ทาสีบ้านเองไม่ใช่เรื่องยาก แค่เตรียมผนังให้ถูก!

ช่วงนี้ใครกำลังแพลนจะทาสีบ้านเอง หรือปรับเปลี่ยนมุมโปรดให้สดใสขึ้นบ้างคะ? การทาสีบ้านนี่เหมือนจะง่าย แต่ถ้าเตรียมผนังไม่ดี สีอาจจะลอกเป็นแผ่นๆ ภายในปีเดียวได้เลยนะ!

จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยพลาดมาแล้ว (เจ็บใจมาก!) อยากจะมาแชร์ให้ฟังว่าขั้นตอนไหนที่ห้ามข้ามเด็ดขาด และขั้นตอนไหนที่พอจะยืดหยุ่นได้บ้างค่ะ

เช็กสภาพผนัง: อันดับแรกเลยคือต้องดูว่าผนังเรามีปัญหาอะไรไหม เช่น รอยร้าวเล็กๆ, ผนังปูนเสื่อมสภาพ, คราบสกปรก หรือเชื้อราต่างๆ ถ้ามีต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อน ไม่งั้นทาสีไปก็ไม่สวย แถมเป็นสาเหตุให้สีลอกได้ง่ายๆ เลยค่ะ

ทำความสะอาด: ขั้นตอนนี้สำคัญมาก! ไม่ว่าจะผนังเก่าหรือผนังใหม่ ควรเช็ดทำความสะอาดให้ปราศจากฝุ่น คราบไขมัน หรือสิ่งสกปรกต่างๆ ถ้าผนังมีเชื้อราก็ต้องกำจัดให้หมดจดก่อนนะ

ซ่อมแซมรอยร้าว: รอยร้าวเล็กๆ น้อยๆ จัดการด้วยการโป๊วสีได้ แต่ถ้าเป็นรอยร้าวใหญ่ๆ หรือผนังปูนหลุดล่อน อันนี้ต้องใช้ปูนซ่อมแซมผนังให้เรียบร้อยก่อนจะดีที่สุดค่ะ

รองพื้น (Primer): หลายคนอาจคิดว่าขั้นตอนนี้ข้ามได้ แต่จริงๆ แล้วการลงไพรเมอร์นี่แหละคือหัวใจสำคัญ! ไพรเมอร์จะช่วยปรับสภาพผนังให้พร้อมรับสีจริง ทำให้สีติดทนทานขึ้น กลบสีเดิมได้ดีขึ้น และยังช่วยป้องกันความชื้นจากผนังไม่ให้ดันสีออกมาด้วยค่ะ ถ้าผนังมีปัญหาซึมน้ำ หรือสีเดิมเป็นสีเข้ม การลงรองพื้นจะช่วยได้เยอะเลยค่ะ

ขัดผนัง: ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อน บางคนอาจจะข้ามได้ถ้าผนังเรียบเนียนดีอยู่แล้ว แต่ถ้าผนังมีปุ่มป่ำ ไม่เรียบ การขัดผนังให้เรียบจะช่วยให้ทาสีออกมาสวยงาม ไม่มีสะดุดตาค่ะ

จำไว้ว่าการเตรียมผนังที่ดีเหมือนการสร้างรากฐานที่แข็งแรง การลงทุนเวลาและแรงในขั้นตอนนี้จะช่วยให้สีบ้านของเราสวยทนอยู่นาน ไม่ต้องมานั่งเสียเงินเสียเวลาซ่อมแซมภายหลังค่ะ ใครอยากรู้ขั้นตอนแบบละเอียดมากขึ้น ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยนะคะ