KitzYou รีวิวเครื่องครัว

รีวิวเครื่องครัว บทความเรื่องครัว และไอเดียเลือกของใช้ในครัวจาก KitzYou.com สำหรับคนที่อยากจัดครัวให้น่าใช้และเลือกสินค้าได้คุ้มค่า

เวลาทำกับข้าว หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับการหยิบผงปรุงรสมาเติมเพื่อให้รสชาติกลมกล่อมขึ้น แต่เคยสงสัยไหมว่าในผงปรุงรสที่เราใช้กันอยู่ทุกวันมีอะไรอยู่บ้าง แล้วดีต่อสุขภาพแค่ไหน

หลักๆ แล้ว ผงปรุงรสสำเร็จรูปมักจะมีส่วนผสมของเกลือ น้ำตาล และสารเพิ่มรสชาติอย่างผงชูรส ซึ่งบางทีอาจมาในรูปของซีอิ๊วผง หรือสารสกัดจากยีสต์ ยิ่งถ้าเป็นผงปรุงรสสำหรับอาหารไทยบางชนิด อาจมีสมุนไพรและเครื่องเทศผสมอยู่ด้วย เพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

เรื่องโซเดียมก็เป็นอีกเรื่องที่ควรใส่ใจ เพราะผงปรุงรสส่วนใหญ่มีโซเดียมค่อนข้างสูง การใช้ในปริมาณมากเกินไป อาจส่งผลต่อสุขภาพได้ในระยะยาว โดยเฉพาะกับคนที่ต้องควบคุมปริมาณโซเดียม

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเลือกอื่นเลยนะ เดี๋ยวนี้มีผงปรุงรสทางเลือกเพื่อสุขภาพหลายยี่ห้อ ที่ลดปริมาณโซเดียมลง หรือไม่มีผงชูรส บางยี่ห้อก็ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติมากขึ้น เช่น สารสกัดจากผัก หรือเห็ดหอม ทำให้ได้รสชาติอร่อยไม่แพ้กัน แถมยังสบายใจกว่าด้วย

ถ้าอยากรู้ลึกเรื่องส่วนผสมในผงปรุงรสแต่ละแบบ และมีทางเลือกเพื่อสุขภาพอะไรบ้าง ลองไป อ่านฉบับเต็มที่ KitzYou ได้เลย รับรองว่าได้ไอเดียไปปรับใช้กับเมนูโปรดในครัวแน่นอน

ถ้าพูดถึงกระทะที่ทนทาน ใช้งานได้นาน ยิ่งใช้ยิ่งดี กระทะเหล็กหล่อ (Cast Iron) กับกระทะคาร์บอนสตีล (Carbon Steel) น่าจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงเลยใช่ไหมคะ แต่สองแบบนี้มันต่างกันยังไง แล้วแบบไหนจะเหมาะกับครัวของเรามากกว่ากันนะ?

เท่าที่ลองใช้มา กระทะเหล็กหล่อจะเด่นเรื่องการเก็บความร้อนได้ดีมากๆ เหมาะกับการทำอาหารที่ต้องการความร้อนสม่ำเสมอ อย่างการย่างสเต๊กให้ผิวสวยๆ หรืออบขนมปังในกระทะก็ยังได้เลยค่ะ ข้อดีอีกอย่างคือมันทนทานมาก ตกไม่แตก (แต่พื้นอาจจะแตกแทน 😅) ข้อเสียคือมันจะหนักหน่อย และต้องดูแลเรื่องการซีซั่นดีๆ เพื่อกันสนิมค่ะ

ส่วนกระทะคาร์บอนสตีลเนี่ย จะคล้ายๆ กับกระทะเหล็กหล่อตรงที่ต้องซีซั่นเหมือนกัน แต่จะน้ำหนักเบากว่าพอสมควร ทำให้พลิกผัดคล่องตัวกว่า เหมาะกับเมนูผัดผัก หรืออาหารที่ต้องการการควบคุมอุณหภูมิที่รวดเร็ว คือมันจะร้อนเร็วเย็นเร็วค่ะ ใครที่ชอบทำอาหารจีน หรืออาหารไทยที่เน้นการผัดแรงๆ น่าจะชอบกระทะแบบนี้มากกว่า

