KitzYou รีวิวเครื่องครัว

รีวิวเครื่องครัว บทความเรื่องครัว และไอเดียเลือกของใช้ในครัวจาก KitzYou.com สำหรับคนที่อยากจัดครัวให้น่าใช้และเลือกสินค้าได้คุ้มค่า

ถ้าใครชอบทำขนมหรืออาหารอบบ่อยๆ น่าจะเคยสงสัยว่าถาดอบแต่ละแบบมันต่างกันยังไง แล้วแบบไหนเหมาะกับเมนูอะไรที่สุด เพราะบางทีอบเท่าไหร่ก็ไม่สุกทั่วบ้าง ติดถาดบ้าง เสียอารมณ์ไปหมด

เท่าที่ลองใช้มาหลายแบบ ทั้งอลูมิเนียม สเตนเลส หรือแบบเคลือบกันติด (non-stick) ก็พอจะบอกได้ว่าแต่ละอันมีข้อดีข้อเสียต่างกันชัดเจนเลยค่ะ

ถาดอลูมิเนียม: อันนี้เป็นตัวเลือกยอดนิยมเลยเพราะนำความร้อนได้ดี ทำให้ขนมอบสุกทั่วถึงเร็ว เหมาะกับการอบคุกกี้ เค้ก หรืออาหารที่ต้องการสีเหลืองทองสวยๆ แต่อาจจะต้องระวังเรื่องการติดถาดหน่อยถ้าไม่ได้ทาเนยหรือรองกระดาษไขดีๆ

ถาดสเตนเลส: ทนทาน ใช้งานได้นาน ล้างง่าย แต่จะนำความร้อนช้ากว่าอลูมิเนียม อาจจะต้องเพิ่มเวลาอบเล็กน้อย ข้อดีคือไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร เหมาะกับเมนูที่ต้องอบนานๆ หรือพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ

ถาดเคลือบกันติด (non-stick): อันนี้สะดวกสุดๆ เรื่องอาหารไม่ติดถาดแน่นอน ล้างง่าย เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่ชำนาญการทาไขมัน หรือเมนูที่ไม่อยากให้ติดถาดเลย ข้อควรระวังคือเรื่องการดูแลรักษา อย่าใช้ฝอยขัดหม้อหรืออุปกรณ์มีคมไปขูด เพราะจะทำให้สารเคลือบหลุดได้

จริงๆ แล้วการเลือกถาดอบก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำเมนูอะไรเป็นหลัก และชอบความสะดวกแบบไหนมากกว่า ถ้าอยากรู้รายละเอียดเชิงลึกแบบเจาะลึกสุดๆ ลองไปอ่านบทความเปรียบเทียบจาก KitzYou ดูนะคะ เขาอธิบายไว้ละเอียดมากจริงๆ

อากาศร้อนๆ แบบนี้ ถ้าได้ดาร์กช็อกโกแลตเย็นเข้มๆ สักแก้วก็ชื่นใจดีนะครับ แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางทีชงเองที่บ้านแล้วรสชาติไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่ก็ใช้ผงโกโก้ดีๆ

จริงๆ แล้วผงโกโก้มันมีหลายแบบนะ ไม่ใช่แค่เรื่องยี่ห้อหรือราคาอย่างเดียว แต่กระบวนการทำก็มีผลกับรสชาติและความเข้มข้นมากๆ เลย อย่างสองตัวที่เราเห็นบ่อยๆ ก็คือ ผงโกโก้ดัตช์โปรเซส กับ ผงโกโก้พรีเมียม (แบบไม่ผ่านดัตช์โปรเซส)

  • ผงโกโก้ดัตช์โปรเซส: ตัวนี้จะผ่านการปรับสภาพความเป็นกรด ทำให้สีเข้มขึ้น กลิ่นหอมนุ่มนวลกว่า และละลายน้ำง่ายกว่า เหมาะมากถ้าอยากได้ดาร์กช็อกโกแลตที่รสชาติกลมกล่อม ไม่ขมจัดบาดคอ

