KitzYou รีวิวเครื่องครัว

รีวิวเครื่องครัว บทความเรื่องครัว และไอเดียเลือกของใช้ในครัวจาก KitzYou.com สำหรับคนที่อยากจัดครัวให้น่าใช้และเลือกสินค้าได้คุ้มค่า

เวลาเข้าครัวเตรียมวัตถุดิบ หลายคนคงเคยสงสัยว่า “มีดปอกผลไม้” กับ “ที่ปอกเปลือกผัก” มันใช้ต่างกันยังไง แล้วอันไหนเหมาะกับงานแบบไหนกันแน่?

จะว่าไป อุปกรณ์สองอย่างนี้มันก็มีหน้าที่หลักคล้ายกันคือ “ปอกเปลือก” แต่การออกแบบและวิธีใช้งานก็ต่างกันพอสมควรนะ

มีดปอกผลไม้: ส่วนใหญ่เป็นมีดขนาดเล็ก คมบาง ปลายแหลม เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดอ่อน อย่างการปอกเปลือกผลไม้เนื้อนิ่ม เช่น มะม่วงสุก มะละกอ หรือจะคว้านเมล็ดออกก็ทำได้ดี ตัวมีดบังคับทิศทางได้ง่าย ทำให้เราสามารถปอกตามส่วนโค้งเว้าของผลไม้ได้ดีกว่า ไม่เสียเนื้อเยอะ

ที่ปอกเปลือกผัก: หน้าตาจะต่างออกไป มีใบมีดที่ออกแบบมาให้ขนานไปกับพื้นผิวของผักหรือผลไม้ มีทั้งแบบใบมีดตายตัวและแบบหมุนได้ (Swivel Peeler) เหมาะกับการปอกผักที่มีรูปร่างยาวหรือกลม เช่น แตงกวา แครอท มันฝรั่ง หรือแอปเปิล ข้อดีคือปอกได้เร็ว เปลือกบางสม่ำเสมอ และปลอดภัยกว่าสำหรับมือใหม่ เพราะโอกาสบาดมือน้อยกว่ามีด

การเลือกซื้อก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเลือกแบบที่จับถนัดมือ ใบมีดคมกริบ วัสดุดี ล้างทำความสะอาดง่าย ถ้าอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกซื้ออุปกรณ์ปอกเปลือกให้เหมาะกับการใช้งานในครัว ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://kitzyou.com/articles/164-buying-guide-kitchen-tools/ จะช่วยให้คุณเลือกได้ถูกใจและใช้งานได้ยาวนานเลยล่ะ

สำหรับคนชอบทำขนม หรืออบอะไรในเตาอบบ่อยๆ น่าจะคุ้นเคยกับกระดาษรองอบกับแผ่นรองอบซิลิโคนเป็นอย่างดี เพราะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ขนมไม่ติดถาด แถมยังช่วยให้ถาดอบของเราสะอาดขึ้นเยอะ แต่จะเลือกใช้อะไรดีล่ะ?

จากประสบการณ์จริง กระดาษรองอบนี่ใช้งานง่าย สะดวก ใช้แล้วทิ้งได้เลย ไม่ต้องมานั่งล้าง เหมาะกับวันที่เร่งรีบ หรือทำขนมเยอะๆ แล้วขี้เกียจล้าง แต่อาจจะต้องซื้อบ่อยหน่อยเปลืองเหมือนกันนะ

ส่วนแผ่นรองอบซิลิโคน อันนี้ลงทุนครั้งเดียวใช้ได้นานมากๆ คุ้มค่าในระยะยาว แถมยังทนความร้อนได้ดีเยี่ยม ยืดหยุ่น ไม่ต้องกลัวขาดเหมือนกระดาษ แต่ก็ต้องมีเวลาล้างทำความสะอาดหน่อยหลังใช้งาน ใครที่อบขนมเป็นประจำอยู่แล้ว แผ่นซิลิโคนนี่ตอบโจทย์มากเลย

