อยู่คอนโด 1 ห้องนอนนี่พื้นที่จำกัดจริง ๆ ค่ะ เวลาจะเลือกซื้อของใช้เข้าบ้านแต่ละทีก็ต้องคิดเยอะหน่อย อย่างเรื่องเครื่องดูดฝุ่นนี่ก็เป็นปัญหาโลกแตกเลยว่าจะเอาแบบไหนดี ระหว่างหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ดูไฮเทค กับเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่คล่องตัว
จากประสบการณ์ตรงนะคะ ถ้าคอนโดเราพื้นที่ไม่เยอะมาก ของไม่รก จัดบ้านเป็นระเบียบพอสมควร เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย อาจจะตอบโจทย์กว่าในแง่ของความคุ้มค่าและประสิทธิภาพการทำความสะอาด เพราะเราสามารถหยิบมาดูดได้เลยทันทีที่เห็นฝุ่น ไม่ต้องรอ ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดกลางคัน แรงดูดก็ค่อนข้างดีกว่าในราคาที่เท่ากัน แถมยังซอกซอนตามมุมเล็ก ๆ หรือใต้เฟอร์นิเจอร์ที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอาจจะเข้าไม่ถึงได้ง่ายกว่าด้วยค่ะ
ส่วนหุ่นยนต์ดูดฝุ่น เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาจริง ๆ ปล่อยให้มันทำงานไปเองได้ แต่ก็ต้องเตรียมพื้นที่ให้โล่งหน่อยนะคะ ไม่งั้นมันจะไปติดนู่นนี่นั่นตลอด แล้วก็ต้องทำใจเรื่องประสิทธิภาพการเก็บฝุ่นตามมุมที่อาจจะไม่เนี้ยบเท่าแบบไร้สายค่ะ
สรุปคือ ถ้าเน้นความสะอาดทั่วถึง ใช้งานง่าย และงบจำกัด เครื่องดูดฝุ่นไร้สายอาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มกว่าสำหรับชาวคอนโด 1 ห้องนอนค่ะ
หลายคนรักการปลูกต้นไม้ แต่พอเป็นระเบียงคอนโด พื้นที่จำกัด การดูแลก็ต้องเป๊ะหน่อย โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ย ต้นไม้จะได้งาม ไม่โทรมง่าย
เวลาเลือกปุ๋ยสำหรับต้นไม้ในกระถาง เราจะเจอหลักๆ สองแบบคือ ปุ๋ยละลายช้า กับ ปุ๋ยน้ำ ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันนะ
– ปุ๋ยละลายช้า: เหมาะกับคนไม่ค่อยมีเวลา หรือขี้ลืมรดปุ๋ยบ่อยๆ แค่โรยไปรอบเดียว ปุ๋ยก็จะค่อยๆ ปล่อยธาตุอาหารให้ต้นไม้ไปเรื่อยๆ ตามเวลาที่ระบุข้างซอง ข้อดีคือสะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องการให้ปุ๋ยเกินขนาด ต้นไม้ได้กินแบบสม่ำเสมอ แต่ก็อาจจะไม่ได้เห็นผลทันตาเท่าปุ๋ยน้ำ
– ปุ๋ยน้ำ: อันนี้เหมาะกับคนที่ชอบรดน้ำต้นไม้เป็นประจำ และอยากเห็นผลลัพธ์เร็ว ปุ๋ยน้ำจะซึมเข้าสู่รากต้นไม้ได้เร็วกว่า ทำให้ต้นไม้ได้รับสารอาหารทันที ข้อดีคือปรับปริมาณได้ง่าย เห็นผลไว แต่ก็ต้องระวังเรื่องการให้ปุ๋ยเยอะเกินไป อาจทำให้รากเน่าได้
การเลือกปุ๋ยที่ดีที่สุดคือการดูจากชนิดของต้นไม้ และไลฟ์สไตล์ของเจ้าของ บางทีก็อาจจะต้องผสมผสานกัน คือใช้ปุ๋ยละลายช้าเป็นหลัก แล้วเสริมด้วยปุ๋ยน้ำเป็นครั้งคราวเวลาที่ต้นไม้ดูไม่สดใสเป็นพิเศษ
