สำหรับชาวคอนโดที่ชอบทำอาหารบ่อยๆ เรื่องกลิ่นอาหารในครัวนี่เป็นปัญหาโลกแตกเลยว่าไหมคะ ยิ่งถ้ามีเศษอาหารเหลือทิ้งในถังขยะนานๆ กลิ่นก็จะยิ่งอบอวลไปทั่วห้อง ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการเลือกถังขยะที่เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งานของเรานี่แหละค่ะ
โดยทั่วไปถังขยะที่เราเห็นบ่อยๆ ก็จะมี 3 แบบหลักๆ ที่ช่วยเรื่องลดกลิ่นได้บ้าง:
– ถังขยะแบบเหยียบ: ใช้งานง่าย สะดวก ไม่ต้องใช้มือสัมผัสฝาโดยตรง ช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ระดับหนึ่ง แต่ฝาอาจไม่ได้ปิดสนิท 100% ทำให้ยังมีกลิ่นเล็ดลอดออกมาได้บ้าง เหมาะกับคนที่ทิ้งขยะบ่อยๆ และไม่ทิ้งเศษอาหารค้างไว้นาน
– ถังขยะแบบเซ็นเซอร์: ดูทันสมัย ใช้งานง่ายแค่โบกมือ ฝาเปิดปิดอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องสัมผัสถังเลย เหมาะกับครัวยุคใหม่ แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องแบตเตอรี่และราคาที่สูงกว่า และบางรุ่นก็ยังมีปัญหาเรื่องฝาปิดไม่สนิทเท่าที่ควร
– ถังขยะแบบฝาปิดสนิท: อันนี้แหละที่ตอบโจทย์เรื่องลดกลิ่นได้ดีที่สุด เพราะฝาจะปิดแนบสนิทกับตัวถัง ช่วยกักเก็บกลิ่นได้ดีเยี่ยม ไม่ให้เล็ดลอดออกมาภายนอก เหมาะสำหรับครัวที่ทำอาหารบ่อยๆ และมีเศษอาหารที่อาจส่งกลิ่นแรง แต่ข้อเสียคือต้องใช้มือเปิดปิดฝา ซึ่งอาจไม่สะดวกเท่าสองแบบแรก
ถ้าคุณเป็นสายทำอาหารจริงจัง มีเศษอาหารทิ้งบ่อยๆ การเลือกถังขยะแบบฝาปิดสนิทอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการจัดการปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ในครัวคอนโด ลองศึกษา วิธีเลือกถังขยะ ลดกลิ่น คอนโด ให้ละเอียดอีกที เพื่อให้มั่นใจว่าถังขยะที่คุณเลือกจะตอบโจทย์การใช้งานได้จริงค่ะ
ปัญหาซิงค์ล้างจานตันในคอนโดเป็นอะไรที่หลายคนเจอประจำ บางทีก็คิดว่าเกิดจากเศษอาหารที่หลงเข้าไป แต่จริงๆ แล้ว ต้นเหตุหลักๆ ที่ทำให้ท่อน้ำทิ้งในครัวเรามีปัญหา อาจไม่ใช่แค่เศษอาหารชิ้นใหญ่ๆ อย่างเดียว
บ่อยครั้งที่ตัวการสำคัญคือ “ไขมัน” ที่เราล้างจานแล้วไหลลงท่อไปเรื่อยๆ ไขมันพวกนี้พอเย็นตัวลง มันจะไปเกาะผนังท่อสะสมกันเป็นก้อน ยิ่งนานวันเข้าก็ยิ่งหนาขึ้น จนในที่สุดก็อุดตันทางเดินน้ำจนระบายไม่ได้
วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นที่เราพอจะทำเองได้ ก็มีหลายแบบ อย่างเช่น การใช้น้ำร้อนจัดเทลงไปเพื่อละลายไขมัน (แต่ต้องระวังเรื่องท่อพลาสติกบางประเภทด้วยนะ) หรือจะใช้เบกกิ้งโซดาผสมน้ำส้มสายชูเททิ้งไว้ก็ช่วยได้เหมือนกัน แต่ถ้าตันหนักๆ บางทีอาจจะต้องพึ่งอุปกรณ์พิเศษหน่อย
สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้มันเกิดซ้ำๆ พยายามเช็ดคราบไขมันออกจากจานชามก่อนล้างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะใช้กระดาษทิชชูซับ หรือใช้ผ้าที่ไม่ใช้แล้วเช็ดออกก่อนทิ้งลงถังขยะ แค่นี้ก็ช่วยลดภาระท่อระบายน้ำของเราได้เยอะแล้วล้างจานเสร็จก็ลองเปิดน้ำร้อนทิ้งไว้สักพักเพื่อไล่ไขมันที่อาจจะเกาะอยู่บ้าง
ใครที่เจอปัญหาซิงค์ตันบ่อยๆ ลองเข้าไปดูวิธีแก้ไขแบบละเอียดๆ และทำความเข้าใจต้นตอของปัญหาได้ที่นี่ ซิงค์ล้างจานคอนโดตันบ่อย ต้นเหตุจริงคือไขมันสะสมในท่อ ไม่ใช่แค่เศษอาหาร จะได้จัดการกับปัญหาได้อย่างตรงจุดนะ
เคยสังเกตไหมว่าค่าน้ำแต่ละเดือนมันพุ่งเอาๆ ทั้งที่ก็ใช้เท่าเดิม? บางทีสาเหตุอาจจะมาจากหัวก๊อกที่เราใช้อยู่ก็ได้นะ โดยเฉพาะชาวคอนโดที่ต้องคุมค่าใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์ การเลือกใช้หัวก๊อกประหยัดน้ำเลยเป็นตัวช่วยที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ
แต่พอจะเลือกซื้อทีก็งงใช่ไหมล่ะว่าแบบหลักสิบกับหลักร้อยมันต่างกันตรงไหน ของถูกจะดีจริงไหม หรือต้องยอมลงทุนกับของแพงไปเลยดีกว่า?
– ของหลักสิบ: มักจะเป็นหัวก๊อกพลาสติก หรือโลหะชุบที่ดูเหมือนจะทนทาน แต่พอใช้ไปนานๆ อาจจะเจอปัญหาเรื่องการรั่วซึมหรือแรงดันน้ำไม่สม่ำเสมอได้ วัสดุภายในอาจจะไม่ได้มาตรฐานเท่าไหร่ ทำให้ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำไม่คงที่
– ของหลักร้อย: ส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ วัสดุจะดีกว่า ทนทานกว่า เช่น สเตนเลส หรือทองเหลือง มีกลไกภายในที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมการไหลของน้ำให้คงที่และเป็นละอองได้ดีกว่า ทำให้ประหยัดน้ำได้จริง และใช้งานได้ยาวนานกว่า
ถามว่าแบบไหนคุ้มกว่ากันในระยะยาว? ถ้ามองเรื่องการคืนทุนและประสิทธิภาพที่ยั่งยืน ของหลักร้อยที่มีคุณภาพดีกว่ามักจะคุ้มค่ากว่านะ เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดน้ำได้จริงแล้ว ยังไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนบ่อยๆ แถมยังช่วยลดปัญหาจุกจิกเรื่องน้ำรั่วซึมอีกด้วย
ถ้าอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมและเปรียบเทียบแต่ละรุ่นแบบเจาะลึก ลอง ดูที่ TaladHouse เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อก็ได้นะ จะได้เลือกหัวก๊อกที่เหมาะกับห้องน้ำของเราที่สุด!
