ตลาดเฮ้าส์ : ของใช้ในบ้าน จัดบ้านง่าย

ตลาดเฮ้าส์ แหล่งรวมของใช้ในบ้านที่ช่วยให้จัดบ้านง่ายขึ้น ทั้งอุปกรณ์จัดระเบียบ ของใช้ทำความสะอาด ของใช้ห้องน้ำ ห้องนอน และเครื่องมือซ่อมบ้าน พร้อมข้อมูลช่วยเลือ

เคยไหมที่เปิดประตูห้องนอนเข้าไปแล้วเจอแต่ความอับชื้น? ยิ่งถ้าห้องเราไม่มีหน้าต่างด้วยแล้ว ปัญหานี้จะหนักเป็นพิเศษเลยค่ะ บอกเลยว่าไม่ต้องท้อใจไปนะคะ เพราะเราสามารถจัดการกับ กลิ่นอับห้องนอน ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องถึงขั้นทุบผนังทำหน้าต่างใหม่เลยค่ะ

สาเหตุหลัก ๆ ของกลิ่นอับในห้องนอนที่ไม่มีหน้าต่างก็มักจะมาจากความชื้นสะสมนี่แหละค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความชื้นจากเสื้อผ้าที่ตากในห้อง เหงื่อไคลจากร่างกาย หรือแม้แต่ความชื้นจากเครื่องปรับอากาศที่ไม่ค่อยได้ล้าง

วิธีแก้ก็มีหลากหลายระดับราคาให้เลือกเลยค่ะ:

– งบน้อย (หลักสิบ-หลักร้อย): ลองเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการใช้ถ่านดูดกลิ่น (ถ่านไม้ทั่วไปนี่แหละค่ะ) หรือก้อนดูดความชื้นสำเร็จรูป หาซื้อได้ทั่วไปตามซูเปอร์มาร์เก็ต หรือจะใช้สมุนไพรแห้งอย่างใบเตย หอมแดง หรือดอกไม้แห้งหอม ๆ ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งค่ะ

– งบปานกลาง (หลักร้อย-หลักพัน): ขยับมาที่พวกเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็ก หรือเครื่องพ่นไอน้ำมันหอมระเหยค่ะ พวกนี้ช่วยได้ทั้งเรื่องกลิ่นและช่วยให้อากาศหมุนเวียนดีขึ้นด้วย อย่าลืมพิจารณาเรื่องการทำความสะอาดห้องนอนให้บ่อยขึ้นด้วยนะคะ ทั้งการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ซักผ้าม่าน หรือดูดฝุ่นบ่อย ๆ ก็ช่วยลดแหล่งสะสมกลิ่นได้มาก

– งบสูงขึ้นมาหน่อย (หลักพันขึ้นไป): ถ้าอยากลงทุนยาว ๆ แนะนำเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง หรือเครื่องลดความชื้นโดยเฉพาะค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าห้องคุณมีความชื้นสูงมากจริง ๆ การมีเครื่องลดความชื้นจะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่า

ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีไหน สิ่งสำคัญคือต้องหาสาเหตุของกลิ่นให้เจอ และเลือกวิธีที่เหมาะสมกับงบประมาณและไลฟ์สไตล์ของคุณค่ะ

บ้านไหนมีน้องหมาน้องแมววิ่งเล่นทั่วบ้าน การเลือกน้ำยาถูพื้นเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเลยค่ะ เพราะบางทีเราคิดว่าไม่มีกลิ่นฉุนก็คงไม่เป็นไร แต่ความจริงแล้วสารเคมีบางอย่างที่อยู่ในน้ำยาถูพื้นอาจเป็นอันตรายต่อน้องๆ ได้มากกว่าที่คิด

เวลาเลือกน้ำยาถูพื้นสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง สิ่งสำคัญอันดับแรกเลยคือต้องดูที่ส่วนผสมค่ะ เลี่ยงพวกสารเคมีแรงๆ หรือสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น แอมโมเนีย คลอรีน ฟอร์มาลดีไฮด์ หรือฟีนอล เพราะสารเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของสัตว์เลี้ยง แต่ยังอาจซึมผ่านผิวหนังหรือโดนเลียเข้าไปได้โดยไม่ตั้งใจ

