Cpuwax รีวิวอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

CPUWAX เป็นบล็อกรวบรวมบทความ รีวิว และข้อมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที ครอบคลุม CPU การ์ดจอ เมนบอร์ด RAM SSD โน้ตบุ๊ก จอมอนิเตอร์ เกมมิ่งเกียร์ และอุปกร

เคยไหมที่อยากติดกล้อง IP camera หรือ Access Point เพิ่มในบ้าน แต่ไม่อยากลากสายไฟระโยงระยางให้วุ่นวาย? สวิตช์ PoE (Power over Ethernet) นี่แหละคือคำตอบที่น่าสนใจมากๆ เลย

หลักการง่ายๆ ของ PoE คือมันสามารถจ่ายไฟไปพร้อมกับส่งข้อมูลผ่านสาย LAN เส้นเดียวได้เลย ทำให้เราไม่ต้องหาปลั๊กไฟให้กล้องหรือ AP แต่ละตัว แค่เสียบสาย LAN เข้ากับสวิตช์ PoE ทุกอย่างก็พร้อมทำงานทันที สะดวกสุดๆ ยิ่งถ้าใครกำลังวางแผนจะติดตั้งระบบเครือข่ายใหม่ หรือขยายระบบเดิมให้ครอบคลุมขึ้น การใช้ PoE จะช่วยลดความยุ่งยากในการติดตั้งไปได้เยอะเลย

ลองนึกภาพว่าคุณอยากติดกล้องวงจรปิดรอบบ้านสัก 4-5 ตัว ถ้าเป็นแบบเดิมก็ต้องมีสายไฟกับสาย LAN แยกกัน แต่พอมี PoE ก็เหลือแค่สาย LAN เส้นเดียวต่อกล้องแต่ละตัวกลับมาที่สวิตช์กลางบ้าน ประหยัดทั้งเวลาและลดความรกของสายไฟไปได้เยอะมากๆ

ก่อนจะตัดสินใจซื้อก็ลองดูรายละเอียดดีๆ ว่าอุปกรณ์ที่เราจะเอามาต่อรองรับ PoE มาตรฐานไหนบ้าง เพราะมีหลายแบบ เช่น PoE (802.3af), PoE+ (802.3at) หรือแม้แต่ UPoE ที่จ่ายไฟได้สูงขึ้น ถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมและสินค้าเกี่ยวกับเน็ตเวิร์กที่หลากหลาย ลองดูได้ที่ CPUWAX เพื่อเลือกอุปกรณ์ที่ใช่สำหรับคุณครับ

ถ้าคุณกำลังคิดจะอัปเกรด SSD หรือประกอบคอมใหม่ แล้วสงสัยว่า SSD NVMe Gen 3 กับ Gen 4 มันต่างกันแค่ไหน โดยเฉพาะสายเกมเมอร์อย่างเราจะเห็นความต่างได้จริงมั้ย วันนี้เรามาดูกัน

พูดถึงตัวเลขความเร็ว Gen 4 เหนือกว่า Gen 3 ชัดเจนมากๆ อย่าง Gen 3 ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 3500MB/s แต่ Gen 4 พุ่งไปได้ถึง 7000MB/s เลยทีเดียว ฟังดูแล้วเหมือนจะต่างกันสุดขั้ว แต่ในโลกของการใช้งานจริง โดยเฉพาะการเล่นเกม ความแตกต่างตรงนี้มันไม่ได้เห็นผลแบบก้าวกระโดดขนาดนั้น

โหลดเกม: เกมส่วนใหญ่ยังถูกออกแบบมาให้รันบนฮาร์ดแวร์ที่หลากหลาย ทำให้ความเร็วในการโหลดเกมระหว่าง Gen 3 กับ Gen 4 อาจจะต่างกันไม่กี่วินาทีเท่านั้น ซึ่งบางทีแทบไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำ

เปิดโปรแกรม: ในการเปิดโปรแกรมทั่วไปก็คล้ายกัน ความเร็วที่เพิ่มขึ้นของ Gen 4 อาจจะช่วยให้เปิดได้เร็วกว่านิดหน่อย แต่ไม่ได้ถึงขั้นเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานอย่างมีนัยสำคัญ

