงามคล้ายหนังแท้ และมีราคาที่จับต้องได้ หนัง PU บางชนิดก็มีการพัฒนาให้มีคุณสมบัติระบายอากาศที่ดีขึ้น มีการเจาะรูเล็กๆ หรือผสมวัสดุที่ช่วยให้ลมผ่านได้ แต่โดยรวมแล้ว การระบายอากาศอาจจะยังไม่ดีเท่าผ้าตาข่าย แต่แลกมาด้วยความหรูหราและทำความสะอาดง่ายกว่า

จริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นวัสดุไหน สิ่งสำคัญคือการดูแลรักษาครับ หมั่นถอดผ้าคลุมออกมาทำความสะอาด ผึ่งแดดบ้าง และถ้ามีน้ำหกใส่ ควรรีบเช็ดให้แห้งสนิททั้งบนผ้าคลุมและบนเบาะเดิม เพื่อป้องกันปัญหาอับชื้นและเชื้อราครับ ถ้าอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ลองอ่านบทความ หุ้มเบาะรถยนต์แบบสวมทับ เบาะเดิมจะอับชื้น-เชื้อราขึ้นไหม และวัสดุระบายอากาศไหนคุ้มจริง ได้เลย

เคยสงสัยไหมว่า OBD2 บลูทูธราคาหลักร้อย กับหลักพัน มันต่างกันแค่ไหน แล้วของถูกนี่มันจะอ่านค่าเพี้ยนจริงหรือเปล่า? หลายคนคงคิดว่าจ่ายแพงกว่าน่าจะดีกว่า แต่ในโลกของแกดเจ็ตติดรถยนต์ บางทีมันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป

จากประสบการณ์ตรง หลายคนลองซื้อ OBD2 บลูทูธตัวละ 200 กว่าบาทมาใช้ แล้วก็พบว่ามันอ่านค่าพื้นฐานได้ไม่ต่างจากตัวแพงๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นรอบเครื่องยนต์ ความเร็ว อุณหภูมิน้ำหล่อเย็น หรือแม้แต่แรงดันแบตเตอรี่ ค่าเหล่านี้มักจะแสดงผลได้ค่อนข้างใกล้เคียงกัน ไม่ได้มีอะไรผิดเพี้ยนจนน่าตกใจ

แต่สิ่งที่ตัวแพงกว่าอาจจะทำได้ดีกว่าคือเรื่องความเสถียรในการเชื่อมต่อ หรือบางทีก็อาจจะมีฟังก์ชันพิเศษที่ซับซ้อนกว่า เช่น การอ่านค่าเฉพาะบางส่วนของรถบางรุ่น หรือการรองรับโปรแกรมที่หลากหลายกว่า แต่ถ้ามองแค่การใช้งานทั่วไป แค่อ่านโค้ดเช็กไฟเครื่อง หรือดูค่าพื้นฐานแบบเรียลไทม์ ตัวถูกก็ตอบโจทย์ได้สบายๆ ไม่ได้จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไป

สรุปคือ ถ้าคุณแค่อยากได้เครื่องมือไว้เช็กข้อมูลรถเบื้องต้น หรืออยากรู้ว่าไฟเครื่องโชว์เพราะอะไร ตัว OBD2 บลูทูธราคาประหยัดก็ถือว่าคุ้มค่าเกินราคาแล้วล่ะครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเพี้ยนมากนัก ถ้าอยากรู้รายละเอียดเชิงลึกและข้อมูลการเปรียบเทียบจากผู้ใช้จริง ลองไปอ่านฉบับเต็มได้ที่ TaladAutoCar เลย

หลายคนอาจจะเคยเห็นสายชาร์จ EV ที่มีฟังก์ชันปรับแอมป์ได้ แล้วเกิดคำถามว่ามันจำเป็นจริงไหม หรือแค่เพิ่มราคาให้แพงขึ้นเฉยๆ