โดยสรุปแล้ว ถ้าเน้นทำสเต๊ก อบ หรืออาหารที่ต้องการความร้อนระอุ กระทะเหล็กหล่อคือคำตอบ แต่ถ้าชอบผัด ทอดเร็วๆ หรือไม่ชอบกระทะหนักๆ กระทะคาร์บอนสตีลน่าจะตอบโจทย์มากกว่าค่ะ ลองอ่านฉบับเต็มที่ KitzYou เพื่อดูข้อมูลประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติมได้เลยนะคะ

สำหรับคนชอบทำขนมที่บ้าน สิ่งหนึ่งที่ต้องมีติดครัวคือถาดอบขนม แต่พอจะเลือกซื้อก็เจอหลายแบบจนงงไปหมดใช่มั้ยคะ ทั้งอะลูมิเนียม สเตนเลส หรือแบบเคลือบสารกันติด วันนี้เราจะมาดูกันว่าแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง จะได้เลือกให้ตรงใจกับการใช้งานของเรา

ถาดอบอะลูมิเนียม: เป็นที่นิยมมากเพราะน้ำหนักเบาและนำความร้อนได้ดี ทำให้ขนมอบสุกทั่วถึง แต่ข้อเสียคืออาจจะมีปัญหากับอาหารที่เป็นกรด

ถาดอบสเตนเลส: ทนทาน ใช้งานได้นาน ไม่ค่อยมีปัญหากับอาหารกรดหรือด่าง แต่เรื่องการนำความร้อนอาจจะช้ากว่าอะลูมิเนียมหน่อย

ถาดอบเคลือบสารกันติด: อันนี้ตอบโจทย์สำหรับคนที่ไม่ชอบให้ขนมติดถาด ทำความสะอาดง่ายมาก แต่ต้องระวังเรื่องการใช้งานไม่ให้สารเคลือบหลุดลอก

การเลือกถาดอบขนมที่เหมาะกับการใช้งานจะช่วยให้การทำขนมของเราสนุกขึ้นเยอะเลยค่ะ และยังช่วยให้ขนมออกมาน่ากินตามที่เราตั้งใจไว้ด้วย ใครอยากรู้รายละเอียดเรื่องถาดอบขนม วัสดุแต่ละแบบเพิ่มเติม ลองไปอ่านกันดูได้เลยค่ะ

เคยไหมที่อยากทำพริกแกงเอง แต่ไม่รู้จะเลือกครกแบบไหนดี? ครกหิน ครกไม้ หรือครกไฟฟ้า แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ถ้าเลือกถูก ชีวิตในครัวก็ง่ายขึ้นเยอะเลยนะ

สำหรับคนที่ชอบตำพริกแกงให้ละเอียดเนียนแบบไทยแท้ ครกหินแกรนิตนี่แหละคือคำตอบ เพราะความหนักของหินช่วยให้ตำได้ละเอียดและรสชาติเข้าเนื้อ แต่ก็ต้องออกแรงหน่อยนะ ส่วนครกไม้ก็เหมาะกับส้มตำหรืออาหารที่ไม่ต้องละเอียดมากนัก เพราะเนื้อไม้จะให้สัมผัสที่แตกต่าง และไม่ทำให้เนื้ออาหารช้ำเกินไป

ส่วนใครที่เน้นความสะดวกสบายและไม่อยากออกแรงเยอะ ครกไฟฟ้าก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ มันช่วยประหยัดเวลาและแรงได้มาก เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อยหรืออยากทำอาหารเร่งด่วน แต่ก็อาจจะไม่ได้เนื้อสัมผัสเหมือนการตำมือซะทีเดียว เพราะฉะนั้นลองคิดดูว่าเมนูโปรดของคุณต้องใช้ครกแบบไหน เพื่อให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่ใช่ที่สุด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการเลือกซื้อครกแบบละเอียด ลอง อ่านต่อที่ KitzYou ได้เลย

เวลาจะซื้อเตาแก๊สใหม่ทีไร หลายคนคงเคยสงสัยว่าเตาแก๊สหัวทองเหลือง อินฟราเรด หรือแบบเทอร์โบ มันต่างกันยังไงนะ แล้วแบบไหนจะเหมาะกับบ้านเราจริงๆ วันนี้เราจะมาแชร์ข้อมูลสั้นๆ ให้ตัดสินใจเลือกซื้อกันง่ายขึ้นค่ะ