ถ้าอยากรู้ข้อมูลแบบละเอียดว่าต้นไม้ชนิดไหนเหมาะกับปุ๋ยแบบไหน หรือมีเทคนิคการให้ปุ๋ยอย่างไรไม่ให้ต้นไม้ตาย ลองเข้าไปดูบทความนี้ได้เลยที่ TaladHouse มีข้อมูลดีๆ ที่จะช่วยให้ต้นไม้บนระเบียงคอนโดของคุณเติบโตได้ดีแน่นอน
หลายคนชอบแต่งบ้าน จัดมุมนู้นย้ายมุมนี้อยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะระเบียงที่บางทีก็อยากเปลี่ยนฟีลให้ไม่น่าเบื่อใช่ไหมคะ? ของตกแต่งชิ้นใหญ่ๆ อย่างกระถางต้นไม้นี่แหละตัวดีเลย ถ้าเลือกผิดชีวิตอาจจะเปลี่ยนเป็นปวดหลังแทน
เรื่องกระถางต้นไม้ ถ้าต้องย้ายบ่อยๆ สิ่งที่ต้องคิดเลยคือ “น้ำหนัก” และ “ความสะดวกในการเคลื่อนย้าย” ซึ่งกระถางแต่ละแบบก็ตอบโจทย์ไม่เหมือนกัน
– กระถางต้นไม้มีล้อ: อันนี้เหมาะกับคนรักการจัดระเบียบใหม่สุดๆ เพราะแค่เข็นก็ไปแล้ว ไม่ต้องยก ไม่ต้องลากให้เหนื่อย เหมาะกับต้นไม้ขนาดกลางไปจนถึงใหญ่ที่หนักๆ ข้อดีคือไม่ต้องกลัวพื้นเป็นรอยหรือเสียดสี ข้อเสียอาจจะต้องระวังเรื่องล้อติดขัดถ้าพื้นไม่เรียบ หรือล้อเสียเมื่อใช้ไปนานๆ
– กระถางตั้งพื้นมีจานรอง: แบบนี้จะเหมาะกับต้นไม้ขนาดเล็ก-กลางที่ยังพอจะยกไหว หรือถ้าจะย้ายก็ต้องอาศัยการลากหน่อย ถ้าต้นไม้ใหญ่มากๆ การลากบ่อยๆ อาจจะทำให้พื้นเป็นรอยได้ หรือจานรองอาจจะแตกได้เหมือนกัน ข้อดีคือดูเรียบร้อย สวยงาม และน้ำไม่หกเลอะเทอะ แต่ถ้าอยากได้ความสะดวกแบบกระถางมีล้อ ก็อาจจะต้องซื้อล้อรองกระถางมาเสริมทีหลัง
ลองพิจารณาดูว่าระเบียงบ้านเราเหมาะกับแบบไหน ถ้าเน้นความคล่องตัว รายละเอียดเรื่องกระถางต้นไม้ มีล้อ อาจจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่าค่ะ
ช่วงนี้หลายคนหันมาแต่งบ้านเองกันเยอะขึ้น โดยเฉพาะการปูกระเบื้องยางแบบลอกแปะ เพราะใช้ง่าย ประหยัดงบ แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว บอกเลยว่าถ้าเลือกไม่ดี มีปัญหาตามมาให้ปวดหัวแน่นอนค่ะ
ปัญหาที่เจอบ่อย ๆ คือ กระเบื้องโก่งตัว ลอก หรือบางทีก็ลื่นง่ายจนอันตราย สาเหตุหลัก ๆ มาจากหลายอย่าง ทั้งคุณภาพของกระเบื้องเอง กาวที่ไม่ทน หรือแม้แต่พื้นผิวที่เราปูทับไป ลองมาดูประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อกันค่ะ:
– ความหนาของกระเบื้อง: ยิ่งหนายิ่งดี ช่วยเรื่องความทนทานและการคืนตัวได้ดีกว่าแบบบาง ๆ เวลาโดนน้ำหรือความชื้น
– คุณภาพของกาว: อันนี้สำคัญมาก! กาวที่ดีต้องเหนียวแน่น ทนความชื้น และไม่เสื่อมสภาพง่าย ถ้ากาวไม่ดี กระเบื้องจะร่อนออกมาในเวลาไม่นานค่ะ