เคยไหมที่ต้องหงุดหงิดกับเสียงประตูเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่เปิดปิด หรือประตูฝืดจนต้องออกแรงเยอะ? ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ในบ้านแบบนี้ ถ้าปล่อยไว้นานๆ ก็สร้างความรำคาญไม่น้อยเลย
บางคนอาจจะคิดว่าต้องเรียกช่างมาซ่อม ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าเป็นเรื่องง่ายๆ อย่างการซ่อมบานพับประตูฝืดเองล่ะ? ประหยัดเวลาและเงินได้เยอะเลยนะ
เคล็ดลับอยู่แค่การเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นให้ถูกประเภท บางคนอาจจะนึกถึง WD-40 เป็นอันดับแรก ซึ่งก็ใช้ได้ แต่บางครั้งจาระบีก็เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และประเภทของบานพับ ลองมาดูกันว่าแต่ละแบบเหมาะกับอะไร:
– WD-40: เหมาะสำหรับการคลายความฝืดเบื้องต้น และไล่ความชื้น แต่ไม่เหมาะกับการหล่อลื่นระยะยาวเท่าไหร่ เพราะมันจะระเหยไปได้ง่าย
– จาระบี: ตัวนี้จะอยู่ทนนานกว่า ให้การหล่อลื่นที่ดีเยี่ยมสำหรับบานพับที่ใช้งานหนัก หรือต้องการให้เสียงเงียบสนิทจริงๆ
วิธีทำก็ง่ายมากๆ แค่ทำความสะอาดบานพับก่อน แล้วค่อยใช้น้ำมันหล่อลื่นที่เลือกไว้ แค่นี้ประตูบ้านคุณก็จะกลับมาเปิดปิดได้ลื่นปรื๊ด ไม่มีเสียงกวนใจอีกแล้ว ประหยัดเวลา แถมยังได้ฟีลลิ่งเหมือนเป็นช่างประจำบ้านอีกด้วยนะ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีแก้ไขประตูบานพับเสียงดัง ลองอ่านได้ที่นี่เลย แก้ไขบานพับประตูฝืดด้วยตัวเอง
เดี๋ยวนี้ไม่ว่ามองไปทางไหน ก็เห็นแต่ปลั๊กพ่วงที่มีช่อง USB มาให้พร้อม อยากจะชาร์จมือถือ แท็บเล็ต ก็เสียบได้เลยทันที ไม่ต้องง้อหัวชาร์จแยกให้วุ่นวาย หลายคนก็เลยสงสัยว่าเจ้าปลั๊กพ่วง USB พวกนี้มันดีจริงไหมนะ?
เท่าที่ลองใช้มา บอกเลยว่ามันสะดวกขึ้นเยอะจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะเวลาเดินทาง หรืออยู่บ้านที่ปลั๊กไม่พอ การมีช่อง USB ในตัวช่วยลดจำนวนหัวชาร์จที่เราต้องพกพาไปได้เยอะมาก ยิ่งถ้ามีระบบชาร์จเร็วด้วย ก็ยิ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของเราได้ดีเลย
แต่ก่อนจะตัดสินใจซื้อ เราก็ต้องพิจารณาเรื่องความปลอดภัยให้ดีด้วยนะ เพราะเรื่องไฟฟ้านี่สำคัญมาก ยิ่งอุปกรณ์เยอะ ก็ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ และเรื่องความเร็วในการชาร์จก็เหมือนกัน บางรุ่นอาจจะไม่ได้ชาร์จเร็วอย่างที่คิดก็ได้ค่ะ