ลองหันมามองหาน้ำยาถูพื้นที่ระบุว่า “สำหรับสัตว์เลี้ยง” หรือ “ส่วนผสมจากธรรมชาติ” จะช่วยให้สบายใจขึ้นเยอะค่ะ น้ำยาพวกนี้มักจะใช้สารสกัดจากพืช หรือสารทำความสะอาดที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ซึ่งปลอดภัยกับทั้งคนและสัตว์เลี้ยง แถมยังช่วยลดการสะสมของสารเคมีในบ้านด้วย

อีกเคล็ดลับหนึ่งคือ หลังถูพื้นแล้ว ควรปล่อยให้พื้นแห้งสนิทก่อนให้น้องๆ เข้ามาวิ่งเล่น เพื่อป้องกันไม่ให้สารตกค้างที่ยังไม่แห้งสัมผัสกับอุ้งเท้าหรือถูกเลียเข้าไปค่ะ และถ้าอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกน้ำยาถูพื้นให้ปลอดภัยกับน้องๆ ลอง อ่านต่อ ได้เลยค่ะ

การใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ จะช่วยให้น้องๆ ได้วิ่งเล่นในบ้านได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

ห้องน้ำนี่แหละตัวดีที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในบ้านได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุอยู่ด้วย ไม่ต้องรอให้รีโนเวทห้องน้ำใหม่หมดเพื่อความปลอดภัยนะคะ เรามีตัวช่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เอามาติดเองได้ ไม่ต้องเจาะผนังให้ยุ่งยาก แถมงบประมาณก็สบายกระเป๋าด้วย

ลองนึกภาพพื้นห้องน้ำที่เปียก ๆ สิคะ แค่แผ่นกันลื่นดี ๆ สักผืนก็ช่วยได้เยอะแล้วนะ เดี๋ยวนี้มีหลายแบบเลย ทั้งแบบพรม แบบแผ่นยาง หรือสติกเกอร์กันลื่นที่แปะตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ได้เลย ไม่ต้องกลัวลื่นตอนก้าวออกจากอ่างอาบน้ำหรือตอนยืนอาบน้ำอีกต่อไป

อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ราวจับในห้องน้ำ ค่ะ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเจาะกระเบื้องให้เป็นรอย เพราะเดี๋ยวนี้มีราวจับแบบสูญญากาศที่ติดตั้งง่าย ถอดเก็บสะดวก แถมยังแข็งแรงพอให้จับยึดตอนลุกนั่งหรือตอนก้าวเดินได้สบาย ๆ เลย ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้สูงอายุในบ้านได้มากเลยค่ะ พวกอุปกรณ์เหล่านี้แหละที่จะช่วยเปลี่ยนห้องน้ำธรรมดาให้กลายเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยขึ้นมาได้ทันที ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมว่ามีอุปกรณ์อะไรน่าสนใจอีกบ้าง ลองไปอ่านต่อที่ TaladHouse ได้เลยค่ะ

เคยไหมที่หาของในบ้านไม่เจอ หมุนไปหมุนมาก็เจอแต่กล่องเต็มไปหมด? ปัญหาโลกแตกของการจัดระเบียบบ้านคือของเยอะ แต่กล่องเก็บของก็มีหลายแบบจนเลือกไม่ถูกว่าจะใช้แบบไหนดี

หลักๆ เลย กล่องเก็บของที่เราใช้กันบ่อยๆ ก็จะมีแบบใสกับแบบทึบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันนะ

– กล่องใส: ข้อดีคือมองเห็นของข้างในได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาเปิดหา เหมาะกับของที่ต้องหยิบบ่อยๆ อย่างพวกอุปกรณ์เย็บผ้า เครื่องเขียน หรือของเล่นชิ้นเล็กๆ ของลูก ข้อเสียคือถ้าของข้างในรก หรือไม่เป็นระเบียบก็จะดูไม่สวยงามเท่าไหร่

– กล่องทึบ: เหมาะกับของที่ไม่ค่อยได้ใช้ หรือของที่อยากซ่อนไว้ไม่ให้รกสายตา เช่น เอกสารเก่าๆ ของใช้ตามฤดูกาล หรือของที่ไม่ได้สวยงามมากนัก พอปิดฝาแล้วบ้านจะดูเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้นเยอะเลย ข้อเสียคือถ้าไม่ติดป้ายกำกับไว้ ก็จะงงว่าข้างในมีอะไรบ้าง

ไม่ว่าจะเลือกกล่องแบบไหน อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือการติดป้าย เพื่อให้รู้ว่ากล่องนั้นๆ เก็บอะไรไว้ ไม่ต้องรื้อหาให้วุ่นวาย ลองเขียนป้ายให้ชัดเจน ติดไว้ที่กล่องแต่ละใบ รับรองว่าชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ

สำหรับใครที่อยากได้ รายละเอียดเรื่องกล่องเก็บของ แบบไหนดี เพิ่มเติม ลองดูข้อมูลจาก TaladHouse ได้เลยนะ มีคำแนะนำดีๆ ที่ช่วยให้เราเลือกกล่องได้เหมาะกับการใช้งานในบ้านจริงๆ

ช่วงนี้ใครเปิดบิลค่าไฟมาแล้วตกใจบ้าง? บางทีไม่ใช่เพราะเราใช้ไฟเยอะขึ้นอย่างเดียว แต่อาจมีเรื่อง “ไฟรั่ว” เข้ามาเกี่ยวข้องก็ได้นะ

ไฟรั่วไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ นอกจากจะอันตรายแล้ว ยังทำให้ค่าไฟบ้านเราแพงขึ้นแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย สัญญาณเตือนเบื้องต้นที่สังเกตได้ง่าย ๆ คือ:

– มิเตอร์ไฟหมุนเร็วผิดปกติ: ลองปิดไฟทุกดวงและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างในบ้าน แล้วออกไปดูมิเตอร์ไฟ ถ้ามิเตอร์ยังหมุนอยู่ แสดงว่ามีไฟรั่วแน่นอน

– เบรกเกอร์ทริปบ่อย: ถ้าเบรกเกอร์ตัดไฟบ่อย ๆ โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน เช่น ไม่ได้เสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมาก ๆ หรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ก็เป็นไปได้ว่ามีไฟรั่ว

– สายไฟหรืออุปกรณ์มีรอยไหม้: อันนี้ค่อนข้างอันตราย ถ้าเห็นรอยไหม้ หรือได้กลิ่นไหม้ตามปลั๊กไฟ สวิตช์ไฟ หรือสายไฟ ต้องรีบตรวจสอบและแก้ไขทันที

– โดนไฟดูดเบาๆ: เวลาไปแตะเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือโครงสร้างโลหะในบ้านแล้วรู้สึกเหมือนโดนไฟดูดจี๊ดๆ นั่นคือสัญญาณอันตรายของไฟรั่วเลย

การหมั่นสังเกตและตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้อีกด้วย ถ้าอยากรู้ขั้นตอนการ เช็คไฟรั่วในบ้าน ด้วยตัวเองแบบละเอียด หรือเมื่อไหร่ที่ควรเรียกช่าง ก็ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมดูนะ

เคยสงสัยกันไหมว่า เบรกเกอร์ที่บ้านเราใช้อยู่มันปลอดภัยพอหรือเปล่า โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีเด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ เรื่องไฟฟ้าเนี่ยมองข้ามไม่ได้เลยจริงๆ

เบรกเกอร์ที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือแบบธรรมดา ที่จะตัดไฟเมื่อมีไฟเกินหรือไฟฟ้าลัดวงจร แต่ทีนี้มันจะมีอีกแบบที่เรียกว่า “เบรกเกอร์กันดูด” หรือ RCBO/ELCB ที่เค้าแนะนำให้ติดเพิ่มในจุดที่เสี่ยงเป็นพิเศษ

หลายคนอาจจะคิดว่าติดแค่ในห้องน้ำก็พอแล้ว เพราะเป็นที่ที่มีความชื้นสูง โอกาสไฟรั่ว ไฟดูดก็เยอะ แต่จริงๆ แล้ว พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว อย่างเครื่องทำน้ำอุ่นในอ่างล้างจาน หรือปลั๊กพ่วงที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายๆ อย่าง ก็มีความเสี่ยงไม่แพ้กันเลยนะ

การลงทุนกับเบรกเกอร์กันดูด ไม่ใช่แค่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากไฟฟ้า แต่ยังช่วยให้เราอุ่นใจมากขึ้นเวลาใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบ้านด้วย

ถ้าอยากรู้ว่าเบรกเกอร์กันดูดต่างจากเบรกเกอร์ธรรมดายังไง และบ้านเราควรติดตรงไหนบ้าง ลองไป อ่านฉบับเต็มที่ TaladHouse ได้เลย เค้าอธิบายไว้เข้าใจง่ายมากๆ

ช่วงหน้าร้อนหรือหน้าฝนแบบนี้ ปัญหาเรื่องยุง แมลงหวี่ หรือแมลงตัวเล็ก ๆ บุกบ้านน่าจะเป็นเรื่องที่หลายคนต้องเจอใช่ไหมคะ ยิ่งถ้าไม่อยากเจาะผนังหรือวงกบให้เป็นรอย การหามุ้งลวดแบบติดเองได้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว

แต่ก่อนจะตัดสินใจซื้อ มุ้งลวดแม่เหล็ก มาติดเอง มีเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ดี ไม่งั้นอาจเจอว่ามันหลุดตั้งแต่สองสัปดาห์แรกก็ได้ค่ะ หลัก ๆ เลยคือเรื่องของแม่เหล็กและกาวที่ใช้

– เช็กความแนบของแม่เหล็ก: เวลาเลือกซื้อ ลองดูว่าแม่เหล็กที่ให้มามีความหนาและแรงดูดมากพอไหม ถ้าแม่เหล็กไม่ค่อยดูดกัน หรือดูบอบบางเกินไป อาจจะรับน้ำหนักมุ้งลวดไม่ได้นาน โดยเฉพาะถ้าเป็นประตูที่ต้องเปิดปิดบ่อย ๆ

– เรื่องกาวสำคัญมาก: กาวสองหน้าที่มาพร้อมกับชุดมุ้งลวดมักจะมีความหลากหลาย บางชนิดอาจไม่ทนความชื้น หรือโดนแดดนาน ๆ ก็เสื่อมสภาพ ถ้าเป็นไปได้ ลองเลือกแบบที่ระบุว่าทนทานต่อสภาพอากาศ หรืออาจจะลงทุนซื้อกาวสองหน้าชนิดพิเศษที่ทนทานกว่ามาใช้เองเลยก็ได้ค่ะ

– การเตรียมพื้นผิว: ก่อนติด อย่าลืมเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวให้แห้งสนิท ไม่มีฝุ่นหรือคราบน้ำมันเกาะอยู่ เพราะจะช่วยให้กาวติดแน่นได้เต็มที่

ถ้าใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ มุ้งลวดแม่เหล็กที่คุณติดเองก็จะอยู่ทน ใช้งานได้ยาว ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องหลุดอีกต่อไปค่ะ

สำหรับคนอยู่คอนโด หรือเพิ่งเริ่มแยกบ้านออกมาอยู่เอง การมีเครื่องมือช่างติดบ้านไว้บ้างก็ช่วยให้หลายๆ อย่างสะดวกขึ้นเยอะเลยนะคะ เวลาเจอเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องแก้ไข ไม่ต้องรอช่าง หรือต้องไปรบกวนใคร แต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องซื้อทุกอย่างที่เห็นในร้านฮาร์ดแวร์หรอกนะ

เท่าที่ลองใช้งานมาเอง ถ้าเป็นงานซ่อมแซมเล็กๆ น้อยๆ ในคอนโด ส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นเรื่องแขวนรูป ติดชั้นวางของเล็กๆ น้อยๆ ซ่อมก๊อกน้ำรั่วเบาๆ หรือขันน็อตเฟอร์นิเจอร์ที่หลวม

ชุดเครื่องมือพื้นฐานที่ควรมีติดบ้านไว้ เลยเน้นไปที่ของที่ใช้บ่อยจริงๆ ไม่ต้องเยอะจนรกบ้าน แถมยังประหยัดงบได้อีกด้วยค่ะ ที่สำคัญคือเลือกแบบที่ใช้งานง่าย หยิบจับถนัดมือ จะช่วยให้งานเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ

ใครที่กำลังมองหาไอเดียว่าควรมีอะไรบ้าง ลองดูคู่มือจาก TaladHouse เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกซื้อเครื่องมือช่างสำหรับมือใหม่ได้เลยค่ะ รับรองว่ามีแค่นี้ก็เอาอยู่!

เคยไหมที่กดชักโครกแล้วน้ำไม่ลง หรือลงช้ากว่าปกติ? ปัญหาชักโครกตันเป็นเรื่องที่หลายบ้านต้องเจอ ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้วเราสามารถแก้ปัญหาเบื้องต้นเองได้ง่ายๆ ไม่ต้องถึงมือช่างเสมอไป

ลองมาดูกันทีละขั้นตอนว่าพอจะทำอะไรได้บ้าง:

– ใช้ลูกยางปั๊มชักโครก: นี่คือวิธีแรกและง่ายที่สุดที่ควรลอง หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป วิธีใช้ก็แค่เอาลูกยางครอบปากท่อชักโครกให้สนิท แล้วออกแรงกดขึ้นลงซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง แรงดันจะช่วยดันสิ่งที่อุดตันให้หลุดไปได้

