ตลาดเฮ้าส์ : ของใช้ในบ้าน จัดบ้านง่าย

ตลาดเฮ้าส์ แหล่งรวมของใช้ในบ้านที่ช่วยให้จัดบ้านง่ายขึ้น ทั้งอุปกรณ์จัดระเบียบ ของใช้ทำความสะอาด ของใช้ห้องน้ำ ห้องนอน และเครื่องมือซ่อมบ้าน พร้อมข้อมูลช่วยเลือ

อากาศร้อน ๆ ฝนตก ๆ แบบบ้านเรา ยุงกับแมลงสาบก็บุกหนักเป็นธรรมดา ใครที่เบื่อกับการจุดยา ฉีดยา แล้วยังไม่หายขาด คงเคยคิดจะลองซื้อเครื่องดักยุงไฟฟ้า หรือเครื่องดักแมลงสาบไฟฟ้ามาใช้กันดูบ้างใช่ไหมคะ?

แต่ก่อนจะควักกระเป๋าจ่าย เรามาดูกันก่อนว่าเจ้าเครื่องพวกนี้มันทำงานยังไงกันแน่ แล้วแบบไหนถึงจะใช้ได้ผลจริง ๆ ไม่ใช่แค่เสียบปลั๊กทิ้งไว้เก๋ ๆ

– แบบใช้แสงล่อยุง: เครื่องพวกนี้มักจะปล่อยแสง UV ออกมา ซึ่งยุงบางชนิดจะถูกดึงดูดด้วยแสงประเภทนี้ พอเข้าใกล้ก็จะถูกพัดลมดูดลงไปขังไว้ หรือไม่ก็โดนช็อตด้วยไฟฟ้า แต่ก็ต้องบอกว่ายุงไม่ได้สนใจแสง UV ทุกสายพันธุ์ และประสิทธิภาพก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ตำแหน่งที่วาง ความมืดในห้อง หรือแม้แต่คู่แข่งอย่างเราที่หายใจปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ล่อยุงอยู่ใกล้ ๆ

– แบบใช้สารล่อ: บางเครื่องจะมีการปล่อยสารล่อที่เป็นมิตรต่อคน แต่ดึงดูดยุงหรือแมลงสาบให้เข้ามาติดกับ ซึ่งอาจจะเป็นกลิ่นบางอย่าง หรือสารที่เลียนแบบกลิ่นตัวคน แบบนี้มักจะได้ผลดีกับแมลงที่ตอบสนองต่อสารล่อนั้น ๆ โดยเฉพาะ

– แบบใช้ความร้อนและคาร์บอนไดออกไซด์: เครื่องดักยุงประสิทธิภาพสูงบางรุ่นจะเลียนแบบการหายใจของคน คือปล่อยทั้งความร้อนและคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาล่อยุง ทำให้ยุงคิดว่าเป็นเหยื่อจริง ๆ แล้วบินเข้ามาติดกับดัก

ถ้าจะให้ได้ผลจริง ๆ สิ่งสำคัญคือต้องเลือกให้ถูกกับชนิดของแมลงที่เราต้องการกำจัด และต้องวางในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่มีอะไรไปรบกวนการทำงานของเครื่อง และที่สำคัญคือต้องหมั่นทำความสะอาดด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นประสิทธิภาพก็จะลดลงไปเยอะเลย ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าเครื่องแบบไหนที่น่าสนใจ ลองเข้าไปอ่านบทความดี ๆ เกี่ยวกับของใช้ในบ้านได้ที่ TaladHouse นะคะ

สำหรับชาวคอนโดที่อยากมีมุมสีเขียวไว้พักสายตา แต่ติดตรงที่ชีวิตเร่งรีบ แถมบางทีก็ต้องเดินทางบ่อยจนลืมรดน้ำต้นไม้ประจำ ลองหันมาพิจารณาระบบรดน้ำอัตโนมัติกันดูไหมคะ ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเลยนะ

หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่า ระบบรดน้ำอัตโนมัติ คอนโด สามารถทำเองได้ แต่ก็มีเคสที่พลาดซื้ออุปกรณ์ไม่ตรงปกบ้าง น้ำท่วมบ้าง หรือลงทุนไปแล้วไม่คุ้มค่า อันนี้ต้องระวังเลยค่ะ สิ่งสำคัญคือการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับขนาดระเบียง จำนวนต้นไม้ และความต้องการน้ำของพืชแต่ละชนิด

โดยทั่วไปแล้ว อุปกรณ์หลักๆ ที่ต้องมีก็คือ:

– ปั๊มน้ำขนาดเล็ก: สำคัญมากสำหรับคอนโดที่แรงดันน้ำไม่พอ

– ท่อและหัวจ่ายน้ำ: เลือกแบบหยดน้ำหรือแบบพ่นหมอก ขึ้นอยู่กับชนิดต้นไม้

– ตัวตั้งเวลา (Timer): อันนี้แหละตัวช่วยให้เราไม่ต้องคอยรดเอง ตั้งเวลาได้เลยว่าอยากให้รดตอนไหน บ่อยแค่ไหน

– ถังเก็บน้ำ (ถ้าจำเป็น): สำหรับใครที่ไม่อยากต่อตรงจากก๊อกน้ำ หรือกังวลเรื่องแรงดันน้ำไม่คงที่

ก่อนตัดสินใจซื้ออะไร ลองสำรวจระเบียงตัวเองก่อน ว่ามีปลั๊กไฟไหม จุดต่อก๊อกน้ำอยู่ตรงไหน และที่สำคัญคือ ต้นไม้ของเราต้องการน้ำมากน้อยแค่ไหน จะได้เลือกอุปกรณ์ได้ถูกจุด ไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อนค่ะ

โต๊ะทำงานรกเพราะสายไฟพันกันยุ่งเหยิง เป็นปัญหาคลาสสิกของหลายบ้านเลยใช่ไหมคะ? บางทีเราก็อยากหาตัวช่วยดีๆ อย่างกล่องเก็บสายไฟมาจัดการให้มันเรียบร้อยซะที

แต่รู้ไหมว่าการเลือกกล่องเก็บสายไฟนี่ก็มีมุมที่ต้องคิดเยอะกว่าที่เห็นนะ บางทีซื้อมาแล้วไม่เข้ากับลักษณะการใช้งาน หรือแย่กว่านั้นคือเลือกแบบที่ไม่มีช่องระบายอากาศ อาจจะกลายเป็นว่าไม่ได้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น แถมยังเพิ่มความเสี่ยงเรื่องความร้อนสะสมให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าของเราอีกด้วย

เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ บางทีเราก็มองข้ามไป แต่จริงๆ แล้วสำคัญมากเลย ถ้าเลือกผิด นอกจากจะไม่สวยงามแล้ว ยังอาจทำให้เราเสียเงินฟรี และต้องมานั่งหาวิธีจัดการใหม่หมด

ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองมาดูกันว่าควรพิจารณาอะไรบ้าง เพื่อให้ได้กล่องเก็บสายไฟที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงๆ และปลอดภัยกับอุปกรณ์ของเราด้วย ใครที่กำลังมองหากล่องเก็บสายไฟสำหรับโต๊ะทำงาน ลอง คลิกอ่านต่อ เพื่อดูเคล็ดลับดีๆ ในการเลือกซื้อกันค่ะ จะได้ไม่พลาดซื้อผิดจนต้องเสียใจทีหลัง

หลายคน โดยเฉพาะที่อยู่ห้องเช่า มักกังวลเรื่องการแต่งผนัง เพราะกลัวว่าต้องเจาะผนังแล้วจะโดนหักค่ามัดจำตอนย้ายออก แต่เดี๋ยวนี้มีตัวช่วยเยอะแยะมากมายที่ทำให้เราสามารถตกแต่งผนังได้โดยไม่ต้องเจาะ แถมยังแข็งแรงพอใช้งานจริง และไม่ทิ้งคราบกาวให้ปวดหัวด้วยนะ

หัวใจสำคัญของการเลือกของแต่งผนังแบบไม่เจาะคือ การรู้จักประเภทของกาวและวัสดุให้ดี ผนังแต่ละแบบก็เหมาะกับกาวไม่เหมือนกัน ถ้าเลือกถูก เราก็จะได้ผนังสวยๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคราบกาวเลย

ประเภทของตัวช่วยยอดนิยมที่ควรรู้:

– ตะขอแขวนแบบสุญญากาศหรือแบบสูญญากาศ (Suction Cup Hooks): เหมาะกับพื้นผิวเรียบสนิทอย่างกระเบื้อง กระจก หรือผนังเคลือบมัน ข้อดีคือติดตั้งง่าย ถอดง่าย ไม่ทิ้งรอย แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักที่รับได้

