สำหรับคนทำอาหารที่เวลาจำกัด ซุปก้อนหรือหัวเชื้อน้ำซุปสำเร็จรูปคือตัวช่วยที่ดีเยี่ยมในการรังสรรค์เมนูซุปหรือแกงต่างๆ ให้รสชาติเข้มข้นขึ้นมาได้ง่ายๆ แต่หลายคนก็เคยเจอประสบการณ์ที่ซุปออกมาเค็มปะแล่ม หรือรสชาติไม่ลึกซึ้งอย่างที่คิดใช่ไหมคะ?
เคล็ดลับง่ายๆ คือ อย่าเพิ่งใส่ซุปก้อนลงไปในน้ำเปล่าแล้วต้มเลย! ลองเริ่มต้นด้วยการนำกระดูกไก่หรือหมูชิ้นเล็กๆ หรือผักที่ให้รสหวาน เช่น แครอท หัวไชเท้า ไปต้มรวมกันสักพักก่อน เพื่อดึงรสธรรมชาติออกมา แล้วค่อยใส่ซุปก้อนลงไปเพื่อเพิ่มความเข้มข้น
หรือถ้าอยากได้ความหอม ลองเอาซุปก้อนไปผัดกับกระเทียมเจียวหรือหอมใหญ่สับเล็กน้อยให้หอมก่อน แล้วค่อยเติมน้ำ จะช่วยให้ได้กลิ่นและรสชาติที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้น
อีกอย่างที่สำคัญคือเรื่องของสัดส่วน ซุปก้อนแต่ละยี่ห้อมีความเข้มข้นไม่เท่ากัน อ่านฉลากและปรับปริมาณตามชอบ เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมพอดี ไม่เค็มเกินไป นอกจากนี้ การใช้เครื่องเทศหรือสมุนไพรสดเพิ่มเติมก็ช่วยเสริมให้ซุปมีมิติมากขึ้นได้ค่ะ ลองดูเทคนิคอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ การใช้หัวเชื้อน้ำซุปให้ได้รสชาติเข้มข้น
เคยไหม... กำลังทำอาหารเพลิน ๆ อยู่ดี ๆ เสียงดังโครมคราม! หันไปดูปรากฏว่าราวแขวนอุปกรณ์ในครัวพังครืนลงมาพร้อมของที่กองอยู่ข้างล่าง ไม่ใช่แค่เสียของ แต่ยังเสียอารมณ์อีกด้วย ปัญหาแบบนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการเลือกวัสดุที่ไม่เหมาะ หรือติดตั้งไม่ถูกวิธีนี่แหละค่ะ
ก่อนอื่น มาดูกันว่าวัสดุยอดนิยมสำหรับตะขอและราวแขวนครัวมีอะไรบ้าง
– สเตนเลส: อันดับหนึ่งเรื่องความทนทาน ไม่เป็นสนิม แถมดูโมเดิร์นเข้ากับครัวได้หลายสไตล์ เหมาะมากสำหรับแขวนของหนัก หรือบริเวณที่โดนน้ำบ่อย ๆ
– อลูมิเนียม: เบา ติดตั้งง่าย ราคาเป็นมิตร แต่ความแข็งแรงอาจไม่เท่าสเตนเลส เหมาะกับของที่น้ำหนักไม่มากนัก
– ไม้: ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นธรรมชาติ สวยงาม แต่ต้องระวังเรื่องความชื้นและปลวก ควรเลือกไม้ที่ผ่านการเคลือบมาอย่างดี
นอกจากวัสดุแล้ว การติดตั้งก็สำคัญไม่แพ้กัน
– ผนังปูน/อิฐ: ต้องใช้สว่านเจาะ ยึดด้วยพุกและสกรูที่แข็งแรง มั่นใจได้ว่ารับน้ำหนักได้ดี