ถ้าใครอยากรู้รายละเอียดแบบเจาะลึกว่าปลั๊กพ่วง USB ชาร์จเร็วจริงไหม ปลอดภัยแค่ไหน และคุ้มค่ากว่าหัวชาร์จแยกหรือเปล่า ลองเข้าไปอ่านฉบับเต็มได้ที่ TaladHouse เขารวมข้อมูลมาให้เข้าใจง่ายมากๆ เลยค่ะ
เคยไหมที่เปิดตู้เย็นคอนโดแล้วได้กลิ่นแปลก ๆ ลอยออกมา ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้มีอาหารบูดเน่าอะไร สาเหตุของ กลิ่นเหม็นอับ ตู้เย็น คอนโด เนี่ย มันมีอะไรมากกว่าที่เราคิดเยอะเลยค่ะ บางทีอาจไม่ใช่แค่เศษอาหารตกค้างอย่างเดียว แต่มาจากความชื้นสะสม หรือแม้กระทั่งน้ำทิ้งที่อุดตันก็เป็นไปได้
ก่อนอื่น ลองสังเกตพฤติกรรมการใช้ตู้เย็นของเราก่อนเลยค่ะ
– จัดเก็บอาหารไม่เหมาะสม: อาหารที่มีกลิ่นแรงควรมีภาชนะปิดมิดชิด
– ความสะอาดไม่สม่ำเสมอ: บางทีมุมเล็กมุมน้อยที่เรามองข้ามไป ก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและกลิ่นได้
– น้ำทิ้งตู้เย็น: จุดนี้สำคัญมาก หลายคนไม่ค่อยได้ทำความสะอาดท่อระบายน้ำทิ้ง ทำให้เกิดการอุดตันและกลิ่นไม่พึงประสงค์
พอรู้สาเหตุแล้ว การแก้ปัญหาก็จะง่ายขึ้นค่ะ ไม่ใช่แค่การเอาถ่านหรือเบกกิ้งโซดามาวางอย่างเดียว แต่ต้องแก้ที่ต้นตอด้วย
– ทำความสะอาดอย่างล้ำลึก: เช็ดล้างทุกซอกมุม รวมถึงถาดรองน้ำทิ้งด้านหลังตู้เย็นด้วย
– ระบายอากาศ: อย่าเก็บของแน่นเกินไป ให้มีช่องว่างให้อากาศถ่ายเทบ้าง
– ตัวช่วยดูดกลิ่น: ใช้ของที่หาได้ง่ายๆ ในบ้าน เช่น ถ่านไม้ดูดกลิ่น กากกาแฟ หรือเบกกิ้งโซดา ก็ช่วยได้ดีค่ะ
การหมั่นดูแลและทำความสะอาดตู้เย็นเป็นประจำ จะช่วยให้เราไม่ต้องเจอกับปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์อีกต่อไป และอาหารที่เก็บไว้ก็สดใหม่น่าทานเสมอค่ะ สำหรับใครที่อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการปัญหากลิ่นในตู้เย็นคอนโดแบบมือโปร ลองเข้าไปดูบทความที่ taladhouse.com ได้เลย มีเทคนิคดีๆ เพียบ!
เคยไหม ซื้อต้นไม้มาแต่งระเบียงคอนโดอย่างดี รดน้ำทุกวัน แต่สุดท้ายก็เหี่ยวเฉาตายไปต่อหน้าต่อตา? ไม่ใช่คุณคนเดียวที่เจอแบบนี้ค่ะ หลายคนคิดว่าแค่รดน้ำก็พอ แต่จริงๆ แล้วการปลูกต้นไม้บนระเบียงคอนโดมีปัจจัยที่ต้องพิจารณามากกว่านั้นเยอะเลย
บางทีปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เราดูแลไม่ดี แต่อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมบนคอนโดมันไม่เอื้ออำนวยตั้งแต่แรกก็ได้นะ
– แสงแดด: ระเบียงคอนโดแต่ละทิศได้แสงไม่เท่ากัน ต้นไม้ที่คุณเลือกเหมาะกับแสงแดดที่ระเบียงของคุณหรือเปล่า? บางต้นชอบแดดจัด บางต้นชอบร่มรำไร ถ้าแสงน้อยเกินไปหรือมากเกินไป ต้นไม้ก็อยู่ไม่รอด