  • ผงโกโก้พรีเมียม (ธรรมชาติ): ส่วนใหญ่จะไม่ได้ผ่านกระบวนการปรับกรด สีจะอ่อนกว่า มีรสเปรี้ยวอมขม เป็นเอกลักษณ์ของโกโก้แท้ๆ ถ้าชอบรสชาติเข้มข้น ดิบๆ หน่อย ตัวนี้ก็จะตอบโจทย์ได้ดี แต่ก็อาจจะละลายยากกว่านิดหน่อย

ถ้าเน้นความเข้มข้นแบบ “ถึงใจ” จริงๆ สำหรับดาร์กช็อกโกแลตเย็น ผมว่าผงโกโก้ดัตช์โปรเซสน่าจะเป็นตัวเลือกที่ลงตัวกว่า เพราะมันช่วยดึงความหอมและรสชาติโกโก้ออกมาได้ดี ทำให้เครื่องดื่มของเรามีบอดี้ที่แน่นและสีสันน่าดื่มกว่าครับ ใครอยากรู้ลึกกว่านี้ว่าผงโกโก้แต่ละแบบแตกต่างกันยังไง และจะเลือกแบบไหนดีสำหรับเมนูดาร์กช็อกโกแลตเย็น ลองไป อ่านต่อ ได้เลยครับ จะได้เลือกผงโกโก้ได้ถูกใจ รับรองว่าได้ดาร์กช็อกโกแลตเย็นที่เข้มข้นหอมอร่อยแน่นอน

ช่วงนี้เห็นกล่องถนอมอาหารซิลิโคนแบบพับได้ออกมาเยอะมาก รูปทรงน่ารัก สีสันสดใส ชวนให้ตำสุด ๆ หลายคนก็สนใจเพราะมันพับเก็บได้ ประหยัดพื้นที่ดี แต่พอจะใช้งานจริง มันจะตอบโจทย์คนพกข้าวไปทำงาน หรือสายคลีนที่ต้องเตรียมอาหารเองทุกวันได้ดีแค่ไหนกันนะ

จากประสบการณ์ที่ได้ลองใช้มาบ้าง ส่วนตัวมองว่ามีทั้งข้อดีและข้อควรพิจารณาเลยค่ะ

เรื่องความทนทาน: ซิลิโคนเป็นวัสดุที่ค่อนข้างยืดหยุ่น ทนความร้อนได้ดี เข้าไมโครเวฟได้สบาย แต่ถ้าเจอของมีคม หรือโดนขูดขีดบ่อย ๆ ก็อาจจะเสียหายได้เหมือนกัน

ปัญหาเรื่องการรั่วซึม: อันนี้สำคัญมากสำหรับคนพกอาหารประเภทน้ำแกง หรืออาหารที่มีซอส ซิลิโคนบางยี่ห้อฝาอาจจะปิดได้ไม่สนิท 100% ทำให้มีโอกาสรั่วซึมออกมาได้ ควรเลือกที่มีระบบล็อกที่แน่นหนา หรือมีขอบยางซิลิโคนช่วยซีลอีกชั้นจะดีกว่า

กลิ่นติดภาชนะ: ปัญหานี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้กับภาชนะซิลิโคนทุกชนิด โดยเฉพาะถ้าใส่อาหารที่มีกลิ่นแรง ๆ เช่น แกงเหลือง ผัดเผ็ด กลิ่นอาจจะติดกล่องได้ง่าย วิธีแก้คือรีบล้างทำความสะอาดทันทีหลังใช้ หรือลองแช่ในน้ำผสมเบกกิ้งโซดาดูค่ะ

การทำความสะอาด: ซิลิโคนจะมีพื้นผิวที่ค่อนข้างหนืด ทำให้ล้างคราบมันออกยากนิดหน่อย ยิ่งถ้าปล่อยไว้นาน ๆ ก็จะยิ่งล้างยากขึ้นไปอีก

สรุปแล้ว กล่องถนอมอาหารซิลิโคนพับได้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการประหยัดพื้นที่และพกพาได้สะดวก แต่ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรพิจารณาเรื่องความทนทาน ระบบป้องกันการรั่วซึม และปัญหาเรื่องกลิ่นติดให้ดี เพื่อให้ได้กล่องที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของเรามากที่สุดค่ะ ถ้าอยากรู้รายละเอียดเชิงลึกว่ากล่องแบบนี้เหมาะกับการใช้ในครัวทุกวันได้แค่ไหน อ่านต่อได้ที่นี่

