ตลาดเฮ้าส์ : ของใช้ในบ้าน จัดบ้านง่าย

ตลาดเฮ้าส์ แหล่งรวมของใช้ในบ้านที่ช่วยให้จัดบ้านง่ายขึ้น ทั้งอุปกรณ์จัดระเบียบ ของใช้ทำความสะอาด ของใช้ห้องน้ำ ห้องนอน และเครื่องมือซ่อมบ้าน พร้อมข้อมูลช่วยเลือ

เคยไหมที่ต้องเผชิญหน้ากับกองเสื้อผ้าที่รอรีดในห้องแคบ ๆ ของคอนโด แล้วรู้สึกท้อใจกับเตารีดธรรมดาที่ต้องกางโต๊ะรีดผ้า กินพื้นที่ไปครึ่งห้อง? หลายคนคงกำลังมองหาทางออก และเตารีดไอน้ำแบบยืนก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

จากประสบการณ์ส่วนตัว การเปลี่ยนมาใช้เตารีดไอน้ำแบบยืนในคอนโดถือเป็นการตัดสินใจที่ดีงามมากค่ะ สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือประหยัดเวลาไปได้เยอะเลย ผ้าเรียบได้เร็วขึ้นจริง ๆ ไม่ต้องเสียเวลามาจัดผ้าบนโต๊ะรีดซ้ำ ๆ แถมยังรีดได้หลากหลายเนื้อผ้ามากขึ้นด้วยนะ

– ความสะดวกสบาย: ไม่ต้องกางโต๊ะรีดผ้าให้เปลืองพื้นที่ แค่แขวนผ้าแล้วรีดได้เลย เหมาะกับคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดสุดๆ

– ความเร็ว: ไอน้ำช่วยให้ผ้าคลายตัวและเรียบเร็วขึ้นมาก โดยเฉพาะผ้าที่ยับไม่มาก หรือเสื้อผ้าที่ต้องการแค่รีเฟรชก่อนใส่

– การจัดเก็บ: ส่วนใหญ่มีขนาดกะทัดรัด เคลื่อนย้ายง่าย และสามารถเก็บเข้ามุมห้องได้สบายๆ ไม่เกะกะ

แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีไปซะหมด สำหรับผ้าที่ต้องการความเนี้ยบเป๊ะแบบคมกริบ เช่น เสื้อเชิ้ตทำงานบางประเภท อาจจะยังต้องพึ่งเตารีดไอน้ำแบบธรรมดาหรือเตารีดไอน้ำแบบแรงดันสูงอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้ว สำหรับชีวิตประจำวันที่เร่งรีบของคนคอนโด เตารีดไอน้ำแบบยืนถือเป็นไอเทมที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะจริง ๆ ค่ะ

ใครที่กำลังชั่งใจอยู่ ลองอ่านบทความเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียระหว่างเตารีดไอน้ำแบบยืนกับเตารีดธรรมดาได้ที่ TaladHouse เพื่อประกอบการตัดสินใจนะคะ จะได้เลือกสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานของตัวเองที่สุด

เคยไหมที่รู้สึกว่าห้องเราทำไมฝุ่นเยอะจัง ทั้งที่ก็ปิดหน้าต่างตลอด หรือบางทีก็ได้ยินเสียงข้างนอกเข้ามาในห้องชัดเกินไปจนรบกวนการพักผ่อน แถมกลิ่นอาหารจากข้างบ้านก็ลอยมาได้อีก ปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากรอยรั่วเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามขอบหน้าต่างอลูมิเนียมในคอนโดนี่แหละค่ะ

หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ต้องเรียกช่างมาทำ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราสามารถจัดการเองได้ไม่ยากเลยนะ มีหลายวิธีให้เลือกใช้ตามลักษณะของรอยรั่วที่เราเจอ

– รอยแตกเล็กๆ หรือช่องว่างบางๆ: ยาแนวซิลิโคนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะยืดหยุ่น ทนทาน และกันน้ำได้ดี ใช้งานง่าย แค่บีบตามร่องแล้วเกลี่ยให้เรียบ

