เช็กก่อนช็อป: สายชาร์จ USB-C ของแท้ต่างกับของปลอมยังไง?

เดี๋ยวนี้อุปกรณ์หลายอย่างก็หันมาใช้ USB-C กันหมดแล้ว เวลาซื้อสายชาร์จใหม่เลยต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะสาย USB-C ที่เจอตามท้องตลาดมีทั้งของแท้ ของปลอม ของไม่มีมาตรฐานเต็มไปหมด ถ้าเลือกผิดนอกจากจะชาร์จช้า ไม่เสถียรแล้ว ยังอาจจะพังอุปกรณ์ราคาแพงของเราได้ด้วยนะ

ปัญหาหลักๆ ที่เจอในสาย USB-C ปลอม หรือสายที่ไม่ได้มาตรฐานคือ:

ชาร์จไม่เข้าหรือไม่เต็มประสิทธิภาพ: โดยเฉพาะพวกสายที่รองรับ Power Delivery (PD) ถ้าสายไม่ได้มาตรฐานก็อาจจะจ่ายไฟได้ไม่ถึง ทำให้ชาร์จช้า หรือชาร์จไม่ได้เลยในบางกรณี

ทำให้อุปกรณ์เสียหาย: สายที่ไม่มีระบบควบคุมไฟที่ดี อาจจะจ่ายไฟเกิน หรือกระแสไฟไม่เสถียร ทำให้พอร์ตชาร์จ หรือแบตเตอรี่ในอุปกรณ์ของเราเสียหายได้ในระยะยาว

ไม่มี E-Marker chip: ชิปตัวนี้สำคัญมากสำหรับการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์และหัวชาร์จ เพื่อให้จ่ายไฟได้ถูกต้องและปลอดภัย ถ้าไม่มีชิปนี้ก็จะใช้งานคุณสมบัติชาร์จเร็ว หรือส่งข้อมูลความเร็วสูงไม่ได้

ก่อนตัดสินใจซื้อสาย USB-C ไม่ว่าจะเป็นสายชาร์จมือถือ โน้ตบุ๊ก หรืออุปกรณ์อื่นๆ ลองเช็กดูให้ดีว่าสายนั้นมีข้อมูลระบุมาตรฐาน PD หรือ QC ชัดเจนไหม และถ้าเป็นสายที่รองรับกำลังไฟสูงๆ ก็ควรจะมี E-Marker chip ด้วย เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ CPUWAX จะช่วยให้เราเลือกสายที่ใช่และปลอดภัยกับอุปกรณ์ของเราจริงๆ