ราคา: แน่นอนว่า Gen 4 ยังมีราคาสูงกว่า Gen 3 อยู่พอสมควร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคิดว่าคุ้มค่ากับการลงทุนเพิ่มหรือไม่

สรุปคือ ถ้าคุณเป็นเกมเมอร์ที่ต้องการความคุ้มค่าสูงสุด และงบประมาณจำกัด Gen 3 ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมและเพียงพอต่อการเล่นเกมส่วนใหญ่แล้ว แต่ถ้าคุณมีงบประมาณเหลือเฟือ อยากได้ของใหม่ล่าสุด และต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในทุกด้านโดยไม่ติดเรื่องราคา รายละเอียดเรื่อง SSD NVMe Gen 3 vs Gen 4 ก็อาจจะตอบโจทย์คุณได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกให้เหมาะกับการใช้งานและงบประมาณของคุณครับ

หลายคนอาจคิดว่าแผ่นรองเมาส์ก็แค่แผ่นรอง แต่จริงๆ แล้วมันมีผลต่อการใช้งานเมาส์เราโดยตรงเลยนะ ยิ่งถ้าเป็นสายเกมเมอร์หรือคนที่ทำงานที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงๆ การเลือกแผ่นรองเมาส์ให้เหมาะกับสไตล์ตัวเองนี่สำคัญมากเลย

หลักๆ แล้วแผ่นรองเมาส์จะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ Speed กับ Control ลองมาดูกันว่ามันต่างกันยังไง:

แผ่นรองเมาส์ Speed: ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเน้นความเร็ว ผิวสัมผัสจะลื่น ทำให้เมาส์เคลื่อนที่ได้เร็วและไหลลื่น เหมาะกับคนที่ชอบการเคลื่อนไหวเมาส์ที่รวดเร็ว กวาดเมาส์บ่อยๆ หรือเล่นเกมที่ต้องเปลี่ยนเป้าหมายไวๆ ข้อดีคือจะช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้ไม่ต้องออกแรงดันเมาส์เยอะ

แผ่นรองเมาส์ Control: ตรงข้ามกับ Speed เลย ผิวสัมผัสจะมีความหยาบกว่า มีแรงเสียดทานมากกว่า ทำให้เมาส์เคลื่อนที่ได้ช้าลงและแม่นยำขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการความแม่นยำสูงๆ ในการเล็งเป้า หรือทำงานกราฟิกที่ต้องการความละเอียดในการเคลื่อนที่ของเคอร์เซอร์

ส่วนเรื่องแผ่นรองเมาส์ราคาถูกๆ ที่หลายคนกังวลว่ามันจะกินฟีทเมาส์ไหม? จริงๆ แล้วมันก็มีโอกาสเป็นไปได้นะ ถ้าวัสดุไม่ดี ผิวสัมผัสไม่เรียบสม่ำเสมอ หรือมีขอบคมๆ ก็อาจจะทำให้ฟีทเมาส์สึกเร็วขึ้นได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการลงทุนกับแผ่นรองเมาส์ดีๆ หน่อยก็คุ้มค่ากว่าในระยะยาวนะ ลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจได้ที่ CPUWAX ก่อนเลือกซื้อได้เลย

หลายคนมองหากระเป๋าโน้ตบุ๊กกันกระแทก มักจะดูที่ความหนาของนวมอย่างแรกสุด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นครับ

เวลาเลือกกระเป๋าให้โน้ตบุ๊กคู่ใจ โดยเฉพาะถ้าต้องพกไปทำงานทุกวัน สิ่งที่ควรพิจารณาคือ:

วัสดุซับแรงกระแทก: นวมหนาอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องดูด้วยว่าเป็นโฟมประเภทไหน มีความยืดหยุ่นและการคืนตัวดีแค่ไหน บางทีวัสดุอย่าง EVA Foam หรือ Memory Foam ก็ให้การปกป้องที่ดีกว่านวมธรรมดาๆ ครับ