– ช่องว่างที่ใหญ่ขึ้นหน่อย: ลองดูพวกโฟมอุดช่องลม หรือซีลยางแบบต่างๆ ที่มีขายตามร้านวัสดุก่อสร้าง พวกนี้ช่วยอุดช่องว่างได้ดีเยี่ยม แถมยังช่วยกันเสียงและเก็บความเย็นในห้องได้อีกด้วย

– สำหรับรอยรั่วที่ไม่ถาวร: เทปซีลขอบหน้าต่างก็เป็นทางเลือกที่สะดวกมาก แค่ลอกแล้วแปะ ใช้งานง่าย เปลี่ยนได้บ่อยตามต้องการ

การอุดรอยรั่วพวกนี้ไม่ได้แค่ช่วยเรื่องฝุ่น เสียง หรือกลิ่นเท่านั้นนะ ยังช่วยประหยัดค่าไฟได้ด้วย เพราะแอร์จะไม่รั่วไหลออกไปข้างนอก ทำให้ห้องเย็นเร็วขึ้นและเครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง ลองหันไปสำรวจหน้าต่างที่คอนโดดูสิคะ ว่ามีจุดไหนที่ต้องจัดการบ้าง จะได้มีบ้านที่น่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลย ถ้าอยากรู้รายละเอียดว่าแต่ละแบบต้องใช้ยังไง หรือมีตัวเลือกไหนอีกบ้าง ลองเข้าไปดูแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ การอุดรอยรั่วขอบหน้าต่างอลูมิเนียมคอนโด มีข้อมูลดีๆ ที่จะช่วยให้คุณลงมือทำเองได้ง่ายขึ้นค่ะ

เคยไหมคะที่ซื้อชั้นวางของในครัวมาแล้วใช้ได้ไม่นานก็พัง หรือเป็นสนิม ทั้งที่ตั้งใจเลือกแบบที่ไม่ต้องเจาะผนัง เพราะกลัวผนังห้องครัวจะเสียหาย พอจะเลือกซื้อใหม่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเลือกแบบไหนดีให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

ปัญหาเหล่านี้เกิดจากหลายคนมองข้ามเรื่องวัสดุที่ใช้ทำชั้นวางของค่ะ คิดว่าแบบไหนก็เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้ววัสดุแต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียต่างกันมาก ยิ่งถ้าเป็นชั้นวางของที่ต้องอยู่ในครัว ซึ่งมีความชื้นและไอน้ำมันสูง การเลือกวัสดุผิดก็เหมือนเสียเงินไปฟรีๆ ทุกปี

ก่อนจะตัดสินใจซื้อชั้นวางของในครัวแบบไม่เจาะผนังครั้งต่อไป ลองมาดูกันว่าวัสดุแบบไหนที่เหมาะกับห้องครัวของเราจริงๆ เพื่อให้ได้ชั้นวางที่แข็งแรง ทนทาน ไม่เป็นสนิมง่าย และรับน้ำหนักของได้ดี ไม่ต้องมานั่งซื้อใหม่บ่อยๆ แถมช่วยให้ครัวเป็นระเบียบ ไม่ดูรกด้วยค่ะ สามารถอ่านฉบับเต็มเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ที่ บทความนี้

ไม่ว่าจะเป็นสเตนเลส พลาสติก หรือโลหะเคลือบ ก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป การเลือกให้ถูกกับการใช้งานและการดูแลรักษาก็จะช่วยให้เราประหยัดเงินได้ในระยะยาวเลยค่ะ

อยู่คอนโดแล้วไฟตกบ่อยจนน่ารำคาญใจไหมครับ? บางทีก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เสมอไปนะ ลองเช็กง่าย ๆ ด้วยตัวเองก่อนได้เลยครับ

สิ่งแรกที่ควรดูก่อนคือ “เบรกเกอร์” ครับ ลองไปดูที่ตู้ไฟในห้องว่าเบรกเกอร์ตัวไหนมันตกลงมาหรือเปล่า ถ้าใช่ ลองดันกลับขึ้นไปใหม่ บางทีแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าบางตัวกินไฟเยอะเกินไป หรือเสียบปลั๊กแน่นเกินไปจนโหลดเกินก็ได้ครับ