– ลมแรง: ชั้นสูงๆ ลมจะแรงมาก ลมแรงๆ นี่แหละตัวการทำให้น้ำในดินระเหยเร็ว แถมยังพัดพาความชื้นไปจากใบ ทำให้ต้นไม้ขาดน้ำได้ง่ายๆ เลยนะ
– คุณภาพดิน: ดินที่ใช้ปลูกก็สำคัญ ไม่ใช่แค่ดินทั่วไป การระบายน้ำ การเก็บความชื้นต้องพอดีกับสภาพอากาศบนระเบียงด้วย
– ชนิดของต้นไม้: เลือกต้นไม้ที่ทนทานกับสภาพอากาศและลมบนคอนโดจะดีที่สุดค่ะ มีต้นไม้หลายชนิดที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมแบบนี้ได้ดี
ก่อนจะซื้อต้นใหม่มาลองอีกครั้ง ลองสำรวจระเบียงของคุณให้ดีก่อนว่ามีปัจจัยไหนบ้างที่อาจเป็นปัญหา แล้วเลือกต้นไม้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมนั้นๆ จะช่วยให้ต้นไม้ที่คุณรักอยู่กับเราได้นานขึ้นค่ะ ใครอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมแบบละเอียดว่ามีสาเหตุไหนที่คนอยู่คอนโดมักมองข้ามไปบ้าง ลองอ่านต่อที่ TaladHouse ได้เลย
เคยไหมที่ไฟที่บ้านเสีย แล้วก็ปล่อยไว้เพราะคิดว่าเปลี่ยนเองยาก ต้องเรียกช่าง แถมกลัวไฟดูดอีกต่างหาก จริงๆ แล้วการเปลี่ยนหลอดไฟบ้านเนี่ย ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยค่ะ ถ้าเราเข้าใจหลักง่ายๆ ไม่กี่อย่าง
หัวใจสำคัญคือการเลือกหลอดไฟให้ถูกกับขั้วและลักษณะการใช้งานของห้องนั้นๆ:
– เรื่องขั้ว: หลักๆ ที่เราเห็นบ่อยๆ ก็จะมี E27 (ขั้วเกลียวใหญ่สุดฮิต), E14 (เกลียวเล็กหน่อย), และ B22 (ขั้วเขี้ยว) ถ้าจำไม่ได้ว่าของเดิมเป็นแบบไหน ถอดอันเก่าไปเทียบที่ร้านชัวร์ที่สุดค่ะ
– เรื่องแสง: แสงก็มีผลต่ออารมณ์และกิจกรรมในห้องนะคะ แสงวอร์มไวท์ (อมส้มหน่อย) จะเหมาะกับห้องนอน ห้องนั่งเล่นที่ต้องการความผ่อนคลาย ส่วนแสงคูลไวท์ (ขาวนวล) หรือเดย์ไลท์ (ขาวสว่าง) จะเหมาะกับห้องทำงาน ห้องครัว หรือห้องน้ำที่ต้องการความสว่างชัดเจนค่ะ
และอีกเรื่องที่คนมองข้ามบ่อยคือเรื่องวัตต์ (W) อย่าคิดว่าวัตต์เยอะแล้วจะสว่างเสมอไป เพราะหลอดไฟ LED สมัยนี้วัตต์น้อยแต่สว่างกว่าหลอดไส้เยอะเลยค่ะ แถมยังช่วยประหยัดไฟและถนอมสายตาด้วยนะ ลองดูที่ค่า Lumen (lm) ที่ระบุบนกล่องควบคู่ไปด้วยจะช่วยให้เลือกได้ตรงใจมากขึ้นค่ะ
ก่อนจะไปซื้อหลอดไฟใหม่ ลองอ่าน วิธีเลือกเปลี่ยนหลอดไฟบ้าน แบบละเอียดๆ อีกที รับรองว่าคราวหน้าคุณแม่บ้านก็เปลี่ยนหลอดไฟเองได้สบายๆ ไม่ต้องง้อใครแล้วค่ะ
เคยไหมที่เห็นแมลงสาบวิ่งว่อนในบ้านแล้วอยากจะกำจัดให้สิ้นซาก แต่ก็แอบกังวลเรื่องกลิ่นฉุนของน้ำยา หรือกลัวว่ามันจะเป็นอันตรายกับเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงในบ้าน?