โดยรวมแล้ว ถ้าใครทำขนมไม่บ่อย หรืออยากได้ความสะดวกสบาย ใช้แล้วทิ้ง ก็เลือกกระดาษรองอบได้เลย แต่ถ้าทำเป็นประจำ และอยากได้ความคุ้มค่าในระยะยาว แผ่นรองอบซิลิโคนก็เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ลองดูรายละเอียดเปรียบเทียบจากหน้างานจริงเพิ่มเติมได้ที่ KitzYou เลยนะ จะได้ตัดสินใจถูกว่าแบบไหนเหมาะกับเราที่สุด

เดี๋ยวนี้เดินเข้าแผนกเครื่องครัวทีไร ต้องเจอ “กล่องถนอมอาหารสุญญากาศ” วางเด่นแข่งกับกล่องทั่วไปเสมอ หลายคนคงสงสัยว่ามันดีกว่ากล่องธรรมดาจริงเหรอ หรือเป็นแค่การตลาดที่ทำให้เราต้องจ่ายแพงขึ้น?

หลักการของกล่องสุญญากาศคือการดูดอากาศออกไปให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งช่วยชะลอการเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา ทำให้ยืดอายุอาหารได้นานขึ้นกว่าเดิม

เนื้อสัตว์และอาหารทะเล: กลุ่มนี้เห็นผลชัดเจนที่สุด เพราะการสัมผัสอากาศน้อยลงช่วยลดการออกซิเดชันและลดการเน่าเสีย ยืดอายุได้เป็นเท่าตัวเลย

ผักผลไม้สด: ช่วยให้ผักยังคงความกรอบและผลไม้ไม่เหี่ยวเร็ว แต่ก็ต้องดูชนิดด้วยนะ บางอย่างก็ไม่เหมาะกับการอยู่ในสุญญากาศนานๆ เช่น กล้วย หรืออะโวคาโดที่สุกแล้ว

อาหารปรุงสุก: ลดการปนเปื้อนจากกลิ่นในตู้เย็นและรักษาความสดใหม่ได้ดีขึ้น

ส่วนอาหารที่ไม่ค่อยคุ้มกับกล่องสุญญากาศเท่าไหร่ก็มี เช่น ขนมปังกรอบๆ ที่อาจจะแตกหักง่าย หรืออาหารแห้งมากๆ ที่ไม่ต้องการการเก็บแบบสุญญากาศเป็นพิเศษ

สรุปแล้ว กล่องสุญญากาศก็มีประโยชน์จริง แต่ก็ขึ้นอยู่กับประเภทอาหารและพฤติกรรมการใช้งานของเราด้วย ถ้าเน้นเก็บของสดที่เสียง่ายเป็นประจำ ก็น่าลงทุนอยู่ แต่ถ้าใช้แค่เก็บของแห้งทั่วไป อาจจะยังไม่จำเป็นขนาดนั้น ลองอ่านต่อเพื่อเปรียบเทียบแบบเจาะลึกได้ที่ บทความนี้ เลยค่ะ

เคยสงสัยไหมว่าซิงค์ล้างจานในครัวเรา ควรมีหลุมเดียว หรือสองหลุมถึงจะตอบโจทย์การใช้งานจริงๆ?

สำหรับบ้านที่พื้นที่ครัวไม่มากนัก หรือไม่ได้ทำอาหารจริงจังทุกวัน ซิงค์ล้างจานแบบ 1 หลุมก็ถือว่าเพียงพอแล้วค่ะ ประหยัดพื้นที่ได้เยอะ แถมราคาก็เป็นมิตร แต่ถ้าใครชอบทำอาหาร มีกิจกรรมในครัวเยอะ แนะนำว่าซิงค์ 2 หลุมน่าจะตอบโจทย์กว่ามาก

ลองนึกภาพตามนะคะ:

หลุมเดียว: เหมาะสำหรับคนอยู่คอนโดฯ หรือคนที่เน้นการล้างจานชามไม่เยอะมากในแต่ละครั้ง อาจจะล้างผักไปพร้อมๆ กับล้างจานในเวลาเดียวกันได้ แต่ถ้ามีของเยอะๆ ก็อาจจะต้องจัดการทีละอย่าง

สองหลุม: ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ หลุมนึงล้างจาน อีกหลุมนึงพักจาน หรือจะใช้ล้างผักผลไม้แยกไปเลยก็ได้ ทำให้งานในครัวดูเป็นระเบียบและสะดวกสบายขึ้นมาก โดยเฉพาะบ้านที่มีสมาชิกเยอะๆ หรือชอบทำกับข้าวจัดเต็มบ่อยๆ

การเลือกซิงค์ล้างจานที่เหมาะสมกับการใช้งานของเราตั้งแต่แรก จะช่วยให้เราไม่ต้องมานั่งเสียดายพื้นที่หรือรู้สึกไม่สะดวกสบายในการใช้ครัวไปตลอด ลองพิจารณาไลฟ์สไตล์การทำอาหารและขนาดครอบครัวของเราดูนะคะ จะได้เลือกซิงค์ที่ใช่และใช้ประโยชน์ได้เต็มที่

ถ้ายังลังเลว่าจะเลือกแบบไหนดี ลองอ่านต่อเพื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของซิงค์ 1 หลุมกับ 2 หลุมให้ชัดเจนขึ้นได้ที่ นี่เลย

เคยไหมที่แก้วไวน์สวยๆ ต้องมาหักคา หรือขอบปากบิ่นไปง่ายๆ ทั้งที่ยังไม่ทันได้ใช้เท่าไร? จริงๆ แล้วเรื่องแก้วไวน์แตกบ่อย ไม่ได้เป็นแค่เรื่องซวยอย่างเดียว แต่มันมีเหตุผลเบื้องหลังที่เราสามารถจัดการได้นะ

ปัญหาหลักๆ ที่ทำให้แก้วไวน์ของเราไม่ทนทาน มักจะมาจากสองเรื่องใหญ่ๆ คือ การเลือกแก้วที่ยังไม่เหมาะกับการใช้งาน และ วิธีการดูแลรักษาที่ไม่ถูกต้อง

การเลือกแก้ว: แก้วไวน์บางประเภทอาจจะดูสวยงาม แต่ถ้าทำจากคริสตัลที่บางเฉียบ หรือมีก้านที่เรียวยาวมากๆ ก็มีโอกาสแตกหักง่ายกว่าแก้วที่ทำจากวัสดุที่ทนทานกว่า หรือมีก้านที่สั้นและหนากว่า

การดูแลรักษา: การล้างแก้วไวน์ผิดวิธีก็เป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้แก้วเสียหายได้ง่าย เช่น การใช้ฟองน้ำแข็งๆ ขัดแรงเกินไป หรือการวางคว่ำแก้วในที่ที่เสี่ยงต่อการกระแทกบ่อยๆ

ถ้าเราเข้าใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ทั้งตอนเลือกซื้อและตอนดูแลรักษา แก้วไวน์ใบโปรดของเราก็จะอยู่กับเราไปได้นานขึ้นเยอะเลยล่ะ อ่านต่อ เพื่อดูเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้แก้วไวน์ของคุณทนทาน ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ

เช้า ๆ แบบนี้ใครยังไม่ตื่นเต็มตา แค่ได้กาแฟหอม ๆ สักแก้วก็ชื่นใจแล้วใช่ไหมคะ? ปกติที่บ้านใช้แก้วแบบไหนชงกาแฟกันเอ่ย? วันนี้เรามาคุยกันเรื่องแก้วกาแฟคู่ใจ 2 แบบยอดฮิตอย่างแก้วสเตนเลสสองชั้น กับแก้วเซรามิกกันดีกว่า ว่าแต่ละแบบเหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบไหน

แก้วสเตนเลสสองชั้น อันนี้ต้องยอมรับเรื่องการเก็บอุณหภูมิเลยค่ะ ไม่ว่าจะกาแฟร้อนหรือเย็นก็เอาอยู่ได้นานกว่าแก้วทั่วไปเยอะมากๆ จับแล้วไม่ร้อนมือด้วย เหมาะกับคนชอบจิบกาแฟไปเรื่อยๆ หรือต้องทำงานหน้าคอมนานๆ ไม่ต้องรีบดื่ม ข้อดีอีกอย่างคือน้ำหนักเบา และทนทานกว่า ถ้าทำหล่นก็ไม่ต้องกลัวแตกง่ายๆ เลยค่ะ

ส่วนแก้วเซรามิก นี่คือความคลาสสิกที่หลายคนหลงรักค่ะ ความรู้สึกเวลาได้จับแก้วเซรามิกมันให้ฟีลลิ่งของการละเลียดกาแฟที่ต่างออกไป อาจจะไม่ได้เก็บอุณหภูมิได้นานเท่าสเตนเลส แต่ก็ได้เรื่องของดีไซน์ที่หลากหลายกว่า มีลวดลายให้เลือกเยอะ เหมาะกับคนที่ชอบเปลี่ยนบรรยากาศ หรืออยากใช้แก้วสวยๆ ถ่ายรูปลงโซเชียลก็ดูดีค่ะ

สรุปง่ายๆ ถ้าเน้นฟังก์ชันเก็บอุณหภูมิ พกพาง่าย ทนทาน ต้องแก้วสเตนเลสสองชั้นเลยค่ะ แต่ถ้าชอบความสวยงาม คลาสสิก มีสไตล์ แก้วเซรามิกก็ตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยม ลองชั่งใจดูว่าอะไรสำคัญกับคุณมากกว่ากันนะคะ แล้วเลือกแก้วที่ใช่สำหรับคุณเลย! ใครอยากรู้ข้อมูลเปรียบเทียบเชิงลึกและรายละเอียดมากกว่านี้ อ่านต่อที่ KitzYou ได้เลยค่ะ

เคยไหมที่เดินไปหยิบขวดซอสหอยนางรมมาใช้แทนน้ำมันหอย หรือสลับกัน แล้วรสชาติอาหารออกมาไม่เหมือนเดิม? หลายคนอาจคิดว่ามันคือสิ่งเดียวกัน หรือใช้แทนกันได้ แต่จริงๆ แล้วมันต่างกันนะ

น้ำมันหอยเนี่ย จะมีรสชาติเค็มกลมกล่อม มีความหอมเป็นเอกลักษณ์ เหมาะกับการนำไปผัดผักให้มีรสชาติอร่อย หรือใช้หมักเนื้อสัตว์ ส่วนใหญ่จะเจอในเมนูอาหารจีน อย่างผัดผักบุ้งไฟแดง หรือข้าวผัด

แต่ซอสหอยนางรม ถึงแม้จะมีหอยนางรมเป็นส่วนประกอบเหมือนกัน แต่รสชาติจะเข้มข้นกว่า มีความเค็มที่ชัดเจนกว่า และสีเข้มกว่าน้ำมันหอยมาก มักจะใช้เป็นเครื่องปรุงหลักที่ให้รสชาติจัดจ้าน อย่างการทำราดหน้า ผัดซีอิ๊ว หรือบางคนก็เอาไปทำน้ำจิ้มสุกี้ก็ยังได้

ถ้าลองสังเกตดีๆ สองสิ่งนี้มีส่วนผสมและกระบวนการผลิตที่ต่างกัน ทำให้รสชาติและกลิ่นไม่เหมือนกันเลย การใช้ผิดอาจทำให้อาหารมีรสชาติที่ผิดเพี้ยนไป ดังนั้น ก่อนจะหยิบมาใช้ ลองพลิกฉลากดูสักนิด หรือถ้าอยากรู้ลึกๆ ว่าต่างกันยังไงบ้าง ลองอ่านฉบับเต็มที่ KitzYou เลยค่ะ