ถัดมาก็ลองเช็ก “ปลั๊กพ่วง” หรือ “ปลั๊กไฟ” ที่เราใช้งานอยู่ครับ บางทีปลั๊กพ่วงเก่าเกินไป สายไฟเสื่อมสภาพ หรือเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าเยอะเกินกำลังไฟของปลั๊กก็ทำให้ไฟตกได้เหมือนกัน ลองถอดปลั๊กบางตัวออก หรือเปลี่ยนไปเสียบปลั๊กอื่นดูครับ

ถ้าเช็กเบรกเกอร์แล้วปกติ ปลั๊กพ่วงก็ไม่มีปัญหา ลองนึกดูว่าก่อนไฟตก เราได้เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟเยอะ ๆ พร้อมกันหลายตัวไหม เช่น เครื่องปรับอากาศหลายตัว เครื่องทำน้ำอุ่น ไมโครเวฟพร้อมกัน เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุให้ไฟตกได้ครับ

แต่ถ้าลองเช็กหมดแล้วยังหาสาเหตุไม่เจอ หรือไฟตกบ่อยจนผิดปกติ แบบนี้ค่อยแจ้งนิติบุคคลให้เข้ามาตรวจสอบจะดีกว่าครับ เพราะอาจจะเป็นปัญหาที่ระบบไฟของอาคาร หรือสายไฟภายในห้องที่ต้องใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญแก้ไขครับ

ส่วนอุปกรณ์ที่ควรมีติดห้องไว้เลยก็คือ “เครื่องสำรองไฟ (UPS)” สำหรับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำคัญ ๆ ครับ จะได้ไม่เสียหายเวลาไฟตก หรือ “ปลั๊กกันไฟกระชาก” ก็ช่วยได้เยอะเลยครับ ช่วยปกป้องเครื่องใช้ไฟฟ้าของเราได้ดีมากครับ ลองศึกษา วิธีเลือกไฟตก คอนโด และอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันเพิ่มเติมดูนะครับ

อากาศเมืองไทยร้อนจัด แดดส่องแรง แถมบางทีก็มีฝนสาดเข้ามาถึงในระเบียงคอนโด ถ้าเลือกม่านผิด ชีวิตเปลี่ยนเลยนะ! เพราะนอกจากจะกันแดดกันฝนไม่ได้ดีเท่าที่ควร ระเบียงอาจจะดูทึบ อึดอัด หรือม่านพังเร็วต้องเปลี่ยนบ่อยๆ ก็เสียเงินเปล่าๆ อีก

ก่อนจะตัดสินใจซื้อม่านระเบียง ลองมาดูกันว่ามีอะไรที่ต้องพิจารณาบ้าง:

– วัสดุ: อันนี้สำคัญมาก เพราะต้องทนแดด ทนฝนได้ดี ควรเลือกวัสดุที่ไม่ดูดความร้อน ไม่ซีดง่าย และทนทานต่อสภาพอากาศภายนอกได้ดี เช่น ผ้าโพลีเอสเตอร์เคลือบกันยูวี หรือพวกไวนิลที่มีความหนาหน่อย ม่านบางชนิดออกแบบมาให้กันน้ำได้ดีก็จะช่วยเรื่องฝนสาดได้เยอะเลย

– ระบบติดตั้ง: มีทั้งแบบม่านม้วน ม่านพับ หรือม่านจีบ การเลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งานของเราและพื้นที่ระเบียงเป็นสิ่งสำคัญ บางแบบอาจจะใช้ง่าย เก็บสะดวก เปิดรับวิวได้เต็มที่ แต่บางแบบอาจจะกันแดดกันฝนได้ดีกว่า ก็ต้องชั่งน้ำหนักดู

– การระบายอากาศ: แม้จะอยากกันแดดกันฝน แต่ก็ไม่อยากให้ระเบียงอับทึบจนเกินไป ลองมองหาม่านที่ยังพอให้อากาศถ่ายเทได้บ้าง อาจจะเป็นม่านแบบที่ผ้ามีรูพรุนเล็กน้อย หรือเลือกสีอ่อนๆ ที่ไม่ดูดความร้อนมากเกินไป