การจัดระเบียบช่อง: คนทำงานมักไม่ได้พกแค่โน้ตบุ๊ก แต่ยังมีเมาส์, อะแดปเตอร์, ฮับ USB, พาวเวอร์แบงก์, สมุดจด และปากกา การมีช่องแบ่งที่ออกแบบมาอย่างดี ช่วยให้ของไม่กองรวมกัน ลดโอกาสที่อุปกรณ์จะขูดขีดกันเอง และยังหยิบใช้ง่ายด้วย

การกันน้ำ: ข้อนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ต้องเดินทางเผื่อเจอฝนตกกะทันหัน วัสดุภายนอกที่กันน้ำได้ หรือมีซิปกันน้ำ จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจได้เยอะเลยครับ

ความสะดวกสบายในการพกพา: สายสะพายต้องปรับได้ แผ่นรองบ่าต้องนุ่ม และน้ำหนักกระเป๋าเปล่าไม่ควรมากเกินไป เพื่อสุขภาพไหล่และหลังที่ดีในระยะยาว

การลงทุนกับกระเป๋าดีๆ สักใบ ถือเป็นการปกป้องอุปกรณ์สำคัญของเราได้ยาวๆ ลองพิจารณาจากมุมมองเหล่านี้ดูนะครับ เพื่อให้ได้กระเป๋าที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และปกป้องโน้ตบุ๊กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระเป๋าโน้ตบุ๊กกันกระแทกและการเลือกซื้อได้เลย

สำหรับสายครีเอเตอร์ที่อยากจะไลฟ์สด แต่ติดเรื่องงบประมาณสำหรับอุปกรณ์ คงเคยลังเลว่าจะลงทุนกับ Ring Light ดีไหม หรือจะใช้ของที่มีอยู่แล้วไปก่อน

จริง ๆ แล้วการจัดแสงสำหรับการไลฟ์สดให้ดูดี ไม่จำเป็นต้องพึ่งพา Ring Light ราคาแพงเสมอไปครับ หลอดไฟบ้านธรรมดา ๆ ที่เรามีอยู่ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้มหาศาล ถ้าเรารู้จักหลักการจัดวางที่ถูกต้อง

หัวใจสำคัญคือการกระจายแสงให้ทั่วถึงและลดเงาที่ไม่พึงประสงค์ ลองนึกภาพการใช้หลอดไฟสองดวงวางเฉียงๆ จากด้านหน้าซ้ายและขวา เพื่อให้แสงตกกระทบใบหน้าอย่างสมมาตร นอกจากนี้ การใช้ผ้าขาวบางๆ มาบังหน้าหลอดไฟก็ช่วยให้แสงนุ่มนวลขึ้นได้เยอะเลยครับ ทำให้ภาพดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งกระด้าง

ก่อนจะตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ใหม่ ลองศึกษาเทคนิคการจัดแสงพื้นฐานดูสักนิด คุณอาจจะประหยัดเงินไปได้เยอะเลย และค้นพบว่าหลอดไฟธรรมดาในบ้านนี่แหละ คือเครื่องมือสุดเจ๋งที่รอการค้นพบ

ถ้าอยากได้ไอเดียเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมตัวเป็นครีเอเตอร์แบบมือโปรในงบสบายกระเป๋า ลองอ่าน คู่มือจาก CPUWAX ดูสิครับ มีเคล็ดลับดีๆ อีกเพียบ

หลายคนจัดสเปกคอมเทพๆ จอ 4K 144Hz มาแล้ว แต่ดันต่อสายผิด ชีวิตเปลี่ยนนะ! เคยสงสัยไหมว่าระหว่าง HDMI 2.1 กับ DisplayPort 1.4 อันไหนจะดึงประสิทธิภาพจอเราออกมาได้เต็มที่กว่ากัน