– กระเบื้อง: เจาะได้เหมือนผนังปูน แต่ต้องระวังเป็นพิเศษไม่ให้กระเบื้องแตก ควรใช้ดอกสว่านสำหรับเจาะกระเบื้องโดยเฉพาะ
– ผนังเบา/ยิปซัม: ไม่เหมาะกับการแขวนของหนักมาก ๆ ควรใช้พุกสำหรับผนังเบาโดยเฉพาะ หรือหาจุดที่มีโครงคร่าวด้านในเพื่อความแข็งแรง
บางคนอาจคิดว่าแค่ตะขอเล็ก ๆ จะมีอะไรมาก แต่ถ้าเลือกผิด ติดผิด ก็อาจทำให้ของหล่นเสียหาย แถมยังต้องมาเสียเวลาซ่อมแซมอีก ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจาก KitzYou เพื่อให้การจัดครัวเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยนะคะ การลงทุนกับอุปกรณ์ดี ๆ และติดตั้งให้ถูกวิธี ช่วยให้ครัวของคุณเป็นระเบียบและใช้งานได้ยาวนานแน่นอนค่ะ
หลายคนคงเคยลังเลเวลาจะซื้อเครื่องปั่นสักเครื่องใช่ไหมคะ? ระหว่างเครื่องปั่นมือถือกับเครื่องปั่นตั้งโต๊ะเนี่ย มันต่างกันยังไง แล้วแบบไหนจะเหมาะกับเรามากกว่ากัน วันนี้จะมาเล่าให้ฟังแบบไม่ซัับซ้อนค่ะ
เครื่องปั่นมือถือ หรือที่เรียกกันว่า Hand Blender จุดเด่นคือความกะทัดรัด ใช้งานง่าย เก็บสะดวก เหมาะมากสำหรับคนที่อยู่คอนโดหรือมีพื้นที่ครัวจำกัด เอาไว้น้ำสลัด ปั่นซุปในหม้อโดยตรง หรือทำอาหารเด็กอ่อนก็ดีงามค่ะ พกพาก็ง่าย จะเอาไปปาร์ตี้บ้านเพื่อนก็ยังได้ ข้อดีอีกอย่างคือล้างทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องยกโถใหญ่ๆ มาล้างให้เมื่อย
ส่วนเครื่องปั่นตั้งโต๊ะ อันนี้คือพระเอกตัวจริงสำหรับสายปั่นหนักๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้ปั่นสมูทตี้ก้อนน้ำแข็งแน่นๆ ปั่นพริกแกง หรือทำซอสปริมาณเยอะๆ ก็เอาอยู่ กำลังมอเตอร์มักจะสูงกว่า โถปั่นก็มีหลายขนาดให้เลือกตามความต้องการ ถ้าบ้านไหนสมาชิกเยอะ ทำอาหารบ่อย หรือชอบปั่นอะไรแข็งๆ เครื่องปั่นตั้งโต๊ะตอบโจทย์กว่าแน่นอนค่ะ
เรื่องราคา เครื่องปั่นมือถือส่วนใหญ่จะเริ่มต้นถูกกว่า แต่เครื่องปั่นตั้งโต๊ะก็มีหลากหลายราคาตามฟังก์ชันและกำลังวัตต์ การตัดสินใจก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้ทำอะไรบ่อยแค่ไหน และมีพื้นที่ในครัวเท่าไหร่ ลองคิดดูว่าไลฟ์สไตล์การทำอาหารของคุณเป็นแบบไหน แล้วค่อยตัดสินใจเลือกดูนะคะ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิธีเลือกเครื่องปั่นมือถือ ตั้งโต๊ะ ได้ค่ะ
อากาศร้อนๆ อยากดื่มกาแฟเย็นๆ ให้ชื่นใจนานๆ หรือหน้าหนาวก็อยากจิบชาร้อนอุ่นๆ ไปเรื่อยๆ แต่พอวางทิ้งไว้แป๊บเดียว เครื่องดื่มก็ไม่เย็นเหมือนเดิมแล้วใช่ไหมคะ ปัญหาเหล่านี้แก้วแบบ Double Wall ช่วยได้เยอะเลยค่ะ