– ความแข็งแรงของอุปกรณ์: เวลาลมแรงๆ ม่านต้องไม่ปลิวเสียหายง่ายๆ รางม่านหรืออุปกรณ์ยึดต่างๆ ควรแข็งแรงทนทานต่อสภาพอากาศภายนอกด้วย

การลงทุนกับม่านระเบียงที่ดีจะช่วยให้เราใช้พื้นที่ระเบียงได้อย่างมีความสุขมากขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องแดดแรงหรือฝนสาดอีกต่อไป ถ้าอยากได้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัสดุและข้อควรพิจารณาต่างๆ แนะนำให้ลองดู คู่มือจาก TaladHouse ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแน่นอนค่ะ

เคยไหมที่อาบน้ำในคอนโดแล้วน้ำฝักบัวไหลเอื่อยจนหงุดหงิด? ปัญหานี้แก้ได้ง่ายกว่าที่คิด ไม่ต้องรอช่างเลยค่ะ แค่ลองเปลี่ยนหัวฝักบัวใหม่ก็เห็นผลทันตา

หัวใจสำคัญของการเลือกหัวฝักบัวสำหรับคอนโดคือการเข้าใจเรื่อง “เกลียว” และ “แรงดันน้ำ” ของห้องเรานั่นเองค่ะ เพราะบางทีน้ำที่คอนโดอาจไม่ได้แรงเท่าบ้านเดี่ยว การเลือกหัวฝักบัวที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มแรงดันน้ำก็จะช่วยให้คุณอาบน้ำได้ฟินขึ้นเยอะ

– เช็กเกลียว: ส่วนใหญ่หัวฝักบัวจะมีเกลียวมาตรฐานสากลที่ใช้กันแพร่หลาย ทำให้เปลี่ยนเองได้ไม่ยาก แต่ก็ควรเช็กก่อนซื้อให้แน่ใจว่าขนาดตรงกัน

– เลือกแบบเพิ่มแรงดัน: หัวฝักบัวบางรุ่นมีดีไซน์พิเศษที่ช่วยบีบให้น้ำไหลแรงขึ้น แม้แรงดันน้ำเริ่มต้นจะไม่มากนัก แบบนี้แหละที่เหมาะกับคอนโดสุดๆ

– ติดตั้งง่าย: ยุคนี้หัวฝักบัวส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ติดตั้งเองได้เลย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษอะไรมากมาย แค่ไขออก-ไขเข้าก็เสร็จแล้วค่ะ

ลองหาข้อมูลเปรียบเทียบดูรุ่นต่างๆ ในตลาด บางรุ่นดีไซน์สวย บางรุ่นมีฟังก์ชันนวด หรือบางรุ่นประหยัดน้ำด้วยก็มีค่ะ การเปลี่ยนหัวฝักบัวใหม่นี่เหมือนได้อัปเกรดประสบการณ์การอาบน้ำไปอีกขั้นเลยนะ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มตรงไหนดี ลองดู คู่มือจาก TaladHouse ช่วยให้คุณเลือกหัวฝักบัวที่ใช่ได้ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ

ช่วงนี้เห็นคนพูดถึงเครื่องพ่นไอน้ำกำจัดไรฝุ่นกันเยอะ โดยเฉพาะคนที่อยู่คอนโดแล้วมีปัญหาเรื่องภูมิแพ้ฝุ่นแบบเรา เลยอดสงสัยไม่ได้ว่ามันเวิร์คจริงมั้ย?