จริงๆ แล้วฟังก์ชันนี้มีประโยชน์ไม่น้อยเลยนะครับ โดยเฉพาะคนที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน เพราะเราสามารถปรับกระแสไฟให้เหมาะสมกับกำลังไฟของเต้ารับหรือระบบไฟของบ้านได้ ทำให้ลดความเสี่ยงที่เบรกเกอร์จะทริปหรือวงจรรับโหลดเกินไป

เพิ่มความปลอดภัย: ถ้าบ้านเรามีระบบไฟที่ไม่รองรับกระแสไฟสูงๆ การปรับแอมป์ลงมาจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนสะสมที่สายไฟหรือเต้ารับ

ยืดอายุแบตเตอรี่: การชาร์จด้วยกระแสไฟที่เหมาะสมและไม่เร่งจนเกินไป อาจมีส่วนช่วยถนอมแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวได้

ความยืดหยุ่นในการใช้งาน: ไม่ว่าจะไปชาร์จที่ไหนที่มีปลั๊กไฟ ก็สามารถปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมนั้นๆ ได้อย่างปลอดภัย

ดังนั้น ถ้ามองในแง่ของความปลอดภัยและความยยืดหยุ่นในการใช้งาน รายละเอียดเรื่องสายชาร์จ EV ปรับแอมป์ได้ ถือเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจและมีประโยชน์สำหรับเจ้าของรถ EV ที่ต้องการความสบายใจในการชาร์จไฟที่บ้านหรือตามสถานที่ต่างๆ ครับ

เจอคราบยางมะตอยติดรถทีไรก็ปวดใจทุกที ยิ่งนานยิ่งเอาออกยาก บางคนรีบจัดการโดยใช้น้ำยาขจัดคราบยางมะตอยผิดประเภท สุดท้ายสีรถด่างกว่าเดิม เสียเงินทำสีใหม่ไม่คุ้มเลย

ก่อนจะคว้าน้ำยาอะไรมาใช้ อยากให้ดูดี ๆ ว่าในส่วนผสมมีสารเคมีที่รุนแรงเกินไปหรือเปล่า โดยเฉพาะสารที่ออกฤทธิ์กัดกร่อนผิวสีรถยนต์อย่างเช่น น้ำมันก๊าด หรือสารไฮโดรคาร์บอนบางชนิด แม้จะล้างยางมะตอยออกได้ไว แต่ก็ทิ้งรอยความเสียหายไว้บนสีรถเราได้เหมือนกัน

น้ำยาขจัดคราบยางมะตอยที่ดี จะต้องมีส่วนผสมที่อ่อนโยนต่อผิวเคลือบสีรถ (clear coat) แต่ยังคงประสิทธิภาพในการละลายคราบยางมะตอยได้ดี ส่วนใหญ่จะเน้นสารสกัดจากธรรมชาติ หรือสารเคมีที่ออกแบบมาเฉพาะรถยนต์ เพื่อให้มั่นใจว่าล้างคราบสกปรกออกไปได้ โดยไม่ทิ้งรอยด่างหรือความเสียหายใดๆ ให้กับสีรถคันโปรดของเรา

เวลาเลือกซื้อ ลองมองหาสูตรที่ระบุว่า “ปลอดภัยกับสีรถ” หรือ “pH เป็นกลาง” จะช่วยให้เราสบายใจได้มากขึ้นเยอะ ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเลือกยี่ห้อไหนดี หรืออยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับส่วนผสมที่ควรเลี่ยง ลองไปอ่านฉบับเต็มที่ TaladAutoCar มีข้อมูลดีๆ ให้เราเลือกซื้อน้ำยาได้แบบไม่ต้องกลัวสีรถพังเลย

หลายคนเห็นหมวกกันน็อกทรงวิบากแล้วชอบในความเท่ ดุดัน อยากเอามาใส่ขี่มอเตอร์ไซค์ในเมืองบ้าง แต่ก็แอบสงสัยว่ามันจะเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันจริง ๆ หรือเปล่า วันนี้เรามาลองพิจารณาข้อดีข้อเสียของหมวกทรงนี้กับการขี่ในเมืองกันดู

ข้อดีที่ดึงดูดใจ:

ความเท่และโดดเด่น: ปฏิเสธไม่ได้ว่าหมวกทรงวิบากมีสไตล์เฉพาะตัว ใส่แล้วดูแตกต่าง มีความสปอร์ตและผจญภัย

ทัศนวิสัยกว้าง: ด้วยช่องมองที่กว้างกว่าหมวกเต็มใบปกติ ทำให้มองเห็นสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า โดยเฉพาะด้านข้าง

ระบายอากาศดี: ส่วนใหญ่จะมีช่องระบายอากาศเยอะ ทำให้รู้สึกไม่อบอ้าว เหมาะกับอากาศเมืองไทยที่ร้อนอบอ้าว

ข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ:

แรงต้านลม: ปีกหมวกที่ยื่นออกมาและรูปทรงของหมวกถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานออฟโรด เมื่อนำมาใช้ขี่ทำความเร็วบนถนน อาจจะเจอกับแรงต้านลมที่มาก ทำให้เมื่อยคอได้ง่าย ยิ่งถ้าขี่ออกนอกเมืองด้วยแล้วจะรู้สึกได้ชัดเจน

น้ำหนัก: หมวกทรงวิบากบางรุ่นอาจจะมีน้ำหนักมากกว่าหมวกเต็มใบทั่วไป ทำให้เมื่อยล้าได้เมื่อต้องใส่เป็นเวลานาน ๆ ในการจราจรที่ติดขัด

เสียงลมรบกวน: ช่องระบายอากาศที่เยอะก็อาจมาพร้อมกับเสียงลมที่เข้ามาในหมวกได้ง่ายกว่า ทำให้เสียงรบกวนสูงเมื่อขี่ด้วยความเร็ว

ความคล่องตัว: การหันศีรษะอาจไม่สะดวกเท่าหมวกทั่วไปเมื่อต้องคอยมองรถรอบด้านในเมือง

โดยสรุปแล้ว การจะเลือกหมวกกันน็อกวิบากมาใช้ขี่ในเมืองนั้น ขึ้นอยู่กับความชอบและลักษณะการใช้งานของคุณเป็นหลัก ถ้าเน้นสไตล์และความเท่ ขี่ไม่เร็วมาก เน้นเส้นทางใกล้ๆ ก็อาจจะตอบโจทย์ แต่ถ้าต้องขี่ทางไกล หรือใช้ความเร็วบ่อยๆ ก็อาจจะต้องพิจารณาปัจจัยเรื่องความเมื่อยล้าและแรงต้านลมให้ดีก่อนตัดสินใจรายละเอียดเรื่องหมวกกันน็อกวิบาก ในเมือง ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมและลองสวมดูว่าทรงไหนเหมาะกับสรีระและการใช้งานของคุณมากที่สุดครับ

ช่วงนี้เห็นคนหันมาใช้จักรยานไฟฟ้ากันเยอะขึ้น โดยเฉพาะรุ่นที่ไม่มีขาปั่น หลายคนก็สงสัยว่าแบบนี้จะขับบนถนนได้จริงเหรอ แล้วมันจัดอยู่ในกลุ่มรถประเภทไหนกันแน่?

ตามกฎหมายบ้านเรา จักรยานไฟฟ้าที่ไม่มีขาปั่น มักจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ถ้ากำลังมอเตอร์เกินเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งหมายความว่าต้องมีการจดทะเบียน มีป้ายเหลือง และต้องมี พ.ร.บ. เหมือนมอเตอร์ไซค์ปกติเลยนะ

ส่วนเรื่องของใบขับขี่ ถ้าจักรยานไฟฟ้าของเราเข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ก็จำเป็นต้องมีใบขับขี่ประเภทรถจักรยานยนต์ด้วย ไม่อย่างนั้นอาจโดนจับได้ ทีนี้ก็ไม่ใช่แค่เรื่องขับได้ไม่ได้แล้ว แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยและข้อกฎหมายที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อเลย

การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าจึงไม่ใช่แค่ดูที่ราคาหรือดีไซน์อย่างเดียว แต่ต้องศึกษาเรื่องกฎหมายให้ดีก่อน ยิ่งถ้าเป็นรุ่นที่ไม่มีขาปั่นเนี่ย ต้องเช็กให้ละเอียดเลยว่าต้องมี มอก. หรือมาตรฐานอะไรไหม จะได้ใช้งานได้สบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องผิดกฎหมายทีหลัง

ใครที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า หรืออยากรู้ รายละเอียดเรื่องจักรยานไฟฟ้า ไม่มีขาปั่น เพิ่มเติมว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ลองศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ จะได้ขับขี่ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยบนท้องถนน

เรื่องเครื่องเสียงรถยนต์เนี่ย เป็นอะไรที่คนรักรถหลายคนให้ความสำคัญสุดๆ แต่พอจะเปลี่ยนลำโพงทีไร ก็ต้องมานั่งลังเลระหว่าง “ลำโพงแยกชิ้น” กับ “ลำโพงแกนร่วม” กันอยู่บ่อยๆ

เอาจริงๆ นะ ถ้าไม่ได้เป็นคอเพลงขั้นเทพที่ต้องการรายละเอียดเสียงทุกเม็ดแบบเป๊ะๆ การเลือกลำโพงมันก็ไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้นหรอกครับ

ลำโพงแกนร่วม: อันนี้เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยอยากยุ่งยาก เน้นความง่ายในการติดตั้ง เพราะทุกอย่างรวมอยู่ในตัวเดียว ไม่ต้องเดินสายเยอะแยะให้วุ่นวาย เสียงที่ได้ก็ถือว่าดีใช้ได้เลยนะ เหมาะกับการฟังเพลงทั่วๆ ไปในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องติดแอมป์หรือซับเพิ่มก็ยังไหว คือได้เสียงที่อัปเกรดขึ้นจากลำโพงเดิมติดรถแบบรู้สึกได้เลยล่ะ

ลำโพงแยกชิ้น: ส่วนเจ้าลำโพงแยกชิ้นนี่ จะเหมาะกับคนที่อยากได้มิติเสียงที่ชัดเจนขึ้นมาอีกหน่อย เพราะมันแยกเสียงแหลม (Tweeter) กับเสียงกลาง-ทุ้ม (Mid-woofer) ออกจากกัน ทำให้จัดวางตำแหน่งเสียงได้ดีกว่า เหมือนมีเสียงร้องอยู่ตรงหน้าเราจริงๆ ข้อดีคือเสียงจะเปิดกว้างและมีรายละเอียดมากกว่า แต่ก็อาจจะต้องมีงบเพิ่มหน่อยในการติดตั้ง หรือถ้าอยากได้เสียงที่เต็มประสิทธิภาพจริงๆ ก็อาจจะต้องพึ่งแอมป์กับซับเพิ่มอีกนิด

สรุปง่ายๆ คือ ถ้าคุณเป็นคนฟังเพลงสบายๆ อยากได้เสียงดีขึ้นแบบไม่บานปลาย ลำโพงแกนร่วมก็ตอบโจทย์แล้วครับ แต่ถ้าอยากได้มิติเสียงที่สมจริงขึ้นมาอีกขั้น และพร้อมที่จะลงทุนเพิ่มหน่อย ลำโพงแยกชิ้นคือทางเลือกที่ใช่กว่า ลองดูรายละเอียดและข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบเพื่อช่วยตัดสินใจก่อนเปลี่ยนลำโพงได้ที่ TaladAutoCar เลย