เตาแก๊สหัวทองเหลือง: เป็นแบบที่คุ้นเคยกันดีที่สุด ทนทาน ใช้งานง่าย และให้ความร้อนสม่ำเสมอ เหมาะกับการทำอาหารทั่วไป ไม่ว่าจะผัด ทอด ต้ม ก็เอาอยู่ ข้อดีคือซ่อมง่าย หาอะไหล่ไม่ยาก

เตาแก๊สอินฟราเรด: จุดเด่นคือจะเห็นเป็นหน้าเตาแดงๆ ไม่ได้เป็นเปลวไฟ ข้อดีคือช่วยประหยัดแก๊สได้ดีกว่าหัวทองเหลือง เพราะความร้อนจะกระจายทั่วถึงกว่า และยังช่วยลดคราบเขม่าก้นหม้อได้ด้วย เหมาะกับคนที่เน้นประหยัดและไม่ชอบล้างก้นหม้อดำๆ

เตาแก๊สเทอร์โบ: ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเน้นความแรงและรวดเร็ว ให้ไฟแรงจัด เหมาะสำหรับเมนูที่ต้องการไฟแรงสูงๆ อย่างการผัดฉ่า ผัดไทย หรืออะไรที่ต้องเร่งสปีดค่ะ ข้อดีคือทำอาหารได้เร็วทันใจ แต่ก็อาจจะเปลืองแก๊สกว่าแบบอื่นๆ เล็กน้อย

ลองพิจารณาจากพฤติกรรมการทำอาหารของคุณดูนะคะว่าทำเมนูแบบไหนบ่อยๆ แล้วเลือกเตาที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด ถ้าอยากรู้รายละเอียดเรื่องเตาแก๊ส หัวทองเหลือง อินฟราเรด เทอร์โบ แบบเจาะลึก ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ค่ะ

หลายคนคงเคยสงสัยเวลาจะซื้อหม้อสเตนเลสสักใบว่าควรเลือกแบบไหนดี มีกี่ชั้นถึงจะดี ทำอาหารแล้วไม่ติดก้น ร้อนเร็วทันใจ จริงๆ แล้วเรื่องจำนวนชั้นของก้นหม้อมีผลกับการใช้งานพอสมควรเลยนะ โดยเฉพาะเรื่องการกระจายความร้อน และการป้องกันอาหารไหม้ติดก้น

เวลาเลือกซื้อหม้อสเตนเลส เราจะเห็นบ่อยๆ ว่ามีทั้งแบบก้น 3 ชั้น และ 5 ชั้น ความแตกต่างหลักๆ คือวัสดุที่ซ้อนกันอยู่ตรงก้นหม้อ

ก้น 3 ชั้น: มักจะเป็นสเตนเลส-อะลูมิเนียม-สเตนเลส โดยอะลูมิเนียมจะช่วยนำความร้อนได้ดี ทำให้หม้อร้อนเร็ว เหมาะกับคนที่อยากได้หม้อที่ทำความร้อนไวๆ

ก้น 5 ชั้น: จะมีชั้นวัสดุที่หลากหลายกว่า อาจจะเป็นสเตนเลสสลับกับอะลูมิเนียมหรือทองแดงหลายๆ ชั้น ทำให้การกระจายความร้อนสม่ำเสมอทั่วถึงมากขึ้น ช่วยลดโอกาสที่อาหารจะไหม้ติดก้นได้ดีกว่า และเก็บความร้อนได้นานกว่า

สำหรับครัวประจำวันที่เน้นใช้งานหลากหลาย ทำซุป ต้ม แกง หรือผัด ถ้าอยากได้หม้อที่ร้อนเร็ว ไม่ติดก้น และทนทานจริงๆ การเลือกแบบก้น 5 ชั้นก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะให้ประสิทธิภาพในการทำอาหารที่ดีกว่าในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกก้นกี่ชั้น สิ่งสำคัญคือต้องเลือกซื้อจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีมาตรฐาน เพื่อให้ได้หม้อที่ใช้งานได้จริงและปลอดภัยในครัวของเรา

ถ้าใครกำลังมองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกซื้อ หม้อซุป หม้อต้ม สเตนเลส ลองศึกษาเรื่องวัสดุและการดูแลรักษา เพื่อให้หม้อคู่ใจอยู่กับเราไปนานๆ นะ