หลักการทำงานของแก้วสองชั้นก็คือ มันจะมีช่องว่างเล็กๆ ระหว่างผนังแก้วด้านในกับด้านนอก ซึ่งช่องว่างนี้แหละค่ะที่ช่วยเป็นฉนวนกันความร้อนไม่ให้ไหลผ่านเข้าออกง่ายๆ ทำให้เครื่องดื่มข้างในยังคงอุณหภูมิเดิมได้นานกว่าแก้วชั้นเดียวธรรมดามากๆ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟร้อน ชาเย็น หรือน้ำผลไม้ ก็ช่วยยืดเวลาความอร่อยได้อีกเยอะเลย
ข้อดีของแก้วประเภทนี้ นอกจากจะช่วยเก็บอุณหภูมิได้ดีแล้ว ยังช่วยไม่ให้ไอน้ำเกาะรอบแก้วเวลาใส่น้ำเย็นๆ หรือมือไม่ร้อนเวลาถือเครื่องดื่มร้อนๆ ด้วยนะคะ แถมยังทนทานกว่าแก้วชั้นเดียวทั่วไปด้วย เพราะโครงสร้างสองชั้นช่วยรับแรงกระแทกได้ดีกว่า แต่ก็ต้องระวังเรื่องการทำตกแตกอยู่ดีนะคะ
ถ้าใครกำลังมองหาแก้วคู่ใจใบใหม่ที่ตอบโจทย์เรื่องการเก็บอุณหภูมิ ลองดูแก้ว Double Wall ไว้เป็นตัวเลือกดูนะคะ รับรองว่าถูกใจแน่นอนค่ะ
เคยไหม อบขนมออกมาสวยงาม แต่พอพักไว้บนตะแกรงกลับแฉะก้น ไม่กรอบเหมือนที่คิดไว้? สาเหตุหนึ่งที่หลายคนมองข้ามคือ 'ตะแกรงรองอบ' นั่นแหละค่ะ
ตะแกรงรองอบที่ดีจะช่วยให้ลมหมุนเวียนได้ทั่วถึง ระบายความร้อนออกจากขนม ทำให้ขนมเย็นตัวลงอย่างสม่ำเสมอ ไม่เกิดไอน้ำสะสมที่ก้นจนแฉะ สิ่งสำคัญที่ต้องดูคือ:
– วัสดุ: ตะแกรงสเตนเลสสตีลจะทนทาน ไม่เป็นสนิม ทำความสะอาดง่าย เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ส่วนตะแกรงเหล็กชุบก็ใช้ได้ แต่ต้องระวังเรื่องสนิมและสารเคลือบที่อาจหลุดลอก
– ขนาดช่องตะแกรง: ช่องที่ถี่เกินไปจะระบายความร้อนได้ไม่ดี ส่วนช่องที่ห่างไปก็อาจทำให้ขนมชิ้นเล็กๆ ตกลงไปได้ ควรเลือกขนาดที่พอเหมาะกับประเภทขนมที่เราทำบ่อยๆ
– ความแข็งแรง: ตะแกรงต้องแข็งแรง ไม่ยุบตัวง่าย รองรับน้ำหนักขนมได้ดี
การเลือกตะแกรงรองอบที่เหมาะสมจะช่วยให้ขนมของเรามีเนื้อสัมผัสที่ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ ถ้าอยากรู้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตะแกรงรองอบขนม ลองอ่านต่อได้ที่ บทความนี้เลย แล้วจะรู้ว่าตะแกรงดีๆ มีผลต่อขนมแค่ไหน!
ถ้าพูดถึงเครื่องปรุงคู่ครัวไทยที่ขาดไม่ได้เลย ก็ต้องมีน้ำปลากับซีอิ๊วขาวนี่แหละ ที่หลายคนชอบเอามาเปรียบเทียบกันว่าอย่างไหนดีกว่า คุ้มกว่ากันแน่?