ช่วงนี้หลายคนอาจกำลังมองหาอุปกรณ์สำหรับปาร์ตี้ปิ้งย่างที่บ้าน แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกใช้เตาปิ้งย่างไฟฟ้าหรือกระทะปิ้งย่างบนเตาแก๊สดี วันนี้เราลองมาดูกันว่าแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง เพื่อให้คุณเลือกได้ตรงใจที่สุด

เตาปิ้งย่างไฟฟ้า: จุดเด่นคือความสะดวกสบาย เสียบปลั๊กแล้วใช้งานได้เลย ควันน้อยกว่าแบบใช้แก๊ส ทำให้เหมาะกับการปิ้งย่างในบ้านหรือระเบียงที่ไม่ต้องการควันเยอะๆ ทำความสะอาดง่ายกว่า ส่วนใหญ่ถอดชิ้นส่วนล้างได้ กำลังไฟที่ปรับได้หลายระดับก็ช่วยให้ควบคุมความร้อนง่ายขึ้น ข้อเสียคืออาจจะร้อนช้ากว่านิดหน่อย และถ้าไฟตกหรือไฟดับก็หมดสนุกทันที

กระทะปิ้งย่างบนเตาแก๊ส: ใครที่ชอบความคลาสสิกและได้กลิ่นหอมของการปิ้งย่างแท้ๆ น่าจะชอบแบบนี้ เพราะให้ความร้อนเร็วและแรงกว่าแบบไฟฟ้า ทำให้เนื้อสุกเร็วและได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของอาหารปิ้งย่าง ข้อดีคือไม่ต้องกังวลเรื่องปลั๊กไฟหรือไฟตก ใช้ได้ทุกที่ที่มีเตาแก๊ส ข้อเสียคืออาจจะมีควันและกลิ่นค่อนข้างเยอะ ต้องมีระบบระบายอากาศที่ดี และการทำความสะอาดอาจจะยากกว่าหน่อย

โดยรวมแล้ว ถ้าเน้นความสะดวกสบาย ควันน้อย และปิ้งย่างในบ้านบ่อยๆ เตาปิ้งย่างไฟฟ้าดูจะเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าชอบความร้อนแรง กลิ่นหอม และไม่ติดเรื่องควัน กระทะปิ้งย่างบนเตาแก๊สก็ตอบโจทย์กว่า ลองพิจารณาจากสไตล์การใช้งานและความถี่ในการจัดปาร์ตี้ของคุณดูนะคะ หรือจะ อ่านต่อ เพื่อดูข้อมูลเปรียบเทียบเชิงลึกเพิ่มก็ได้ค่ะ

เคยสงสัยไหมว่าหม้อหุงข้าวที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ แบบไหนจะประหยัดกว่ากัน ระหว่างหม้อหุงข้าวไฟฟ้ากับหม้อหุงข้าวแก๊ส? หลายคนอาจจะคิดว่าหม้อไฟฟ้าต้องกินไฟเยอะแน่ๆ แต่จริงๆ แล้วมันมีรายละเอียดมากกว่านั้น

ลองมาดูกันทีละข้อ:

เรื่องค่าใช้จ่ายพลังงาน: ถ้าเทียบกันตรงๆ เรื่องค่าไฟกับค่าแก๊ส การหุงข้าวแต่ละครั้งอาจมีต้นทุนที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับราคาพลังงาน ณ ตอนนั้นๆ ด้วย หม้อไฟฟ้าส่วนใหญ่จะใช้ไฟตอนที่เริ่มหุงและตอนอุ่นเท่านั้น ซึ่งไม่ได้กินไฟตลอดเวลาเหมือนที่เราคิด ส่วนหม้อแก๊สก็ต้องมีค่าแก๊สที่ต้องเติมหรือเปลี่ยนถังเรื่อยๆ

ความสะดวกสบาย: หม้อไฟฟ้าใช้ง่าย แค่กดปุ่มก็เรียบร้อย ไม่ต้องยุ่งยากกับการต่อแก๊สหรือกังวลเรื่องแก๊สหมดกลางคัน เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา หรือคนที่อยู่คอนโดที่อาจจะไม่อนุญาตให้ใช้แก๊ส ส่วนหม้อแก๊สอาจจะเหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่ หรือคนที่ทำอาหารบ่อยๆ และคุ้นเคยกับการใช้แก๊สอยู่แล้ว