เคยสงสัยไหมว่ารถเราเป็นอะไร ทำไมบางทีก็รู้สึกแปลก ๆ แต่ไฟเตือนก็ไม่ขึ้น? จริง ๆ แล้วรถสมัยใหม่มีระบบ OBD2 (On-Board Diagnostics II) ที่เป็นเหมือนหมอประจำตัวรถยนต์เลยนะ ไม่ได้แค่บอกโค้ดเสียเวลาเครื่องมีปัญหาอย่างเดียว แต่ยังดูสุขภาพเครื่องได้แบบเรียลไทม์ด้วย

เจ้า OBD2 เนี่ย มันสามารถวัดค่าอะไรได้หลายอย่างเลยนะ เช่น:

อุณหภูมิเครื่องยนต์: ดูว่าเครื่องร้อนเกินไปไหม ช่วยป้องกันเครื่องฮีทได้

รอบเครื่อง (RPM): เช็คการทำงานของเครื่องยนต์ว่าปกติหรือเปล่า

ออกซิเจนเซ็นเซอร์: สำคัญมากสำหรับการประหยัดน้ำมันและการปล่อยไอเสีย ถ้าตัวนี้เสียก็กินน้ำมันกระจาย

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน: อันนี้คนขับรถต้องชอบแน่นอน รู้เลยว่าตอนนี้รถเรากินน้ำมันเท่าไหร่ ช่วยให้เราปรับพฤติกรรมการขับขี่ได้

พวกข้อมูลเหล่านี้มันช่วยให้เราเฝ้าระวังอาการผิดปกติของรถได้ก่อนที่มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ประหยัดทั้งเวลาและเงินในกระเป๋า แถมยังช่วยให้เราเข้าใจการทำงานของรถตัวเองมากขึ้นด้วยนะ ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีใช้และประโยชน์ของมันดูสิ มีประโยชน์จริง ๆ โดยเฉพาะใครที่อยากรู้ลึกเรื่องการใช้งาน OBD2 หรือกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์และอะไหล่รถยนต์เพิ่มเติม ลองดู คู่มือจาก TaladAutoCar รับรองว่าช่วยให้การดูแลรถของคุณง่ายขึ้นเยอะเลย

เดี๋ยวนี้จะขับมอเตอร์ไซค์ไปไหนมาไหน สมาร์ทโฟนก็แทบจะกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของเราไปแล้วใช่มั้ยครับ ไม่ว่าจะใช้ดูแผนที่ ฟังเพลง หรือแม้แต่รับสายสำคัญ ๆ

แต่การจะหาที่ยึดโทรศัพท์มอเตอร์ไซค์ดี ๆ สักอันนี่สิ ที่หลายคนยังลังเล เพราะมันมีให้เลือกเยอะแยะเต็มไปหมด หลัก ๆ ก็จะมีสองแบบที่นิยมกันมากคือแบบติดแฮนด์ธรรมดา กับพวก RAM Mount

ลองมาดูกันว่าแต่ละแบบเหมาะกับใคร

แบบติดแฮนด์ธรรมดา: อันนี้หลายคนคุ้นเคยกันดี ติดตั้งง่าย ราคาไม่แพง มีให้เลือกเยอะแยะ เหมาะกับคนที่ขับขี่ในเมืองเป็นหลัก ไม่ได้เน้นความเร็วสูงมาก หรือขับขี่บนถนนที่ผิวเรียบเป็นส่วนใหญ่ ข้อดีคือถอดเข้าออกง่าย บางรุ่นมีฟังก์ชันกันน้ำกันกระแทกมาให้ด้วย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสถียรที่อาจจะไม่เท่าพวกแบรนด์แพง ๆ ถ้าใช้ไปนาน ๆ หรือเจอแรงสั่นสะเทือนหนัก ๆ อาจจะต้องเช็กดูบ่อย ๆ ว่าแน่นดีอยู่หรือเปล่า