– ใช้น้ำร้อน: บางครั้งการอุดตันเกิดจากคราบไขมันหรือสิ่งสกปรกที่จับตัวกัน ลองต้มน้ำให้ร้อน (แต่อย่าถึงกับเดือดจัด) แล้วค่อยๆ เทลงไปในชักโครก ทิ้งไว้สักพัก น้ำร้อนจะช่วยละลายไขมันและสิ่งอุดตันให้อ่อนตัวลงได้ จากนั้นค่อยลองกดน้ำดูอีกครั้ง

– ใช้น้ำยาล้างท่อ: หากสองวิธีแรกยังไม่ได้ผล อาจลองใช้น้ำยาล้างท่อที่ออกแบบมาสำหรับขจัดสิ่งอุดตันโดยเฉพาะ อ่านฉลากและทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพราะเป็นสารเคมีที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

– ใช้ไม้แขวนเสื้อดัดแปลง: สำหรับการอุดตันที่ไม่ลึกมาก ลองเอาไม้แขวนเสื้อลวดมาดัดให้เป็นตะขอเล็กๆ แล้วค่อยๆ แหย่ลงไปในท่อชักโครกเพื่อเกี่ยวหรือดันสิ่งที่อุดตันออก ระมัดระวังอย่าให้ไปขูดขีดชักโครกจนเสียหายนะคะ

ถ้าลองทำตามวิธีเหล่านี้แล้วยังไม่สำเร็จ หรือสงสัยว่าการอุดตันอาจเกิดจากปัญหาที่ซับซ้อนกว่านั้น เช่น ท่อเมนอุดตัน หรือมีสิ่งของขนาดใหญ่ตกลงไป การเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมและให้ปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างถูกจุด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับเรื่องในบ้าน ลองแวะไปดูที่ บทความเกี่ยวกับการแก้ชักโครกตัน ได้เลย

เข้าหน้าฝนทีไร ใจตุ้มๆ ต่อมๆ กับปัญหารั่วซึมในบ้านตลอดเลยใช่ไหมคะ? บางทีก็งงว่ารอยรั่วแบบนี้ต้องใช้เทปกันรั่ว ซิลิโคน หรือกาวตะปูกันน้ำกันแน่ ถ้าเลือกผิด ชีวิตเปลี่ยนเลยนะ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา แถมปัญหาก็ไม่จบไม่สิ้นอีก

ลองมาดูกันแบบง่ายๆ ว่ารอยรั่วแบบไหน ควรใช้อะไรแก้ปัญหาให้ตรงจุด:

– รอยรั่วท่อประปาเล็กๆ หรือรอยแตกร้าวบนพื้นผิว: อันนี้ตัวช่วยแรกที่นึกถึงเลยคือ เทปกาวกันน้ำ ค่ะ มีหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบบิวทิลที่ยึดเกาะดีเยี่ยม หรือแบบยางมะตอยก็ใช้ได้กับหลายพื้นผิว เหมาะกับงานที่ไม่ได้รับแรงดันน้ำสูงมากนัก หรือเป็นรอยแตกร้าวเล็กๆ ที่ต้องการการปิดผนึกทันที

– รอยต่อวงกบประตู หน้าต่าง หรือสุขภัณฑ์: งานแบบนี้ต้องยกให้ซิลิโคนกันน้ำเลยค่ะ เพราะมีความยืดหยุ่นสูง ทนทานต่อสภาพอากาศได้ดีเยี่ยม เหมาะกับการอุดรอยต่อที่อาจมีการขยับตัวเล็กน้อย ป้องกันน้ำซึมเข้าได้ดี

– งานซ่อมแซมใหญ่ที่ต้องการความแข็งแรง หรือยึดติด: ถ้าเป็นงานซ่อมที่ต้องการแรงยึดเกาะสูง เช่น การติดกระเบื้องที่หลุด การซ่อมรอยแตกขนาดใหญ่บนผนัง หรือการยึดวัสดุต่างๆ ให้ติดแน่น กาวตะปูกันน้ำคือคำตอบค่ะ เพราะนอกจากจะกันน้ำแล้ว ยังมีความแข็งแรงในการยึดติดสูงมากด้วย

การเลือกใช้วัสดุให้ถูกประเภทกับปัญหา จะช่วยให้งานซ่อมแซมบ้านของเราจบจริง ไม่ต้องมานั่งแก้ซ้ำๆ ให้ปวดหัวอีกต่อไปค่ะ