คุณภาพข้าว: อันนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเลย บางคนอาจจะรู้สึกว่าข้าวที่หุงจากหม้อแก๊สมีกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์กว่า ในขณะที่หม้อไฟฟ้าสมัยใหม่ก็มีฟังก์ชันหลากหลายที่ช่วยให้หุงข้าวออกมาได้อร่อยไม่แพ้กัน เช่น หม้อหุงข้าวแรงดัน หรือหม้อที่ตั้งเวลาได้

สรุปแล้ว การเลือกหม้อหุงข้าวที่คุ้มค่าและประหยัดที่สุด ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การใช้งานและความสะดวกของแต่ละบ้านมากกว่า ถ้าอยากได้ข้อมูลเชิงลึกและการเปรียบเทียบแบบละเอียด คู่มือจาก KitzYou มีให้ศึกษาเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

หลายคนคงคุ้นเคยกับการต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในน้ำร้อน แต่วันนี้อยากชวนมาลองอะไรใหม่ๆ ที่ไม่ต้องพึ่งน้ำต้มเลยค่ะ เป็นการพลิกแพลงวัตถุดิบที่เรามีติดบ้านให้กลายเป็นเมนูที่ไม่ธรรมดา

ลองนึกภาพว่าเราเอาบะหมี่ไปผัดแห้งๆ เหมือนผัดหมี่ทั่วไป เพิ่มเนื้อสัตว์หรือผักที่เราชอบลงไป คลุกเคล้ากับเครื่องปรุงในซองบะหมี่นั่นแหละค่ะ รสชาติกลมกล่อมลงตัวแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มเยอะ หรือใครชอบความกรอบ ก็เอาบะหมี่ไปทอดกรอบๆ แล้วเอาผงปรุงรสในซองมาโรย หรือจะทำเป็นเมี่ยงคำบะหมี่กรอบก็ยังได้

อีกไอเดียที่น่าสนใจคือ การนำผงซุปในซองมาใช้เป็นเครื่องปรุงสำหรับเมนูอื่น เช่น หมักไก่ หรือทำน้ำซุปง่ายๆ โดยไม่ต้องต้มบะหมี่เลย ประหยัดเวลาแถมยังได้รสชาติที่คุ้นเคยอีกด้วย ถ้าอยากรู้ว่ามีเทคนิคและไอเดียอื่นๆ อีกไหม ลองดูที่นี่ได้เลยค่ะ วิธีเลือกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เมนูแปลก รับรองว่าเปิดโลกการทำอาหารจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้อีกเยอะเลย

บางทีการเปลี่ยนมุมมองเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำให้เราสนุกกับการทำอาหารในครัวมากขึ้นนะคะ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ได้มีไว้แค่ต้มเสมอไป

สำหรับคนที่มีครัวขนาดเล็ก หรือเคาน์เตอร์ครัวพื้นที่จำกัด การจัดระเบียบเครื่องปรุงเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อยเลยค่ะ เพราะถ้ากองรวมกันมั่ว ๆ นอกจากจะดูรกแล้ว เวลาจะใช้ทีก็ต้องรื้อหาจนเสียเวลา

สองตัวเลือกยอดฮิตที่หลายคนมักจะนึกถึงเวลาจะซื้อชั้นวางเครื่องปรุงก็คือ ชั้นวางแบบหมุนได้ กับ ชั้นวางแบบขั้นบันได

ชั้นวางแบบหมุนได้: ตัวนี้จะเหมาะกับคนที่ใช้เครื่องปรุงหลากหลาย และต้องการความสะดวกในการหยิบจากทุกมุม แค่หมุนก็เจอ ไม่ต้องเอื้อมสุดตัว เหมาะกับวางบนเคาน์เตอร์หรือในตู้ที่พื้นที่ค่อนข้างลึก