– พื้นผิวรองรับ: ก่อนปูต้องแน่ใจว่าพื้นผิวเรียบ สะอาด ไม่มีฝุ่นหรือคราบน้ำมัน เพราะจะส่งผลต่อการยึดเกาะของกาวโดยตรง ถ้าปูทับพื้นกระเบื้องเก่าที่มีร่องยาแนว ควรปรับพื้นให้เรียบเสมอกันก่อนนะคะ
– ค่ากันลื่น: สำหรับพื้นที่ที่โดนน้ำบ่อย ๆ อย่างห้องน้ำหรือครัว ควรเลือกกระเบื้องที่มีค่ากันลื่นสูง ๆ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้านค่ะ
การเลือกกระเบื้องยางลอกแปะไม่ใช่แค่ดูสีสันสวยงามอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงฟังก์ชันการใช้งานและความทนทานด้วย เพื่อให้บ้านของเราออกมาสวยงามและใช้งานได้นานโดยไม่ต้องมานั่งแก้ภายหลังค่ะ ถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิธีเลือกกระเบื้องยาง ลอก แปะ แบบละเอียด ลองเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้นะคะ
เคยไหมที่นั่งทำงานไปนานๆ แล้วรู้สึกปวดตาแบบไม่รู้สาเหตุ? ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการเลือกใช้โคมไฟไม่ถูกกับงานก็ได้นะ จริงๆ แล้วโคมไฟตั้งโต๊ะกับโคมไฟตั้งพื้นเนี่ย ไม่ได้ต่างกันแค่เรื่องดีไซน์อย่างเดียว แต่มีผลต่อสายตาเราโดยตรงเลย
เวลาเลือกโคมไฟมาใช้งาน เราต้องดูว่าเราจะเอาไปใช้ทำอะไรเป็นหลัก ถ้าเป็นงานที่ต้องใช้สายตาเยอะๆ อย่างอ่านหนังสือ หรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ โคมไฟตั้งโต๊ะคือคำตอบที่ดี เพราะมันช่วยให้เราปรับทิศทางแสงให้ส่องตรงไปที่พื้นที่ทำงานได้พอดี ทำให้มองเห็นชัดเจนขึ้น ลดการเพ่งสายตา
– โคมไฟตั้งโต๊ะ: เหมาะกับพื้นที่เล็กๆ ที่ต้องการแสงเฉพาะจุด เช่น โต๊ะทำงาน โต๊ะอ่านหนังสือ ควรเลือกแบบที่ปรับระดับความสว่างและทิศทางได้
– โคมไฟตั้งพื้น: เหมาะกับการให้แสงสว่างโดยรวมในห้อง หรือเป็นไฟสร้างบรรยากาศมากกว่า ไม่เหมาะกับการใช้งานที่ต้องใช้แสงสว่างเจาะจง
การเลือกใช้แสงไฟให้เหมาะกับกิจกรรมจะช่วยถนอมสายตาเราได้เยอะเลย ไม่ต้องรอให้ปวดตาก่อนแล้วค่อยมาแก้ ลองเช็กดูว่าโคมไฟที่คุณใช้อยู่ตอนนี้เหมาะกับงานที่คุณทำรึเปล่า ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเลือกแบบไหนดี ลองอ่าน คู่มือจาก TaladHouse เพิ่มเติมได้เลย เค้ามีเคล็ดลับดีๆ ให้เลือกโคมไฟที่ใช่กับสายตาและพื้นที่ใช้งานของเรา
อากาศร้อน ๆ แบบบ้านเรา พัดลมคือสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ยิ่งอยู่คอนโดหรือหอพักที่พื้นที่จำกัด พัดลมไร้สายดูจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะเคลื่อนย้ายง่าย ไม่ต้องหาสายเสียบให้วุ่นวาย
แต่ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ลองมาดูกันว่าพัดลมไร้สายมันคุ้มค่าจริง ๆ ในระยะยาวหรือเปล่า:
– เรื่องแบตเตอรี่: หัวใจหลักของพัดลมไร้สายคือแบตเตอรี่นี่แหละครับ ส่วนใหญ่เป็นแบตลิเธียมไอออน ซึ่งมีอายุการใช้งานจำกัด เมื่อใช้ไปนาน ๆ ประสิทธิภาพก็จะลดลง ชาร์จได้น้อยลง ทำให้ต้องชาร์จบ่อยขึ้น หรืออาจจะต้องเปลี่ยนแบตในที่สุด ซึ่งก็คือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมา
– กำลังลม: เทียบกับพัดลมแบบมีสายในขนาดใกล้เคียงกัน พัดลมไร้สายมักจะมีกำลังลมที่เบากว่า หรือใช้ได้ไม่นานเท่าถ้าเปิดแรงสุด ๆ ถ้าต้องการลมที่เย็นฉ่ำตลอดวัน อาจจะต้องคิดถึงข้อนี้ดี ๆ ครับ
– ราคาเริ่มต้น: พัดลมไร้สายมักจะมีราคาเริ่มต้นที่สูงกว่าพัดลมแบบมีสายทั่วไปในสเปกที่ใกล้เคียงกัน เพราะมีเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบจัดการพลังงานเข้ามาเกี่ยวข้อง
แน่นอนว่าพัดลมไร้สายก็มีข้อดีที่ปฏิเสธไม่ได้ คือความสะดวกสบายในการเคลื่อนย้าย พกพาไปใช้งานได้ทุกที่ในห้อง หรือแม้แต่นอกระเบียงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องปลั๊กไฟ เหมาะสำหรับคนที่ชอบจัดห้องบ่อย ๆ หรือมีกิจกรรมที่ต้องย้ายที่นั่งไปมา
สรุปคือ ถ้าเน้นความสะดวก พกพาได้บ่อย ๆ พัดลมไร้สายก็ตอบโจทย์ แต่ถ้าเน้นความคุ้มค่าระยะยาว กำลังลมที่สม่ำเสมอ และไม่อยากมีค่าใช้จ่ายเรื่องแบตเตอรี่เพิ่มในอนาคต พัดลมแบบมีสายก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจนะครับ
เคยไหมอยากแต่งห้องให้สวยด้วยนาฬิกาแขวนผนัง แต่ไม่อยากเจาะผนังให้เป็นรู โดยเฉพาะอยู่คอนโดนี่เรื่องใหญ่เลยใช่ไหมคะ? จะเจาะทีต้องขออนุมัติกันวุ่นวาย แต่จริงๆ แล้วมีหลายวิธีเลยนะที่เราสามารถแขวนนาฬิกาได้โดยไม่ต้องพึ่งสว่านเลยค่ะ แถมยังแน่นหนาพอที่ไม่ต้องกลัวหล่นลงมาตอนกลางดึกให้ตกใจเล่นด้วย
หัวใจสำคัญคือการเลือกวิธีที่เหมาะกับน้ำหนักของนาฬิกาและชนิดของผนังบ้านเราค่ะ อย่างผนังปูนเปล่าๆ กับผนังที่มีวอลเปเปอร์ก็ต้องเลือกใช้ตัวช่วยต่างกัน บางคนอาจจะเคยลองใช้ตะขอกาวแล้วไม่เวิร์ค นั่นอาจเป็นเพราะเลือกชนิดผิด หรือไม่ได้เตรียมพื้นผิวให้ดีพอก็เป็นได้ค่ะ
สำหรับนาฬิกาที่น้ำหนักไม่มากนัก พวกแผ่นกาว 3M ที่ออกแบบมาสำหรับแขวนของหนัก หรือตะขอกาวชนิดพิเศษที่รับน้ำหนักได้เยอะๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยค่ะ แต่ก่อนติดต้องแน่ใจว่าได้เช็ดทำความสะอาดผนังให้ปราศจากฝุ่นและความมันก่อนทุกครั้ง เพราะนี่คือจุดสำคัญที่ทำให้กาวทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