สมัยนี้ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงสาบมีให้เลือกเยอะมาก โดยเฉพาะแบบไร้กลิ่นที่หลายคนสนใจ เพราะมันตอบโจทย์เรื่องความสบายใจในการใช้งาน แต่ก่อนจะตัดสินใจซื้อ เรามาดูกันว่ามันได้ผลจริงไหม และปลอดภัยกับลูกๆ หรือน้องหมาน้องแมวของเราขนาดไหน
– น้ำยาไร้กลิ่นได้ผลจริงหรือเปล่า? ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงสาบแบบไร้กลิ่นหลายตัวใช้สารเคมีที่ออกแบบมาให้ไม่มีกลิ่นฉุน ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังคงประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงสาบได้ดี เพียงแต่กลิ่นไม่รบกวนจมูกเราเท่านั้นเอง
– ความปลอดภัยกับสมาชิกในบ้าน: นี่คือประเด็นสำคัญ! แม้จะไร้กลิ่น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย 100% กับเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงเสมอไป ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากระบุชัดเจนว่าปลอดภัยสำหรับครอบครัว และต้องอ่านวิธีใช้อย่างละเอียด รวมถึงการจัดเก็บให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเสมอ
– ทางเลือกอื่นที่น่าสนใจ: นอกจากแบบสเปรย์แล้ว รายละเอียดเรื่องกำจัดแมลงสาบ ไร้กลิ่น ยังมีพวกเจลกำจัดแมลงสาบที่ใช้งานง่าย สะดวก และมักจะมีความเสี่ยงน้อยกว่า เพราะเป็นเหยื่อล่อที่แมลงสาบจะกินแล้วกลับไปตายที่รัง ซึ่งช่วยลดจำนวนในระยะยาวได้ดี
สุดท้ายแล้ว การเลือกผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงสาบควรพิจารณาทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้บ้านของเราสะอาด ปลอดภัย และห่างไกลจากแขกไม่ได้รับเชิญตัวร้ายเหล่านี้ค่ะ
เคยไหมที่ซื้อพรมเช็ดเท้ามาอย่างดี ตอนแรกก็ซับน้ำโอเคอยู่หรอก แต่ใช้ไปไม่กี่วันก็เริ่มมีกลิ่นอับ แถมบางทีเดินออกจากห้องน้ำเหยียบพรมเปียกๆ แล้วก็ลื่นอีกต่างหาก ปัญหาโลกแตกของหลายบ้านเลยนะ
ก่อนจะตัดสินใจซื้อพรมเช็ดเท้าผืนใหม่ ลองมาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่เราควรโฟกัสจริงๆ ไม่ใช่แค่ความนุ่มฟู หรือลายสวยๆ เท่านั้น
– วัสดุสำคัญที่สุด: พรมที่ทำจากใยสังเคราะห์บางประเภท เช่น ไมโครไฟเบอร์ หรือ diatomaceous earth (ดินเบา) จะมีคุณสมบัติในการซับน้ำและระเหยความชื้นได้ดีกว่าผ้าฝ้ายทั่วไปเยอะเลย ทำให้พรมแห้งไว ไม่สะสมความชื้นจนเกิดกลิ่นอับ
– ฐานกันลื่นต้องมี: อันนี้ขาดไม่ได้เลย เพราะอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำเกิดขึ้นบ่อยมาก ฐานพรมที่ดีควรทำจากยางธรรมชาติ หรือวัสดุกันลื่นที่ยึดเกาะพื้นได้ดีจริง ๆ ไม่ใช่แค่มีปุ่มๆ บางๆ ที่หลุดง่าย
– ระบายอากาศได้ดี: แม้จะแห้งไว แต่การเลือกพรมที่มีโครงสร้างช่วยระบายอากาศได้ดีก็สำคัญ เพื่อให้ไอน้ำและความชื้นไม่ขังอยู่ข้างในนานๆ
บางทีการลงทุนกับพรมเช็ดเท้าดีๆ อาจจะคุ้มกว่าการซื้อพรมราคาถูกหลายผืนที่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ นะ ลองดูข้อมูลเพิ่มเพื่อช่วยให้คุณเลือกพรมที่ตอบโจทย์การใช้งานได้จริง ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องกลิ่นอับหรือลื่นอีกต่อไป คลิกอ่านต่อ แล้วชีวิตในห้องน้ำจะแฮปปี้ขึ้นเยอะเลย