โดยพื้นฐานแล้ว ทั้งสองพอร์ตนี้ออกแบบมาเพื่อส่งสัญญาณภาพและเสียงความละเอียดสูง แต่มีข้อดีข้อเสียต่างกัน HDMI 2.1 นั้นรองรับแบนด์วิดท์ที่สูงกว่า DisplayPort 1.4 อย่างชัดเจน ทำให้มันสามารถส่งสัญญาณ 4K ที่ 144Hz หรือสูงกว่านั้นได้สบายๆ โดยไม่มีการบีบอัดภาพ เหมาะสำหรับเกมเมอร์หรือสายทำงานที่ต้องการความคมชัดและลื่นไหลสูงสุด

ส่วน DisplayPort 1.4 ถึงแม้แบนด์วิดท์จะไม่เท่า HDMI 2.1 แต่ก็ยังรองรับ 4K 144Hz ได้เช่นกัน เพียงแต่ในบางกรณีอาจต้องใช้เทคนิคการบีบอัดภาพ (DSC) เข้าช่วย ซึ่งส่วนใหญ่ตาเปล่าก็แทบแยกไม่ออก ข้อดีของ DisplayPort คือมันมักจะมาพร้อมฟีเจอร์สำหรับเกมมิ่งอย่าง G-Sync หรือ FreeSync ได้ดีกว่าในจอหลายๆ รุ่น

ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือเรื่อง “สาย” หลายคนเห็นสายราคาถูกๆ แล้วอดใจไม่ไหว แต่ต้องระวังให้ดี เพราะสายที่ไม่ได้มาตรฐานอาจจะไม่สามารถรองรับแบนด์วิดท์ที่จำเป็นสำหรับ 4K 144Hz ได้จริง สุดท้ายก็ได้ภาพที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือแย่กว่านั้นคือไม่มีภาพเลย การเลือกสายคุณภาพดีที่ระบุมาตรฐานชัดเจนจึงสำคัญมาก หากอยากรู้ รายละเอียดเรื่องสาย HDMI 2.1 vs DisplayPort 1.4 เพิ่มเติม ลองไปศึกษาดูว่าสายแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด

สรุปคือ ถ้าเน้นประสิทธิภาพสูงสุดแบบไม่กั๊กและจอรองรับ HDMI 2.1 เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าจอคุณมี DisplayPort และอยากใช้ฟีเจอร์เกมมิ่งเฉพาะ DisplayPort 1.4 ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน ที่สำคัญคืออย่าละเลยเรื่องคุณภาพของสายที่เลือกใช้ด้วยล่ะ!

หลายคนใช้ iPad ทำงานหรือเรียน ก็อยากได้เคสดีๆ มาป้องกันเครื่องหน่อยใช่ไหมครับ? โดยเฉพาะเคสแบบแม่เหล็กที่ดูเหมือนจะสะดวกสบาย แต่พอเห็นราคาที่ต่างกันเป็นร้อยเป็นพัน ก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันต่างกันจริงเหรอ?

จริงๆ แล้ว เคส iPad แม่เหล็กราคาแพงมักจะมาพร้อมกับวัสดุที่ดีกว่า อย่างหนัง PU เกรดพรีเมียม หรือโพลีคาร์บอเนตที่แข็งแรงกว่า ช่วยกันรอยขีดข่วนและแรงกระแทกได้ดีกว่าเคสราคาถูกที่อาจจะใช้พลาสติกบางๆ หรือหนังเทียมคุณภาพต่ำ

นอกจากเรื่องวัสดุแล้ว ฟังก์ชันการใช้งานก็ต่างกันด้วยครับ เคสแพงๆ มักจะมี:

  • ระบบแม่เหล็กที่แน่นหนากว่า: ทำให้ฝาพับติดกับจอได้สนิท ไม่หลุดง่าย เวลาพับเป็นขาตั้งก็มั่นคง ไม่ล้มพับ

  • ช่องเก็บ Apple Pencil ที่ออกแบบมาดีกว่า: ชาร์จได้ในตัว หรือมีช่องเก็บที่ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวหาย

  • การป้องกันที่ดีกว่า: บางรุ่นมีมุมเสริมกันกระแทก หรือออกแบบมาให้รองรับการตกจากที่สูงได้ดีขึ้น