ถ้าเป็นนาฬิกาที่มีน้ำหนักพอสมควร หรืออยากได้ความมั่นใจแบบสุดๆ อาจจะต้องมองหาพวกกาวตะปู หรือผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาให้มีคุณสมบัติคล้ายๆ ตะปูแต่ไม่ต้องเจาะแทนค่ะ พวกนี้จะยึดเกาะได้ดีมากๆ แต่ก็ต้องเลือกยี่ห้อที่น่าเชื่อถือและทำตามวิธีใช้ข้างกล่องอย่างเคร่งครัดนะคะ
ที่สำคัญอีกอย่างคือ ควรเผื่อน้ำหนักรับได้ของอุปกรณ์แขวนให้มากกว่าน้ำหนักนาฬิกาจริงสักหน่อยจะปลอดภัยที่สุดค่ะ ลองดู คู่มือจาก TaladHouse เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมในการเลือกอุปกรณ์และวิธีติดตั้งแบบช่างมืออาชีพรับรองว่านาฬิกาเรือนโปรดจะอยู่บนผนังอย่างมั่นคงแน่นอน
ช่วงย้ายเข้าบ้านใหม่นี่เป็นอะไรที่วุ่นวายสุดๆ เลยใช่ไหมคะ ไหนจะต้องจัดของ ไหนจะต้องเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ไหนจะต้องหาของใช้จำเป็นอีก บางทีก็อยากซื้อทุกอย่างให้พร้อมไปเลย แต่เชื่อเถอะค่ะว่าถ้าซื้อพรวดเดียวหมดกระเป๋าแน่นอน!
จากประสบการณ์ตรงเลยนะ ของใช้ในบ้านบางอย่างเราสามารถทยอยซื้อได้ ไม่จำเป็นต้องมีครบตั้งแต่วันแรกค่ะ ลองนึกภาพดูสิคะว่าวันแรกที่เข้าอยู่ เราต้องการอะไรมากที่สุด? แน่นอนว่าต้องเป็นของใช้พื้นฐานที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่ติดขัด
อย่างแรกเลยที่ขาดไม่ได้คือ ชุดนอนและของใช้ส่วนตัว พวกสบู่ แชมพู แปรงสีฟัน ยาสีฟันนี่สำคัญมาก เพราะเราต้องใช้ทุกวันใช่ไหมคะ ถัดมาก็เป็น ผ้าเช็ดตัว เพราะคงไม่มีใครอยากตัวเปียกโชกหลังอาบน้ำหรอกเนอะ
ส่วนของใช้ในครัว อาจจะยังไม่ต้องจัดเต็มเครื่องครัวอลังการก็ได้ค่ะ แค่จาน ชาม ช้อน ส้อม แก้วน้ำสักชุด หม้อเล็กๆ กับกระทะสักใบก็น่าจะพอสำหรับเริ่มต้นแล้ว ที่สำคัญคือ อุปกรณ์ทำความสะอาดพื้นฐาน อย่างไม้กวาด ถังขยะ น้ำยาทำความสะอาดนี่ต้องมีเลยค่ะ ไม่งั้นบ้านจะรกเร็วมาก
ถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี ลองดูลิสต์ของใช้จำเป็นที่ควรมีในบ้านใหม่ตามลำดับความสำคัญได้ที่ อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ รับรองว่าช่วยให้การจัดซื้อของเข้าบ้านเป็นเรื่องง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องปวดหัวว่าจะซื้ออะไรก่อนหลังอีกแล้วค่ะ
เคยไหมที่ซื้อกล่องถนอมอาหารมาแล้วเจอปัญหาจุกจิกกวนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลิ่นอาหารติดแน่น ล้างยังไงก็ไม่หาย หรือจะเป็นเรื่องฝาปิดไม่สนิท น้ำซุปหกเลอะเทอะเต็มกระเป๋า ไหนจะบางกล่องที่ห้ามเข้าไมโครเวฟอีก ทำให้เสียเวลา เสียเงินซื้อใหม่บ่อยๆ
แต่ก่อนจะโทษกล่อง มาดูกันหน่อยดีกว่าว่าเราเลือกกล่องผิดไปตรงไหน เพื่อให้ครั้งหน้าได้กล่องที่ใช่ ใช้งานได้จริง:
– วัสดุ: กล่องพลาสติกมีหลายเบอร์ ควรเลือกที่เป็น Food Grade (PP, HDPE) ปลอดภัยกับอาหาร และถ้าอยากเข้าไมโครเวฟได้ ควรเลือกแบบที่ระบุว่า Microwavable และทนความร้อนสูงๆ ได้ กล่องแก้วก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี ทนร้อน ทนเย็น ไม่ติดกลิ่นแน่นอน
– ฝาปิด: นี่คือหัวใจสำคัญ! ควรเลือกฝาที่มีซีลยางซิลิโคน และมีตัวล็อกแน่นหนา 4 ด้าน จะช่วยให้ปิดสนิท ป้องกันอาหารหก และเก็บกลิ่นได้ดีกว่า
– ขนาดและรูปทรง: เลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ปกติชอบเก็บอะไร ปริมาณแค่ไหน ถ้าชอบเก็บซ้อนกันในตู้เย็น ก็เลือกแบบที่ซ้อนกันได้พอดี ประหยัดพื้นที่
– การทำความสะอาด: กล่องที่ล้างง่าย ไม่มีซอกมุมเยอะ จะช่วยลดปัญหาคราบฝังแน่นและกลิ่นติดได้เยอะเลย
การเลือกกล่องถนอมอาหารที่ใช่ ไม่ได้ช่วยแค่ประหยัดเงิน แต่ยังช่วยให้ชีวิตในครัวเรือนง่ายขึ้นเยอะ ลองเอาข้อมูลจาก TaladHouse ไปปรับใช้ดูนะคะ จะได้ไม่ต้องเจอปัญหาเดิมๆ อีก
เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะซื้ออาหารกลับบ้าน หรือเก็บของในตู้เย็น เราก็มักจะใช้กล่องพลาสติกกันใช่ไหมคะ? สะดวกสบายดี แต่เคยสังเกตกันไหมว่าใต้กล่องพลาสติกที่เราใช้กันบ่อยๆ เนี่ย มีสัญลักษณ์ตัวเลข 1-7 อยู่ เคยสงสัยกันไหมว่ามันคืออะไร?
จริงๆ แล้วตัวเลขพวกนี้มีความหมายนะ ไม่ใช่แค่บอกประเภทพลาสติก แต่ยังบอกด้วยว่ากล่องพลาสติกชิ้นนั้นเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ปลอดภัยกับการนำไปอุ่นในไมโครเวฟรึเปล่า หรือบางทีก็เป็นสัญญาณว่าไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำเลยด้วยซ้ำ
– เลข 1 (PET): ขวดน้ำดื่มส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้ ไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำนะคะ ยิ่งเจอความร้อนยิ่งไม่ดี
– เลข 2 (HDPE): เจอได้ในขวดนม ขวดแชมพู พลาสติกประเภทนี้ค่อนข้างทนทาน ปลอดภัยกว่า
– เลข 5 (PP): ตัวนี้แหละฮีโร่! ส่วนใหญ่จะระบุว่าสามารถเข้าไมโครเวฟได้ เพราะทนความร้อนได้ดีและปลอดภัย ลองพลิกดูใต้กล่องอาหารที่ซื้อมาดูสิคะ มักจะเป็นเลข 5 นี่แหละ
บางทีแค่การสังเกตเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ก็ช่วยให้เราเลือกใช้ภาชนะพลาสติกได้อย่างปลอดภัยกับสุขภาพมากขึ้นเยอะเลยค่ะ การรู้จักประเภทพลาสติก ทำให้เราเลือกใช้ได้ถูกกับงาน ไม่ต้องกังวลเรื่องสารเคมีที่อาจปนเปื้อนในอาหาร โดยเฉพาะเวลาเอาไปอุ่นร้อนในไมโครเวฟ ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าเลขอื่นๆ หมายถึงอะไรบ้าง ลองไป อ่านฉบับเต็มที่ TaladHouse ได้เลยค่ะ มีข้อมูลครบถ้วนเลย