เท่าที่ลองใช้มาหลายแบบ ทั้งน้ำปลาและซีอิ๊วขาวก็มีเสน่ห์และหน้าที่ต่างกันนะ:
– น้ำปลา: จะเด่นเรื่องกลิ่นหอมเฉพาะตัว ให้รสเค็มกลมกล่อม เหมาะกับอาหารไทยแท้ ๆ พวกต้มยำ ทำยำ หรือน้ำจิ้มต่างๆ ที่ต้องการความหอมนัวแบบไทยๆ
– ซีอิ๊วขาว: ให้รสเค็มแบบเบาๆ ไม่กลบกลิ่นวัตถุดิบ เหมาะกับอาหารที่ต้องการดึงรสชาติหลักของวัตถุดิบออกมา เช่น ผัดผัก หรือใช้หมักเนื้อสัตว์ก็ได้ดีเลย
จริงๆ แล้วทั้งสองอย่างเป็นเหมือนเพื่อนซี้ที่ขาดกันไม่ได้ในครัวไทยเลยนะ แต่ถ้าต้องเลือกจริงๆ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราทำอาหารประเภทไหนบ่อยแค่ไหน ถ้าเน้นอาหารไทยจ๋าๆ ก็อาจจะใช้น้ำปลาเยอะหน่อย แต่ถ้าชอบทำอาหารหลากหลาย หรือชอบรสชาติที่ไม่จัดจ้านมาก ซีอิ๊วขาวก็ตอบโจทย์กว่า
จะบอกว่าตัวไหนคุ้มกว่ากันก็คงยาก เพราะมันเติมเต็มกันและกันได้ดี แต่ถ้าอยากรู้รายละเอียดเชิงลึกว่าแต่ละตัวเหมาะกับอะไรบ้าง อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ รับรองว่าช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลย
ทำอาหารไทยบ่อย ๆ ยังไงก็ต้องมีน้ำมะนาวติดครัวไว้ใช่ไหมคะ? บางทีใช้แค่ไม่กี่หยด บางทีก็ต้องคั้นเป็นถ้วย ถ้ายังลังเลว่าที่คั้นน้ำมะนาวแบบไหนจะตอบโจทย์ เรามาลองดูกันดีกว่าว่าแบบไหนเหมาะกับสไตล์การทำครัวของเรา
แบบมือบีบ: ตัวนี้เห็นบ่อยสุดตามบ้านทั่วไป ใช้ง่ายดี ราคาไม่แพง แค่วางมะนาวผ่าครึ่งลงไปแล้วบีบ แรงที่เราออกไปตรง ๆ จะบีบน้ำออกมาได้ดี ถ้าใช้ไม่เยอะมากก็สะดวกดีค่ะ ล้างก็ง่าย ไม่ซับซ้อน
แบบกด: ที่คั้นแบบนี้จะคล้าย ๆ เป็นโถรองน้ำข้างล่าง มีส่วนแหลม ๆ ให้กดมะนาวลงไปแล้วหมุน ข้อดีคือเราจะเห็นปริมาณน้ำที่ได้ชัดเจน และไม่ต้องออกแรงบีบมากเท่าแบบแรก เหมาะกับคนที่อยากคั้นน้ำมะนาวแบบไม่เมื่อยมือ แต่ต้องยอมรับว่าบางทีก็มีเนื้อกับเมล็ดปนลงไปบ้าง