– แผ่นกาวสองหน้าแบบพิเศษ (Removable Adhesive Strips/Hooks): อันนี้แหละคือพระเอก! หลายยี่ห้อทำมาดีมาก สามารถรับน้ำหนักได้พอสมควร และที่สำคัญคือลอกออกได้โดยไม่ทิ้งคราบกาวบนผนัง เหมาะสำหรับผนังทาสีเรียบๆ หรือวอลเปเปอร์ที่ไม่มันวาวมาก

– สติกเกอร์ตกแต่งผนัง (Wall Decals): อันนี้เน้นความสวยงาม ไม่ต้องรับน้ำหนัก ติดตั้งง่าย ลอกออกก็ง่าย เหมาะกับการสร้างบรรยากาศให้ห้องมีชีวิตชีวา

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ การเตรียมพื้นผิวผนังก่อนติด ควรเช็ดทำความสะอาดผนังให้ปราศจากฝุ่นและความมันก่อนทุกครั้ง เพื่อให้กาวทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลองเลือกใช้ให้ถูกประเภท รับรองว่าผนังห้องเช่าของคุณจะสวยได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรูหรือคราบกาวเลยล่ะค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกของแต่งผนังแบบไม่เจาะได้ที่นี่

เดี๋ยวนี้อุปกรณ์ช่วยให้ชีวิตในบ้านง่ายขึ้นมีเยอะจนเลือกไม่ถูก โดยเฉพาะเรื่องอากาศในคอนโดที่เจอทั้งความชื้นและฝุ่น ทำให้หลายคนลังเลว่าจะซื้อเครื่องลดความชื้นหรือเครื่องฟอกอากาศดี หรือจำเป็นต้องมีทั้งคู่ในห้องเล็กๆ ไหม

สองเครื่องนี้ทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ:

– เครื่องลดความชื้น: เน้นจัดการกับความชื้นในอากาศโดยตรง เหมาะกับห้องที่อับชื้น เสื้อผ้าไม่แห้งง่าย หรือมีกลิ่นอับต่างๆ ช่วยลดการเกิดเชื้อราและไรฝุ่นได้ดี

– เครื่องฟอกอากาศ: ทำหน้าที่กรองสิ่งแปลกปลอมในอากาศ เช่น ฝุ่น PM2.5 ควัน สารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ เหมาะกับห้องที่ต้องการอากาศบริสุทธิ์เป็นพิเศษ

ถ้าเป็นห้องเล็กๆ ในคอนโด การเลือกเครื่องที่ตอบโจทย์หลักๆ ของปัญหาในห้องเราก่อนจะคุ้มค่ากว่าครับ ลองสังเกตดูว่าปัญหาหลักของคุณคืออะไร ถ้าห้องชื้น อับ มีกลิ่น ก็เลือกเครื่องลดความชื้น แต่ถ้ากังวลเรื่องฝุ่น ควัน หรือแพ้อากาศง่าย ก็ต้องเครื่องฟอกอากาศเลย แต่ถ้าอยากรู้ว่าแต่ละเครื่องแตกต่างกันยังไง และห้องแบบไหนควรมีอะไรเป็นพิเศษ อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลย

ช่วงนี้หลายคนหันมาซื้อเฟอร์นิเจอร์แบบ DIY มาประกอบเองกันเยอะขึ้น เพราะราคาเข้าถึงง่าย มีแบบให้เลือกหลากหลาย แล้วยังได้ความภูมิใจที่ได้ลงมือทำเองอีกด้วย แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ การขันสกรูด้วยไขควงธรรมดานี่แหละครับ ที่ทั้งเมื่อยมือ ใช้เวลานาน แถมบางทีเผลอออกแรงมากไปจนไม้แตก หรือสกรูจมลึกเกินไปก็มี

สำหรับชาวคอนโดหรือหอพักที่พื้นที่จำกัด การมีไขควงไฟฟ้าขนาดเล็กสักอันติดบ้านไว้จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีแรงหมุน หรือเสียเวลาไปกับการขันสกรูนานๆ อีกต่อไป

แต่ก่อนจะเลือกซื้อไขควงไฟฟ้ามาใช้เองเนี่ย มีข้อควรพิจารณาเล็กน้อยครับ:

– แรงบิด (Torque): ไม่จำเป็นต้องเลือกที่มีแรงบิดสูงมากนะครับ สำหรับงานประกอบเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป แรงบิดระดับปานกลางก็เพียงพอแล้ว เพราะถ้าแรงบิดสูงเกินไป อาจทำให้ไม้เสียหาย หรือสกรูจมลึกเกินไปได้