เรื่องถังขยะในครัวเนี่ย ดูเหมือนจะเล็ก แต่จริงๆ สำคัญมากนะ ยิ่งบ้านเราที่ทำอาหารบ่อยๆ มีขยะเปียก ขยะเศษอาหารทุกวัน การเลือกถังขยะให้เหมาะเลยช่วยให้ครัวสะอาดและไม่มีกลิ่นกวนใจ

หลักๆ แล้วถังขยะที่ใช้ในครัวก็มีสองแบบที่ฮิตๆ กันคือแบบเหยียบ กับแบบเซ็นเซอร์

  • ถังขยะแบบเหยียบ: เป็นแบบคลาสสิกที่คุ้นเคยกันดี ข้อดีคือใช้งานง่าย แค่เท้าเหยียบฝาก็เปิด ไม่ต้องใช้มือไปสัมผัสโดยตรง ถือว่าถูกสุขอนามัยในระดับหนึ่งเลย ถ้าเลือกถังที่มีฝาปิดสนิทและหมั่นเอาขยะไปทิ้งบ่อยๆ ก็ช่วยลดกลิ่นได้ดีทีเดียวค่ะ

  • ถังขยะแบบเซ็นเซอร์: อันนี้จะล้ำขึ้นมาอีกหน่อย แค่เอามือไปจ่อ ฝาก็เปิดเองอัตโนมัติ ไม่ต้องสัมผัสอะไรเลย สะดวกและถูกสุขอนามัยสุดๆ เหมาะกับคนที่ซีเรียสเรื่องความสะอาดมากๆ และบางรุ่นมีระบบดูดซับกลิ่นในตัวด้วย แต่ก็ต้องมีถ่านหรือแบตเตอรี่คอยเปลี่ยนหรือชาร์จนะ

ทีนี้จะเลือกแบบไหนดี? ถ้าเน้นความคุ้มค่า ใช้งานง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่ ถังขยะแบบเหยียบก็ตอบโจทย์ได้ดีและราคาเป็นมิตรกว่า แต่ถ้าอยากได้ความสะดวกสบายสูงสุด ไม่ต้องสัมผัสเลยสักนิด และงบประมาณไม่ใช่ปัญหา ถังขยะเซ็นเซอร์ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญคือต้องเลือกถังที่มีฝาปิดมิดชิด และไม่ควรปล่อยให้ขยะค้างนานเกินไป โดยเฉพาะขยะเปียก ควรนำไปทิ้งทุกวัน เพื่อสุขอนามัยที่ดีของคนในบ้าน และครัวที่ไร้กลิ่นกวนใจค่ะ สำหรับใครที่อยากรู้ รายละเอียดเรื่องถังขยะเหยียบ เซ็นเซอร์ เพิ่มเติม ลองไปอ่านดูได้เลย

เคยสงสัยไหมว่าทำไมครกถึงมีหลายแบบจัง? ครกหิน ครกดิน ครกไม้ แต่ละอย่างไม่ได้แค่สวยต่างกันนะ แต่เขามีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ส่งผลต่อรสชาติอาหารที่เราทำเลย

ถ้าชอบตำน้ำพริกแบบเนื้อเนียนๆ เครื่องเข้ากันดี ตำแล้วไม่กระเด็น ครกหินนี่แหละตัวจริง โดยเฉพาะครกหินอ่างศิลาขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง ทนทาน ใช้ได้ยาวๆ ตำมันส์มือไม่ต้องกลัวแตก ไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่บ่อยๆ แถมยังเก็บกลิ่นเครื่องเทศได้ดี ทำให้น้ำพริกหอมอร่อยเป็นพิเศษ

ส่วนใครที่ชอบครกแบบเบาๆ เคลื่อนย้ายง่าย ครกดินเผาก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะ แต่ต้องระวังเรื่องการใช้งานหน่อย เพราะอาจจะไม่ทนเท่าครกหิน อาจจะเหมาะกับการตำอะไรที่ไม่ต้องใช้แรงมากนัก เช่น พริกกระเทียม หรือพวกเครื่องแกงที่เน้นความหยาบหน่อยๆ