เคยสงสัยไหมว่าทำไมกระทะถึงเป็นรอยง่าย ทั้งที่เราก็ใช้อย่างระมัดระวังแล้ว? บางทีอาจจะไม่ใช่ความผิดของกระทะ หรือฝีมือการทำอาหารของคุณ แต่อาจจะเป็นเพราะเราเลือก “คู่หู” ที่ใช้กับกระทะผิดประเภทก็ได้

อุปกรณ์เครื่องครัวอย่างตะหลิวหรือทัพพีเนี่ย มีวัสดุให้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นไนลอน ซิลิโคน สเตนเลส หรือไม้ ซึ่งแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติที่ต่างกันออกไป บางวัสดุเหมาะกับกระทะเคลือบกันติดที่ต้องการความอ่อนโยนเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้สารเคลือบหลุดร่อนง่ายๆ แต่บางวัสดุก็แข็งแรงทนทาน เหมาะกับกระทะเหล็กหรือสเตนเลสที่ทนต่อรอยขีดข่วนได้ดีกว่า

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใช้กระทะเทฟลอนที่เคลือบกันติด แล้วไปใช้ตะหลิวสเตนเลสแข็งๆ ผัดอาหารบ่อยๆ ไม่นานก็จะเห็นรอยขีดข่วนเป็นทางยาวเลย หรือถ้าใช้ตะหลิวไนลอนกับกระทะที่ร้อนจัดๆ ก็อาจจะละลายติดกระทะได้เหมือนกันนะ การรู้จักเลือกใช้อุปกรณ์ให้ถูกกับประเภทกระทะ นอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานของกระทะแล้ว ยังช่วยให้การทำอาหารของเราราบรื่นขึ้นด้วย

ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกอุปกรณ์ครัวที่ KitzYou เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะกับครัวของคุณ

เคยไหมที่ยืนหน้าน้ำมันหอยหลายยี่ห้อในซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วเลือกไม่ถูก? บางทีก็สงสัยว่าแต่ละยี่ห้อมันต่างกันตรงไหนบ้างนะ?

น้ำมันหอยนี่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจของหลายเมนูเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นผัดผัก บะหมี่ หรืออาหารตามสั่งหลายจาน ถ้าเลือกถูก รสชาติอาหารจะกลมกล่อมขึ้นเยอะเลย

สำหรับเราแล้ว เวลาเลือกน้ำมันหอย หลักๆ ที่ดูก็จะมี:

ความเข้มข้น: บางยี่ห้อจะข้นมาก บางยี่ห้อก็เหลวกว่านิดหน่อย อันนี้แล้วแต่ความชอบเลย ถ้าชอบแบบเคลือบอาหารดีๆ ก็เลือกแบบข้นๆ หน่อย

รสชาติ: แน่นอนว่าแต่ละแบรนด์มีสูตรเฉพาะตัว บางอันจะออกเค็มนำ บางอันก็หวานกลมกล่อม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของหอยนางรมที่ต่างกันไป

ส่วนผสม: พลิกดูฉลากนิดนึงก็ดีนะ บางยี่ห้อมีส่วนผสมของหอยนางรมเยอะ บางยี่ห้อก็ผสมอย่างอื่นมาด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อรสชาติและกลิ่นโดยตรงเลย

ลองนึกถึงเมนูโปรดของคุณดูสิ แล้วเลือกน้ำมันหอยที่คิดว่าจะส่งเสริมรสชาติของเมนูนั้นๆ ได้ดีที่สุด ลองเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆ เพื่อค้นหาขวดโปรดของคุณดูนะ

ถ้าอยากได้ข้อมูลเปรียบเทียบแต่ละยี่ห้อแบบละเอียดๆ ลองดู คู่มือจาก KitzYou ที่เจาะลึกเรื่องน้ำมันหอยได้ดีเลยทีเดียว

สำหรับคนรักการทำอาหาร โดยเฉพาะสายเบเกอรี่เนี่ย เครื่องชั่งอาหารเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้เลยนะคะ เพราะความแม่นยำนี่แหละที่กำหนดรสชาติขนมของเราเลยก็ว่าได้ แต่จะเลือกแบบไหนดีล่ะ? ระหว่างเครื่องชั่งดิจิทัลสุดไฮเทค กับแบบเข็มคลาสสิก