ชั้นวางแบบขั้นบันได: อันนี้ตอบโจทย์ครัวแคบที่ต้องการประหยัดพื้นที่แนวราบได้ดีเลยค่ะ เพราะมันจะไล่ระดับขึ้นไป ทำให้มองเห็นเครื่องปรุงที่อยู่ด้านหลังได้ง่าย ไม่ต้องขยับอันหน้าออกก่อน เหมาะกับการวางในตู้หรือบนชั้นวางที่มีความลึกไม่มากนัก

ส่วนตัวแล้ว ถ้าเป็นครัวที่วางบนเคาน์เตอร์แล้วมีพื้นที่ด้านข้างเหลือหน่อย ชั้นวางแบบหมุนได้ก็เป็นอะไรที่สะดวกมากค่ะ แต่ถ้าเน้นการจัดเก็บในตู้หรือช่องแคบ ๆ ชั้นวางแบบขั้นบันไดจะช่วยให้ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ากว่าเยอะ ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก คู่มือจาก KitzYou ที่ช่วยให้เราเลือกชั้นวางได้ตรงใจมากขึ้นค่ะ

ทำไมบางทีเราทำขนมตามสูตรเป๊ะๆ แล้วผลลัพธ์มันไม่เหมือนกัน? หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่หลายคนมองข้ามไปคือ “เครื่องชั่ง” นี่แหละค่ะ

เวลาทำเบเกอรี่ ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง เค้ก คุกกี้ ความแม่นยำคือหัวใจสำคัญ ถ้าแป้งเยอะไปหน่อย น้ำตาลน้อยไปนิด รสชาติและเนื้อสัมผัสก็เปลี่ยนได้ทันทีเลย

เครื่องชั่งสปริง: ข้อดีคือราคาไม่แพง ใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ แต่ข้อเสียคือความคลาดเคลื่อนสูง สเกลอาจจะอ่านยาก ยิ่งชั่งวัตถุดิบปริมาณน้อยๆ ยิ่งไม่แม่นยำ บางทีทำขนมออกมาแล้วรู้สึกว่ามันไม่ค่อย “ขึ้น” หรือเนื้อไม่เนียนอย่างที่คิด อาจเป็นเพราะเครื่องชั่งสปริงที่คุณใช้อยู่ก็ได้นะ

เครื่องชั่งดิจิทัล: แม้ราคาจะสูงกว่าหน่อย แต่ได้ความแม่นยำที่เหนือกว่าเยอะค่ะ ตัวเลขแสดงผลชัดเจน กดปุ่มเดียวก็รีเซ็ตค่าได้ แถมบางรุ่นยังมีฟังก์ชันแปลงหน่วยให้ด้วย เหมาะสำหรับมือใหม่และมือโปรที่ต้องการความเป๊ะทุกกรัม

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการทำขนม หรือกำลังมองหาตัวช่วยที่จะทำให้ครัวของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น การลงทุนกับเครื่องชั่งดิจิทัลถือว่าคุ้มค่าในระยะยาวแน่นอนค่ะ เพราะมันจะช่วยให้คุณได้ขนมอร่อยถูกใจทุกครั้งที่ทำ ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บทความเปรียบเทียบเครื่องชั่ง เพื่อประกอบการตัดสินใจนะคะ

เคยไหมที่เห็นน้ำยาทำความสะอาดครัวสารพัดประโยชน์แล้วคิดในใจว่า “มันจะใช้ได้ดีจริงเหรอ?” บางทีเราก็ติดภาพว่าน้ำยาล้างจานก็ต้องสำหรับล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำก็ต้องสำหรับห้องน้ำ พอมีอะไรที่เคลมว่าใช้ได้หมดทุกอย่างก็แอบกังวลว่าประสิทธิภาพจะสู้ของเฉพาะทางไม่ได้

แต่เอาเข้าจริงแล้ว การมีน้ำยาหลายขวดในครัวก็เปลืองพื้นที่ไม่เบา แถมบางทีก็สับสนว่าจะหยิบขวดไหนมาใช้ดี ยิ่งถ้าต้องขจัดคราบมันในครัวหนักๆ เช่น คราบน้ำมันที่กระเบื้องผนัง หรือคราบที่เตาแก๊ส ถ้าใช้น้ำยาล้างจานธรรมดาอาจจะต้องขัดแล้วขัดอีกถึงจะออก