RAM Mount: ถ้าคุณเป็นสายเดินทางไกล ขับขี่ออกทริปบ่อย ๆ หรือเน้นความมั่นคงแข็งแรงเป็นพิเศษ RAM Mount ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ จุดเด่นของมันคือความทนทาน วัสดุคุณภาพดี ยึดเกาะได้แน่นหนามาก ไม่ต้องห่วงเรื่องหลุดหรือสั่นคลอนง่าย ๆ แม้จะเจอทางขรุขระ หรือขับด้วยความเร็วสูง แต่ก็ต้องยอมรับว่าราคาจะสูงกว่าแบบติดแฮนด์ธรรมดา และอาจจะติดตั้งยุ่งยากกว่าเล็กน้อยในบางรุ่น

สรุปคือ ถ้าคุณเน้นความคุ้มค่า ใช้งานในชีวิตประจำวันในเมืองเป็นหลัก แบบติดแฮนด์ธรรมดาก็เพียงพอแล้วครับ แต่ถ้าคุณเป็นสายลุย สายทริป หรือต้องการความมั่นคงสูงสุด RAM Mount ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าลงทุน

สุดท้ายแล้ว การเลือกที่ยึดโทรศัพท์ก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การขับขี่ และงบประมาณในกระเป๋าของคุณเองครับ ขอให้สนุกกับการเดินทาง!

เคยสังเกตยางมอเตอร์ไซค์ตัวเองบ้างไหมครับ? บางทีมันอาจจะกำลังส่งสัญญาณเตือนเราอยู่ก็ได้นะ ยางมอเตอร์ไซค์เนี่ย ต่อให้ไม่ได้วิ่งเยอะ ก็เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาได้เหมือนกัน

สองปัญหาหลักๆ ที่เจอประจำคือ “ยางดอกหมด” กับ “ยางแข็งกระด้าง” ซึ่งแต่ละแบบก็มีความเสี่ยงต่างกันไป:

ยางดอกหมด: สังเกตง่ายๆ คือดอกยางตื้นมากจนแทบจะเรียบไปกับหน้ายางเลย แบบนี้บอกเลยว่ารีดน้ำไม่ได้เรื่องแน่นอน เจอฝนตกถนนลื่นๆ มีสิทธิ์แฉลบง่ายมาก ยิ่งถ้าต้องเบรกฉุกเฉิน ระยะเบรกก็ยาวขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยครับ

ยางแข็งกระด้าง: อันนี้อาจจะดูยากหน่อย แต่ลองเอามือลองกดๆ ดู หรือสังเกตตอนขี่ว่ารถมันกระด้างกว่าปกติไหม ยางที่แข็งเกินไปจะยึดเกาะถนนได้ไม่ดีเท่าที่ควร คล้ายๆ กับยางที่มันหมดอายุแล้วนั่นแหละครับ พอความยืดหยุ่นหายไป มันก็ซับแรงกระแทกไม่ดี แถมยังเสี่ยงต่อการแตกลายงา หรือยางระเบิดได้ง่ายกว่ายางปกติด้วย

จริงๆ แล้ว เราสามารถเช็กอายุยางมอเตอร์ไซค์ได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองครับ ลองมองหาตัวเลขชุดหนึ่งที่มักจะอยู่บนแก้มยาง นั่นคือรหัส DOT สี่ตัวท้ายจะบอกสัปดาห์และปีที่ผลิต เช่น “2322” หมายถึงผลิตสัปดาห์ที่ 23 ของปี 2022 ยางส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานประมาณ 2-5 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งานและการเก็บรักษา แต่ถ้าเห็นรอยแตกลายงา หรือดอกยางสึกหรอผิดปกติ ก็ควรเปลี่ยนเลย ไม่ต้องรอให้ถึงเวลา

เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน อย่ามองข้ามเรื่องยางมอเตอร์ไซค์นะครับ เพราะมันคือจุดสัมผัสเดียวระหว่างรถกับถนนเลย ถ้าอยากรู้ รายละเอียดเรื่องยางมอเตอร์ไซค์ ดอกหมด ยางแข็ง และวิธีเช็กแบบละเอียด ลองเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้เลยครับ