แบบคันโยก: อันนี้จะดูโปรขึ้นมาหน่อย เหมาะกับคนที่ต้องคั้นน้ำมะนาวเยอะ ๆ เป็นประจำ เพราะใช้หลักการคันโยกช่วย ทำให้เราออกแรงน้อยลงมาก แต่น้ำมะนาวที่ได้ออกมาก็เยอะตามไปด้วย ล้างทำความสะอาดอาจจะซับซ้อนกว่าสองแบบแรกนิดหน่อย แต่ถ้ามองเรื่องประสิทธิภาพในการคั้น ถือว่าดีเยี่ยมเลยค่ะ
เลือกแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความชอบของเราเลยนะคะ ลองพิจารณาดูว่าเราคั้นบ่อยแค่ไหน ปริมาณเท่าไร และอยากออกแรงแค่ไหน ถ้าอยากดูรีวิวละเอียด ๆ เพิ่มเติม ลอง ดูที่ KitzYou ได้เลยค่ะ มีข้อมูลเปรียบเทียบจากการใช้งานจริงที่น่าสนใจ
ใครที่เพิ่งได้กระทะเหล็กหล่อมาใหม่ อาจจะงง ๆ ว่าต้องทำยังไงต่อดี? ไม่เหมือนกระทะทั่วไปที่แค่ล้างแล้วใช้ได้เลย กระทะเหล็กหล่อมีขั้นตอนสำคัญที่เรียกว่า “การเบิร์นกระทะ” หรือ Seasoning ที่ต้องทำก่อนใช้งานครั้งแรกค่ะ
การเบิร์นกระทะเนี่ย สำคัญมาก ๆ เพราะมันคือการสร้างชั้นฟิล์มน้ำมันบาง ๆ เคลือบผิวหน้ากระทะเอาไว้ ซึ่งจะช่วยให้กระทะไม่เป็นสนิม และทำให้อาหารไม่ติดกระทะด้วย (เหมือนเป็นสารกันติดจากธรรมชาติ)
ถ้าเบิร์นผิดขั้นตอน หรือข้ามขั้นไป กระทะก็อาจจะใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรืออาจจะเกิดสนิมได้ง่ายกว่าปกติ
แล้วต้องทำยังไงให้ถูกวิธี? ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ หลัก ๆ ก็คือการล้างกระทะให้สะอาดมากๆ เช็ดให้แห้งสนิท แล้วทาน้ำมันพืชบางๆ ให้ทั่วทั้งใบ จากนั้นก็นำไปอบหรือตั้งไฟให้ความร้อนจนน้ำมันกลายเป็นฟิล์มเคลือบผิว ทำซ้ำหลายๆ รอบ เพื่อให้ชั้นฟิล์มหนาขึ้นค่ะ
การดูแลหลังใช้งานก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรล้างด้วยน้ำเปล่าและแปรงขัดเบาๆ ไม่ควรใช้น้ำยาล้างจานแรงๆ แล้วเช็ดให้แห้งทันทีทุกครั้ง จากนั้นก็ทาน้ำมันบางๆ เคลือบอีกรอบก่อนเก็บ จะช่วยยืดอายุการใช้งานและป้องกันสนิมได้ดีเลยค่ะ
ถ้าอยากรู้รายละเอียดวิธีเบิร์นกระทะแบบละเอียดและขั้นตอนการดูแลที่ถูกต้องครบถ้วน อ่านต่อที่ KitzYou มีบอกหมดเลย รวมถึงวิธีฟื้นฟูกระทะที่เผลอทำพลาดไปแล้วด้วยนะคะ.