เท่าที่ลองใช้มาทั้งสองแบบในครัว ต้องบอกว่ามีข้อดีข้อเสียต่างกันชัดเจนเลยค่ะ

เครื่องชั่งดิจิทัล: จุดเด่นคือความแม่นยำสูงมากค่ะ ชั่งได้ละเอียดเป็นหลักกรัมหรือบางรุ่นถึงทศนิยม ทำให้เหมาะกับการทำขนมที่ต้องการเป๊ะทุกสัดส่วน หน้าจออ่านง่าย ชัดเจน มีฟังก์ชัน tare (หักลบน้ำหนักภาชนะ) ด้วย สะดวกสุดๆ แต่ข้อเสียคือต้องใช้ถ่าน และบางทีก็มีงอแงเรื่องแบตหมดเอาดื้อๆ ตอนกำลังชั่งอยู่

เครื่องชั่งแบบเข็ม: ข้อดีคือทนทาน ไม่ต้องง้อแบตเตอรี่เลยค่ะ ใช้งานง่ายแบบไม่ต้องคิดเยอะ แค่วางของลงไปเข็มก็กระดิกแล้ว ราคาปกติจะถูกกว่าแบบดิจิทัลด้วยนะ แต่ข้อจำกัดคือความละเอียดจะน้อยกว่าแบบดิจิทัลค่ะ บางทีชั่งน้อยๆ เช่น 5-10 กรัมเนี่ย เข็มแทบไม่กระดิกเลย ทำให้ไม่เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดสูงมากนัก

ส่วนตัวคิดว่าถ้าเป็นมือใหม่หัดทำขนมที่เน้นความเป๊ะจริงๆ หรือต้องการความสะดวกในการอ่านค่า เครื่องชั่งดิจิทัลน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าค่ะ เพราะช่วยลดความผิดพลาดได้เยอะเลย แต่ถ้าเน้นใช้งานทั่วไป ชั่งของหนักๆ ชั่งผัก ชั่งเนื้อสัตว์ แบบเข็มก็ถือว่าตอบโจทย์และประหยัดงบได้ดีค่ะ สำหรับใครที่อยากรู้ข้อมูลเชิงลึกเปรียบเทียบจากผู้ใช้งานจริง ลอง คลิกอ่านต่อ ได้เลยค่ะ มีรายละเอียดดีๆ อีกเพียบ

เคยสงสัยไหมว่าทำไมกาแฟบางแก้วถึงหอมกรุ่น บางแก้วถึงเข้มสะใจ? ส่วนหนึ่งมาจากระดับการคั่วที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละสายพันธุ์กาแฟก็มีระดับการคั่วที่เหมาะกับตัวเองนะ

อย่าง “อราบิก้า” เนี่ย เป็นสายพันธุ์ที่นักดื่มกาแฟหลายคนชื่นชอบ เพราะมีกลิ่นหอมฟุ้งและรสชาติซับซ้อน มักจะให้รสออกเปรี้ยวอมหวาน คั่วอ่อนถึงกลางจะดึงความหอมและรสชาติผลไม้ในตัวมันออกมาได้ดีที่สุด ใครชอบกาแฟที่ดื่มง่าย มีมิติ ไม่ขมมาก แนะนำอราบิก้าคั่วอ่อนถึงกลางเลย

ส่วน “โรบัสต้า” จะต่างออกไปเลย เขามีบอดี้ที่แน่นกว่า คาเฟอีนสูงกว่า และรสชาติจะเข้มข้นกว่ามาก เหมาะกับการคั่วเข้ม เพราะการคั่วเข้มจะช่วยลดความเปรี้ยวและดึงความหอมแบบถั่วๆ ช็อกโกแลต หรือกลิ่นไหม้อ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของโรบัสต้าออกมาได้เต็มที่ กาแฟเย็น หรือกาแฟที่ต้องการความเข้มข้นสูงอย่างเอสเพรสโซ่ มักใช้โรบัสต้าคั่วเข้มเป็นส่วนผสมหลัก

การเลือกเมล็ดกาแฟให้เหมาะกับระดับการคั่วที่เราชอบเนี่ย ถือเป็นหัวใจสำคัญของการชงกาแฟเลยนะ ถ้าอยากรู้ลึกเรื่องเมล็ดกาแฟและระดับการคั่วเพิ่มเติม ลองไปอ่านข้อมูลดี ๆ ที่ KitzYou ดูสิ รับรองว่าได้ไอเดียไปเลือกเมล็ดกาแฟคู่ใจกลับบ้านแน่นอน!