เท่าที่ลองหาข้อมูลดู เจ้าเครื่องพ่นไอน้ำเนี่ย เค้าใช้หลักการคือพ่นไอน้ำร้อนจัดออกมา เพื่อฆ่าเชื้อโรคและไรฝุ่นด้วยความร้อนสูง ซึ่งแน่นอนว่าถ้าใช้ถูกวิธี มันก็ช่วยลดปริมาณไรฝุ่นได้จริงแหละ แต่ก็ไม่ใช่ว่าพ่นปุ๊บไรฝุ่นหายเกลี้ยงนะ เพราะมันมีข้อจำกัดอยู่เหมือนกัน

อย่างแรกคือ อุณหภูมิและความชื้น ไอน้ำต้องร้อนพอและต้องมีความชื้นที่เหมาะสมถึงจะฆ่าไรฝุ่นได้ผลดี และต้องพ่นให้ทั่วถึงจริงๆ ไม่ใช่แค่ผ่านๆ ที่สำคัญคือหลังจากพ่นแล้ว ต้องมั่นใจว่าที่นอนหรือเฟอร์นิเจอร์แห้งสนิท ไม่งั้นความชื้นที่หลงเหลืออยู่จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ไรฝุ่นชั้นดีเลย

แล้วถ้าอยู่คอนโดที่พื้นที่จำกัด การจะเอาเครื่องพ่นไอน้ำใหญ่ๆ มาใช้แล้วต้องมานั่งรอให้แห้งสนิทอีก มันก็อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่สะดวกที่สุดเสมอไป

ถ้าใครที่อยากลองวิธีอื่น หรือรู้สึกว่าเครื่องพ่นไอน้ำอาจจะยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ ทาง TaladHouse มีบทความดีๆ ที่จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าเครื่องพ่นไอน้ำเหมาะกับเราไหม และมีทางเลือกอื่นอะไรอีกบ้างสำหรับคนแพ้ฝุ่นในคอนโด คลิกอ่านต่อเพื่อดูทางเลือกและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องพ่นไอน้ำและการกำจัดไรฝุ่นได้เลย

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพ่นไอน้ำ หรือวิธีอื่นๆ สิ่งสำคัญคือการทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ และเลือกวิธีที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุดค่ะ

เคยไหมที่ซื้อนาฬิกาแขวนผนังมาแล้วเจอว่ามันไม่ได้เงียบอย่างที่คิด? บางทีคำว่า “เงียบ” บนกล่องก็เป็นแค่คำโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ วันนี้เรามีวิธีดูว่านาฬิกาเรือนไหนจะเงียบจริง ไม่กวนใจคุณและคนในบ้านแน่นอน

หัวใจสำคัญของการเลือกนาฬิกาเดินเงียบอยู่ที่ กลไกการเดิน ค่ะ มีอยู่สองแบบหลักๆ ที่ควรรู้จัก:

– กลไกแบบ Step Movement: อันนี้แหละที่ทำให้เกิดเสียง “ติ๊กต๊อก” ที่เราคุ้นเคยกัน เพราะเข็มวินาทีจะกระโดดไปทีละขั้นทุกวินาที ถ้าคุณไวกับเสียงพวกนี้ หรือจะเอาไปไว้ในห้องนอนที่ต้องการความเงียบสงบ อันนี้อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก

– กลไกแบบ Sweep Movement: นี่คือตัวจริงเสียงจริงของนาฬิกาเดินเงียบค่ะ เข็มวินาทีจะเคลื่อนที่แบบต่อเนื่อง ไม่มีจังหวะกระโดด ทำให้ไม่มีเสียง “ติ๊กต๊อก” รบกวนเลย เหมาะมากสำหรับห้องนอน ห้องทำงาน หรือมุมสงบๆ ในบ้านที่ต้องการสมาธิ

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าอันไหนคือ Sweep Movement?

วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ลองสังเกตเข็มวินาที ค่ะ

– ถ้าเข็มวินาทีเดินแบบกระตุกๆ เป็นจังหวะ นั่นคือ Step Movement

– แต่ถ้าเข็มวินาทีเดินเลื่อนไปเรื่อยๆ แบบราบรื่น ไม่มีสะดุด นั่นแหละคือ Sweep Movement ที่คุณตามหา!