สำหรับคนชอบดื่มกาแฟดำที่ชงเองที่บ้าน เคยสงสัยไหมว่าทำไมกาแฟบางแก้วถึงเข้มสะใจ บางแก้วก็หอมนุ่มละมุน นั่นเป็นเพราะชนิดของเมล็ดกาแฟที่เราเลือกใช้เลยค่ะ หลักๆ ก็จะมีโรบัสต้ากับอาราบิก้าที่คนนิยมเอามาชงกัน
เมล็ดกาแฟโรบัสต้า ส่วนใหญ่จะให้รสชาติที่เข้มข้น จัดจ้าน บอดี้แน่นๆ คาเฟอีนสูงกว่า เหมาะกับคนที่ชอบกาแฟที่กระตุ้นให้ตื่นเต็มที่ หรือเอาไปทำเมนูกาแฟนมแล้วรสชาติยังไม่จางหายไปไหน แต่ถ้าคุณชอบกาแฟที่หอมละมุน มีความเปรี้ยวนิดๆ กลิ่นซับซ้อนหน่อยๆ พวกดอกไม้ ผลไม้ หรือช็อกโกแลต เมล็ดกาแฟอาราบิก้าน่าจะถูกใจมากกว่า เพราะอาราบิก้าจะเด่นเรื่องความหลากหลายของกลิ่นและรสชาติค่ะ
ก่อนจะซื้อเมล็ดกาแฟครั้งหน้า ลองคิดดูว่าเราอยากได้กาแฟแบบไหน ถ้าอยากได้กาแฟดำเข้มๆ บอดี้หนักๆ ก็เลือกโรบัสต้า แต่ถ้าอยากได้กาแฟที่ดื่มง่าย หอมๆ ก็อาราบิก้าเลยค่ะ การเลือกเมล็ดกาแฟให้ตรงกับความชอบของเรานี่แหละค่ะ คือจุดเริ่มต้นของการได้กาแฟแก้วโปรดที่บ้านทุกวัน รายละเอียดเรื่องเมล็ดกาแฟโรบัสต้า อาราบิก้า กาแฟดำ มีให้อ่านเพิ่มเติมได้เลย
หลายคนบ่นว่าใช้กระทะสเตนเลสแล้วอาหารชอบติดก้นกระทะ บ้างก็คิดว่าซื้อของไม่ดีมา แต่จริงๆ แล้วมันเป็นสัญญาณบอกว่าเรายังไม่รู้วิธีใช้มันให้ถูกวิธีต่างหาก
เรื่องนี้มันมีวิทยาศาสตร์เล็กๆ น้อยๆ เข้ามาเกี่ยวข้องครับ ซึ่งก็คือ “Leidenfrost effect” หรือปรากฏการณ์ไลเดนฟรอสต์ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อน้ำสัมผัสกับพื้นผิวที่ร้อนมากๆ จนเกิดเป็นไอน้ำบางๆ กั้นอยู่ ทำให้หยดน้ำกลิ้งไปมาได้โดยไม่เดือดปุดทันที
สำหรับกระทะสเตนเลส ถ้าอยากให้ทอดหรือผัดอาหารไม่ติดก้นกระทะ มีขั้นตอนง่ายๆ แค่นี้:
– วอร์มกระทะให้ร้อนได้ที่: เปิดไฟกลางถึงแรง รอจนกระทะร้อนจัด สังเกตได้โดยการหยดน้ำลงไป ถ้าหยดน้ำกลิ้งไปมาเหมือนเม็ดปรอท นั่นแหละคืออุณหภูมิที่ใช่
– ลดไฟลง: พอกระทะร้อนได้ที่แล้ว ให้ลดไฟลงมาเป็นไฟกลางหรือไฟอ่อน เพื่อควบคุมอุณหภูมิ
– เติมน้ำมัน: ใส่น้ำมันลงไป แล้วกรอกให้น้ำมันเคลือบทั่วกระทะ
– ใส่อาหาร: พอเห็นว่าน้ำมันเริ่มมีควันจางๆ หรือผิวน้ำมันเริ่มระยิบระยับ ก็ใส่อาหารลงไปได้เลย
การทำตามขั้นตอนนี้จะช่วยให้ผิวกระทะพร้อมสำหรับอาหาร ไม่เกิดการยึดเกาะจนติดก้นกระทะอีกต่อไป ลองเอาไปปรับใช้ดูนะครับ รับรองว่ากระทะสเตนเลสจะกลายเป็นเพื่อนซี้ในครัวของคุณแน่นอน ถ้าอยากอ่านฉบับเต็มพร้อมรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ลองไปดูได้ที่ เคล็ดลับกระทะสเตนเลสไม่ติดก้น รับรองว่าเข้าใจง่ายขึ้นเยอะเลย