– โหมดคลัตช์ (Clutch): อันนี้สำคัญมากครับ! โหมดคลัตช์จะช่วยจำกัดแรงบิดไม่ให้ขันสกรูแน่นเกินไป เมื่อถึงแรงบิดที่ตั้งไว้ เครื่องจะหยุดหมุนเองอัตโนมัติ ช่วยป้องกันไม้แตกและสกรูเสียหายได้ดีเยี่ยม ใครที่กลัวเรื่องนี้ต้องมองหาฟังก์ชันนี้เลย

– ขนาดและน้ำหนัก: เลือกแบบที่จับถนัดมือ น้ำหนักไม่มากเกินไป จะได้ใช้งานได้นานๆ โดยไม่เมื่อยล้าครับ ไขควงไฟฟ้าแบบไร้สาย (แบตเตอรี่) จะสะดวกกับการเคลื่อนย้ายและใช้งานในพื้นที่จำกัดมากกว่า

ถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมและคำแนะนำดีๆ ในการเลือกไขควงไฟฟ้าสำหรับงานประกอบเฟอร์นิเจอร์ ลองแวะไปดูบทความดีๆ ที่ TaladHouse ได้เลยครับ รับรองว่าได้ไอเดียกลับไปเลือกซื้อของใช้ในบ้านที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นแน่นอน

เคยเป็นกันไหมคะ ขัดห้องน้ำจนปวดหลัง เชื้อราตรงยาแนวก็ดูเหมือนจะหายไป แต่ไม่กี่วันก็กลับมาดำปื๋อเหมือนเดิม! สาเหตุหลัก ๆ ไม่ใช่ว่าเราขัดไม่สะอาดนะ แต่เป็นเพราะเราไปแก้ที่ปลายเหตุ

เชื้อรามันฝังรากลึกอยู่ในเนื้อปูน หรือตามร่องยาแนว ยิ่งถ้าห้องน้ำไม่ค่อยมีอากาศถ่ายเท หรือมีความชื้นสูงตลอดเวลา ก็ยิ่งเป็นสวรรค์ของเชื้อราเลยล่ะค่ะ การขัดแค่ผิว ๆ มันก็เหมือนตัดผมที่ยาวแล้วเดี๋ยวก็ยาวใหม่นั่นแหละ

แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ มีวิธีแก้ปัญหาเชื้อราแบบไม่ต้องขัดจนเมื่อย แถมอยู่ได้นานกว่าด้วย หลักการคือการใช้สารที่ไปฆ่าเชื้อราให้ตายถึงรากถึงโคน ซึ่งพวกน้ำยาเฉพาะทางนี่แหละคือพระเอกเลย

สิ่งที่ต้องระวังคือ เรื่องความปลอดภัยในการใช้งาน ควรใส่ถุงมือและหน้ากากเสมอ เพราะสารเคมีบางตัวค่อนข้างแรง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือคุ้มค่ามาก ห้องน้ำจะดูสะอาดขึ้นแบบเห็นได้ชัด และเชื้อราไม่กลับมาง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อน

สำหรับใครที่อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมว่ามีวิธีกำจัดเชื้อราแบบไหนบ้าง และต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ลองไป ดูที่ TaladHouse ได้เลยค่ะ มีคำแนะนำดี ๆ ที่ช่วยให้ห้องน้ำสะอาดสดใสได้แบบไม่ต้องออกแรงเยอะ!

เคยไหมที่หลอดไฟ LED ที่บ้านจู่ๆ ก็กระพริบเองสร้างความรำคาญใจ? หลายคนอาจจะคิดว่าหลอดเสียแน่ๆ รีบไปซื้อใหม่ แต่เดี๋ยวก่อน! จริงๆ แล้วสาเหตุของหลอดไฟ LED กระพริบอาจมีได้หลายอย่าง และบางทีก็ไม่ใช่ที่ตัวหลอดเลยด้วยซ้ำ

ก่อนจะควักกระเป๋าซื้อหลอดใหม่ ลองเช็กตามนี้ก่อนดีไหม:

  • เช็กสวิตช์ไฟ: บางทีสวิตช์ไฟเก่าๆ หรือสวิตช์ที่มีไฟแสดงสถานะอาจเป็นตัวการ เพราะมันอาจส่งกระแสไฟอ่อนๆ ไปยังหลอด ทำให้หลอด LED ที่ไวต่อกระแสไฟกระพริบ

  • ขั้วหลอดหลวม: ลองหมุนหลอดให้แน่นขึ้น หรือเช็กดูว่าขั้วหลอดสกปรก มีคราบ หรือมีสนิมเกาะหรือไม่ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้การเชื่อมต่อไม่สมบูรณ์