ส่วนที่คนมักมองข้ามคือ “ความทนทาน” ครับ เคสราคาถูกอาจจะใช้ได้ไม่นานก็เริ่มเปื่อย ย้วย หรือแม่เหล็กเสื่อม ทำให้ต้องซื้อใหม่บ่อยๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจจะไม่คุ้มค่าในระยะยาวก็ได้ ลองพิจารณาดูว่าการลงทุนกับเคสดีๆ ที่ใช้งานได้ยาวนานและปกป้อง iPad ได้อย่างเต็มที่นั้นคุ้มค่ากว่าไหมครับ

หลายคนสงสัยว่า ถ้าเน็ตบ้านเราเป็น 1000Mbps แล้วสาย LAN ที่ใช้อยู่เป็น Cat5e มันจะไปได้เต็มสปีดจริงหรือเปล่า หรือควรจะต้องอัปเกรดไปเป็น Cat6 หรือ Cat7 ดีกว่าไหม?

เรื่องนี้ต้องบอกว่าไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขสเปกของสายอย่างเดียว แต่มีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเยอะเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องระยะทางในการเดินสาย และสภาพแวดล้อมภายในบ้านของเราเอง

สาย Cat5e เนี่ย แม้ว่าจะเก่าหน่อย แต่ถ้าเป็นสายคุณภาพดีและเดินในระยะที่ไม่ไกลมาก (< 50 เมตร) ส่วนใหญ่ก็ยังสามารถรองรับความเร็ว 1000Mbps ได้สบาย ๆ ครับ แต่ถ้าเริ่มเดินสายยาวขึ้น หรือมีสัญญาณรบกวนเยอะ ๆ ประสิทธิภาพก็อาจจะลดลงได้

Cat6 จะดีกว่า Cat5e ตรงที่รองรับแบนด์วิธได้สูงกว่า และลดสัญญาณรบกวนได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับใครที่ต้องการความเสถียร หรือเดินสายยาวขึ้นมาหน่อย

Cat7 อันนี้คือตัวท็อปครับ ออกแบบมาเพื่อรองรับความเร็วสูงมาก ๆ และมีชีลด์ป้องกันสัญญาณรบกวนได้ดีเยี่ยม แต่ก็มาพร้อมกับราคาที่สูงขึ้นและการติดตั้งที่ยากกว่า

ก่อนจะตัดสินใจลงทุนซื้อสายใหม่ ลองพิจารณาดูว่าความต้องการใช้งานของเราเป็นยังไง สภาพบ้านเอื้อต่อการเดินสายแบบไหน และงบประมาณที่เรามี ถ้าอยากดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกต่างของสายแต่ละประเภท ลองอ่านบทความเปรียบเทียบจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ CPUWAX

บางที การลงทุนกับ Cat6 ก็อาจจะเป็นจุดที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับเน็ตบ้าน 1000Mbps ครับ ไม่จำเป็นต้องไปถึง Cat7 เสมอไป ถ้าไม่ได้มีแผนจะอัปเกรดเน็ตไปถึงระดับ 10 Gigabit ในอนาคตอันใกล้

หลายคนใช้คอมเก่าแล้วอยากอัปเกรดให้เครื่องเร็วขึ้น หนึ่งในตัวเลือกแรกๆ ที่นึกถึงก็คือ SSD แต่ทีนี้จะเลือก SATA หรือ NVMe ดีล่ะ?

แน่นอนว่า NVMe เร็วกว่า SATA เยอะมาก ทั้งเรื่องความเร็วในการอ่าน-เขียนข้อมูล การเปิดโปรแกรม หรือการโอนไฟล์ใหญ่ๆ จะเห็นความต่างได้ชัดเจน แต่คำถามคือ “คอมเก่า” ของเราจะดึงประสิทธิภาพ NVMe ออกมาได้เต็มที่แค่ไหน?