นอกจากนี้ เวลาเลือกซื้อ ลองถามพนักงาน หรือดูข้อมูลสินค้าให้ดี บางทีเขาก็จะระบุไว้ชัดเจนเลยว่า “Silent Sweep” หรือ “Continuous Sweep” ค่ะ การลงทุนกับนาฬิกาที่เดินเงียบจริงจะช่วยให้บ้านของคุณน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย ลองไปเลือกหามาใช้กันดูนะคะ ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลย คลิกอ่านต่อ เพื่อดูเคล็ดลับดีๆ สำหรับของใช้ในบ้านอื่นๆ ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นค่ะ

เคยไหม? สายฉีดชำระที่บ้านอยู่ดี ๆ ก็มีน้ำซึมออกมาจากข้อต่อหรือหัวฉีด จนต้องคอยเช็ดพื้นห้องน้ำอยู่เรื่อย ๆ หลายคนอาจคิดว่าต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งอันถึงจะหาย หรือไม่ก็ต้องรอช่างมาซ่อมให้ เสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา

แต่จริง ๆ แล้ว ปัญหาสายฉีดชำระรั่วซึมเนี่ย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เราสามารถจัดการเองได้สบายมาก ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ยกชุดให้เปลืองงบเลยค่ะ เพียงแค่เราลองเช็กดูว่าจุดที่รั่วมาจากตรงไหน แล้วหาสาเหตุที่แท้จริง

ปกติแล้วจุดที่มักจะรั่วบ่อย ๆ ก็คือตรงข้อต่อระหว่างสายกับหัวฉีด หรือไม่ก็ยางโอริงข้างในที่เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ซึ่งอะไหล่พวกนี้หาซื้อได้ง่าย ๆ ตามร้านฮาร์ดแวร์ทั่วไป ราคาหลักสิบเท่านั้นเอง พอได้อุปกรณ์มาแล้ว ขั้นตอนการซ่อมก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด แค่ใช้ไขควงกับประแจเล็กน้อยก็เรียบร้อย ลองดูวิธีแก้สายฉีดชำระรั่วซึมง่าย ๆ ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ ที่เขาแนะนำไว้ รับรองว่าใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่ต้องเป็นช่างก็ซ่อมแซมของใช้ในบ้านได้เองสบาย ๆ เลยค่ะ

ถ้าพูดถึงผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น หลายคนคงนึกถึงเรื่องการเลือกซื้อผ้าแบบพิเศษๆ ที่มีป้ายกำกับว่า “กันไรฝุ่น” แต่จริงๆ แล้ว อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “การซัก” ค่ะ ไม่ใช่แค่ซื้อของแพงแล้วจะจบนะ

บางทีผ้าปูที่นอนธรรมดาก็กันไรฝุ่นได้ ถ้าเรารู้จักซักให้ถูกวิธี หลักๆ คือเรื่องความถี่และอุณหภูมิน้ำที่ใช้ ผ้าปูที่นอนควรซักบ่อยแค่ไหน? โดยทั่วไปแล้วทุก 1-2 สัปดาห์ถือว่ากำลังดีค่ะ และน้ำร้อนเป็นตัวช่วยสำคัญในการกำจัดไรฝุ่นได้ผลดีกว่าน้ำเย็นเยอะเลย

– ความถี่: อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งจะดีที่สุด โดยเฉพาะใครที่แพ้ง่าย

– อุณหภูมิ: ใช้น้ำร้อนอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป จะช่วยฆ่าไรฝุ่นและกำจัดสารก่อภูมิแพ้ได้

– การเลือกผ้า: ผ้าทอแน่นๆ หรือผ้าไมโครไฟเบอร์ก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะไรฝุ่นเข้าไปฝังตัวได้ยากกว่าผ้าทอหยาบๆ ค่ะ

บางทีผ้าที่มีป้ายกันไรฝุ่นก็อาจจะไม่ได้ช่วยอะไรมาก ถ้าเรายังซักผิดวิธี แต่ถ้าเราดูแลเรื่องการซักดีๆ แม้แต่ผ้าปูที่นอนทั่วๆ ไป ก็ช่วยลดการสะสมของไรฝุ่นได้เยอะเลยค่ะ ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่นให้ได้ผลจริง ลองดูที่ TaladHouse มีข้อมูลดีๆ อีกเพียบเลย