ส่วนน้ำยาล้างห้องน้ำเองก็มีสารเคมีที่ค่อนข้างแรง บางทีอาจไม่เหมาะกับการนำมาใช้ในบริเวณที่สัมผัสอาหารโดยตรง อย่างเคาน์เตอร์ครัวหรืออ่างล้างจาน

เรื่องนี้เลยเป็นประเด็นที่น่าคิดว่าเราควรจะเลือกแบบไหนดี จะลงทุนกับน้ำยาเฉพาะทางหลายขวด หรือลองเปิดใจกับน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ที่ออกแบบมาสำหรับงานครัวโดยเฉพาะ ซึ่งมักจะเน้นเรื่องการขจัดคราบไขมันและความสะอาดปลอดภัยเป็นหลัก บางยี่ห้อก็สามารถใช้ทำความสะอาดได้ตั้งแต่เตาแก๊สไปจนถึงอ่างล้างจานเลย ลองอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกซื้อน้ำยาทำความสะอาดได้ที่ วิธีเลือกน้ำยาทำความสะอาดครัว สารพัดประโยชน์ เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ

เคยไหม? ทำแกงไทยทีไร รสชาติไม่เข้มข้น หอมมันเหมือนที่เคยกินที่ร้าน หรือเหมือนที่แม่ทำให้กินเลย สาเหตุหนึ่งอาจมาจากการเลือกใช้กะทิผิดประเภทก็ได้นะ เพราะกะทิเป็นหัวใจสำคัญของแกงไทยหลายเมนูเลย

มาดูกันว่ากะทิกล่องกับกะทิสดต่างกันยังไง และแบบไหนเหมาะกับแกงแบบไหนบ้าง:

กะทิสด: อันนี้แน่นอนว่าต้องยกให้เรื่องความหอม มัน กลมกล่อมกว่าเป็นอันดับหนึ่งเลย เพราะคั้นสด ๆ จากมะพร้าวขูด ทำให้ได้กลิ่นมะพร้าวธรรมชาติเต็ม ๆ และรสสัมผัสจะมีความนุ่มนวลกว่า แต่ข้อเสียคือต้องใช้เวลาในการเตรียมพอสมควร และหาซื้อมะพร้าวขูดสด ๆ ที่คุณภาพดีอาจจะยากหน่อยในบางพื้นที่ เหมาะกับแกงที่ต้องการความเข้มข้นเป็นพิเศษ เช่น แกงกะทิโบราณ แกงเขียวหวาน หรือพะแนงที่เน้นความหอมมันจัดเต็ม

กะทิกล่อง: อันนี้คือเพื่อนซี้ของคนทำกับข้าวในยุคนี้เลย สะดวก หาง่าย เก็บได้นาน และมีหลายยี่ห้อให้เลือก เดี๋ยวนี้คุณภาพก็ดีขึ้นเยอะมาก มีทั้งแบบหัวกะทิและหางกะทิแยกกัน ทำให้ใช้งานง่ายขึ้นเยอะ กะทิกล่องเหมาะกับวันที่เร่งรีบ หรือทำแกงง่ายๆ ที่ไม่ต้องเน้นความหอมมันจัดจ้านขนาดนั้น หรือจะใช้เป็นตัวเสริมก็ได้ อย่างแกงเผ็ด แกงเทโพ ก็ใช้ได้ดีเลย หรือจะใช้กับขนมหวานบางชนิดก็ได้นะ

สรุปคือ ถ้ามีเวลาและอยากได้รสชาติจัดเต็มแบบต้นตำรับจริง ๆ กะทิสดคือคำตอบ แต่ถ้าเน้นความสะดวก รวดเร็ว กะทิกล่องก็ตอบโจทย์ได้ดีและเดี๋ยวนี้ก็อร่อยไม่แพ้กันเลย ที่สำคัญคือต้องเลือกยี่ห้อที่คุณภาพดีหน่อย จะช่วยให้แกงของเราอร่อยขึ้นเยอะเลยค่ะ ลอง คลิกอ่านต่อ เพื่อเปรียบเทียบในมุมอื่นๆ ดูนะคะ จะได้เลือกกะทิที่ใช่สำหรับครัวของคุณ