  • ระบบไฟในบ้าน: ถ้าหลอดไฟกระพริบหลายๆ จุดพร้อมกัน อาจเป็นสัญญาณว่าระบบไฟในบ้านมีปัญหา ลองปรึกษาช่างไฟผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด

บางครั้งปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้หลอดไฟกระพริบได้ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อหลอดใหม่ให้เปลือง ถ้าอยากรู้สาเหตุและวิธีแก้ไขอย่างละเอียด ลอง คลิกอ่านต่อ ที่นี่ จะได้เข้าใจมากขึ้นและแก้ไขได้ตรงจุด

เคยไหมที่คิดว่าการทิ้งขยะในคอนโดก็แค่หยิบถุงไปทิ้ง? จริง ๆ แล้วมันมีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ถ้าเราใส่ใจ ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะเลยนะ

บ่อยครั้งที่เราเห็นถังขยะแยกสี แล้วก็คิดว่าแค่ซื้อถุงขยะสีตามนั้นก็พอ แต่จริง ๆ แล้วแต่ละคอนโดอาจมีกฎเฉพาะที่แตกต่างกันไป บางที่อาจจะเน้นเรื่องวัสดุของถุงขยะ หรือขนาดที่พอดีกับช่องทิ้งขยะของอาคารด้วยซ้ำ

เรื่องนี้สำคัญนะ เพราะถ้าเราทิ้งไม่ถูกประเภท ไม่ถูกกฎ ไม่ใช่แค่ขยะอาจจะไม่ถูกนำไปจัดการอย่างถูกต้อง เช่น ไม่ได้รีไซเคิลอย่างที่ตั้งใจ แต่บางทีอาจมีค่าปรับตามมาด้วย

ดังนั้น ก่อนจะไปซื้อถุงขยะมาใช้ ลองเช็กกับนิติบุคคลของคอนโดเราดูก่อนดีที่สุด ว่าเค้ามีข้อกำหนดอะไรบ้าง วัสดุแบบไหนที่รับ ขนาดเท่าไหร่ที่เหมาะสม จะได้ไม่เสียเงินซื้อถุงขยะที่ไม่ตรงตามต้องการ และที่สำคัญคือ ขยะของเราก็จะถูกจัดการอย่างถูกวิธีด้วย อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ที่ TaladHouse เพื่อข้อมูลดี ๆ ในการจัดการบ้าน

หลายคนอาจจะเคยคิดว่าผ้าคลุมกันฝุ่นเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นของจำเป็น ยิ่งบ้านไหนมีฝุ่นเยอะ ๆ ก็ยิ่งอยากจะหามาคลุมไว้ใช่ไหมคะ แต่รู้ไหมว่าบางทีการใช้ผ้าคลุมผิดวิธีเนี่ย อาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีก็ได้นะ

ปัญหาหลัก ๆ ที่เจอกันบ่อยคือเรื่องความร้อนสะสมค่ะ เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด เช่น ทีวี ตู้เย็น หรือแม้แต่ไมโครเวฟ เวลาทำงานมันจะมีการระบายความร้อนออกมา การที่เราเอาผ้าหนา ๆ ไปคลุมไว้ตลอดเวลา โดยเฉพาะผ้าที่ไม่มีรูระบายอากาศดีพอ ก็จะทำให้เครื่องร้อนกว่าปกติ พอนานเข้าก็อาจจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง หรือบางทีก็ทำให้เครื่องพังเร็วขึ้นได้เลยค่ะ

แล้วแบบไหนล่ะที่ใช้ได้จริง? หลัก ๆ เลยคือต้องเลือกผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่ใช่ผ้าเนื้อหนา ๆ ทึบ ๆ นอกจากนี้จังหวะการคลุมก็สำคัญ ถ้าเครื่องกำลังทำงานอยู่ก็ไม่ควรคลุม แต่ถ้าจะคลุมตอนที่ไม่ได้ใช้งานนาน ๆ เช่น ตอนไปเที่ยว หรือตอนที่เครื่องเย็นสนิทแล้ว ก็พอทำได้ค่ะ แต่ก็ต้องระวังเรื่องการสะสมความร้อนอยู่ดี

สรุปคือ ผ้าคลุมกันฝุ่นก็มีประโยชน์ในแง่ของการป้องกันฝุ่น แต่ก็ต้องเลือกใช้ให้ถูกประเภทและถูกจังหวะ เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียกับเครื่องใช้ไฟฟ้าของเรานะคะ ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจซื้อได้ที่ อ่านต่อ