ถ้าเครื่องรองรับ NVMe: อันนี้ก็จัด NVMe ไปเลยครับ ไม่ต้องลังเล เพราะยังไงก็ได้ความเร็วที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ถ้าเครื่องรองรับแค่ SATA: ตรงนี้แหละที่ต้องคิดเยอะหน่อย เพราะถึงแม้ SATA จะช้ากว่า NVMe แต่ก็ยังเร็วกว่า HDD แบบคนละโลกเลยนะครับ การเปลี่ยนจาก HDD เป็น SSD SATA จะทำให้คอมเก่าของคุณเร็วขึ้นอย่างรู้สึกได้ ทั้งการบูทเครื่อง เปิดโปรแกรม หรือใช้งานทั่วไป

บางคนอาจจะกังวลว่า SSD SATA จะคุ้มไหมในยุคนี้? คำตอบคือ “คุ้ม” ครับ ถ้าเครื่องของคุณรองรับแค่ SATA การลงทุนกับ SSD SATA ก็ยังเป็นการอัปเกรดที่เห็นผล และทำให้คอมเก่ากลับมาใช้งานได้ลื่นไหลอีกครั้ง โดยเฉพาะถ้าไม่ได้ทำงานที่ต้องใช้ความเร็วการอ่านเขียนข้อมูลระดับสูงสุดจริงๆ

สรุปคือ ไม่ว่าเครื่องคุณจะรองรับแบบไหน การเปลี่ยนมาใช้ SSD ก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเสมอครับ ไม่ต้องกังวลว่า SATA จะไม่ดีพอ ถ้าอยากรู้ละเอียดเพิ่มเติม ลองอ่าน คู่มือจาก CPUWAX เพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย

เดี๋ยวนี้กล้องวงจรปิด WiFi สำหรับคอนโดมีฟีเจอร์ตรวจจับคนหรือสัตว์เลี้ยงกันเยอะมาก หลายคนคงสงสัยว่ามันแม่นยำแค่ไหน แล้วระบบแจ้งเตือนมือถือนี่มันเวิร์คจริงไหม?

จากที่ลองใช้มาหลายรุ่น ต้องบอกว่าความแม่นยำขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเลยครับ

การตั้งค่าโซนตรวจจับ: ถ้าเรากำหนดขอบเขตดีๆ กล้องจะทำงานได้แม่นยำขึ้น เช่น กำหนดให้ตรวจจับเฉพาะพื้นที่ประตูทางเข้า ไม่ใช่ทั้งห้อง

แสงสว่าง: ในสภาพแสงน้อยหรือมืดสนิท ความสามารถในการแยกแยะวัตถุจะลดลงไปบ้าง

ความเร็วของการเคลื่อนไหว: การเคลื่อนไหวที่เร็วมากๆ บางทีกล้องก็อาจจับไม่ทัน หรือแยกไม่ออกว่าเป็นคนหรือแค่เงา

ส่วนเรื่องการแจ้งเตือนผ่านมือถือ ส่วนใหญ่ทำงานได้ดีครับ ทันทีที่กล้องตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ ก็จะส่งข้อความหรือรูปภาพมายังแอปบนสมาร์ทโฟนเราทันที ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์มากตอนที่เราไม่อยู่ห้อง ทำให้เราอุ่นใจได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นก็จะรู้ได้ทันที

แต่ก็มีข้อควรระวังคือ บางครั้งการแจ้งเตือนอาจจะเยอะไปหน่อย ถ้ามีแมลงบินผ่านหน้ากล้องบ่อยๆ หรือแสงเปลี่ยนกะทันหัน กล้องบางรุ่นก็อาจจะตีความว่าเป็นการเคลื่อนไหวและแจ้งเตือนมาได้ เราอาจจะต้องเข้าไปปรับความไวในการตรวจจับในแอปพลิเคชันของกล้องเป็นระยะๆ เพื่อให้ได้การแจ้งเตือนที่ตรงใจที่สุดครับ

ใครที่อยากรู้ลึกเรื่องฟังก์ชันตรวจจับของกล้องวงจรปิด WiFi สำหรับคอนโด ลองอ่านต่อได้เลยครับ.