แล้วครกไม้ล่ะ? ครกไม้ส่วนใหญ่จะเหมาะกับการตำส้มตำมากกว่า เพราะน้ำหนักเบาและเนื้อไม้มีความยืดหยุ่น ทำให้ตำเส้นมะละกอได้ดี ไม่เละ แต่ถ้าเอามาตำน้ำพริกละเอียดๆ อาจจะต้องออกแรงเยอะหน่อย แถมเนื้อไม้ยังอาจจะดูดซับกลิ่นเครื่องเทศได้ง่าย ทำให้ต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก KitzYou เพื่อประกอบการตัดสินใจได้นะ

สรุปง่ายๆ คือ ครกแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราเน้นใช้งานแบบไหน ถ้าอยากได้ครกที่ทนทาน ตำน้ำพริกได้เนื้อเนียนละเอียด หอมอร่อย ครกหินคือคำตอบ แต่ถ้าเน้นเบาๆ ตำส้มตำ หรือเครื่องแกงแบบหยาบๆ ครกดินหรือครกไม้ก็ตอบโจทย์ได้เหมือนกัน เลือกให้ถูกใจ จะได้ไม่ต้องซื้อซ้ำให้เปลืองเงิน!

เครื่องแกงไทยนี่แหละหัวใจของหลายเมนูอร่อย แต่หลายคนคงเคยเจอปัญหาว่าซื้อมาแล้วเก็บไม่นานก็เริ่มไม่หอมเหมือนเดิม หรือบางทีก็ขึ้นราซะก่อน ต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

จริง ๆ แล้วพริกแกง กะปิ หรือน้ำพริกเผาเนี่ย ถึงจะอยู่ในตู้เย็นก็ไม่ได้หมายความว่าจะรอดปลอดภัยเสมอไปนะ เพราะความชื้นและอากาศที่เข้าไปทำให้วัตถุดิบเหล่านี้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ยิ่งถ้าเป็นเครื่องแกงสดๆ ที่ทำเองด้วยแล้ว ยิ่งต้องใส่ใจเรื่องการเก็บเป็นพิเศษเลย

แล้วจะมีวิธีไหนช่วยให้เก็บของพวกนี้ได้นานขึ้น แถมยังคงความหอมสดใหม่ไว้ได้นานๆ ล่ะ? หนึ่งในตัวช่วยที่หลายคนเริ่มหันมาใช้กันก็คือ ขวดโหลแก้วสุญญากาศ นี่แหละ

หลักการง่ายๆ คือการไล่อากาศออกจากโหลให้มากที่สุด เพื่อลดการสัมผัสกับออกซิเจน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการออกซิเดชันและเชื้อรา การเก็บแบบสุญญากาศจะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของอาหารได้ดีกว่าการเก็บในภาชนะทั่วไปมาก ทำให้พริกแกงยังคงความหอมฉุน กะปิไม่เหม็นหืน และน้ำพริกเผายังคงรสชาติเข้มข้นได้นานขึ้นจริง ๆ

นอกจากจะช่วยยืดอายุการเก็บแล้ว ขวดโหลแก้วยังดีตรงที่ไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร ไม่ดูดซับกลิ่น ทำให้เครื่องแกงไม่เพี้ยนรส และที่สำคัญคือล้างทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นติดภาชนะเลย

ถ้าใครสนใจอยากรู้ลึกเรื่องการเก็บวัตถุดิบครัวไทยอย่างพริกแกง กะปิ น้ำพริกเผา ด้วยขวดโหลสุญญากาศ และอยากรู้ว่าควรเลือกภาชนะแบบไหนดี สามารถอ่านต่อได้เลย รับรองว่าได้ทริคดีๆ ไปใช้ในครัวแน่นอน