KitzYou รีวิวเครื่องครัว

รีวิวเครื่องครัว บทความเรื่องครัว และไอเดียเลือกของใช้ในครัวจาก KitzYou.com สำหรับคนที่อยากจัดครัวให้น่าใช้และเลือกสินค้าได้คุ้มค่า

สำหรับสายกาแฟที่อยากลองบดเอง แต่มีงบจำกัด คงเคยลังเลว่าจะเลือกเครื่องบดแบบไหนดีระหว่างใบมีดกับเฟืองบด

สองแบบนี้มีข้อดีข้อเสียต่างกันนะ ถ้าเราอยากได้ผงกาแฟที่ละเอียดสม่ำเสมอหน่อย เพื่อรสชาติที่ดีขึ้น ก็ต้องมองหาแบบเฟืองบด ข้อดีคือมันบดได้ละเอียดเท่ากัน ทำให้สกัดกาแฟออกมาได้รสชาติที่คงที่กว่า ถึงแม้ราคาจะสูงกว่าแบบใบมีดนิดหน่อย แต่ก็คุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว ยิ่งถ้าเป็นคนที่ชงกาแฟดริปหรือใช้เครื่องชงเอสเปรสโซ่ การบดที่สม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญเลยล

แต่ถ้าเน้นความสะดวก ราคาประหยัด และไม่ได้ซีเรียสเรื่องความละเอียดเป๊ะๆ เครื่องบดแบบใบมีดก็ตอบโจทย์ได้ดี มันใช้งานง่าย ทำความสะอาดไม่ยาก และเหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มต้นอยากลองบดกาแฟเอง หรือแค่ชงกาแฟแบบ French Press ที่ไม่ต้องการความละเอียดมากนัก

สรุปคือ ถ้าเน้นรสชาติและความสม่ำเสมอของการบดในงบที่พอรับได้ เฟืองบดคือตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าเน้นประหยัด ใช้ง่าย และไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์แบบมาก ใบมีดก็ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน ลองดูความต้องการของเราเป็นหลัก แล้วค่อยตัดสินใจ เพื่อให้ได้เครื่องบดที่ใช่ที่สุดสำหรับกาแฟแก้วโปรดของเรานะ ใครที่ยังลังเลอยู่ คลิกอ่านต่อ เพื่อดูรายละเอียดเปรียบเทียบจากผู้ใช้งานจริงได้เลย

ช่วงนี้ใครที่กำลังมองหาเครื่องปรุงลดโซเดียมมาติดครัว อาจจะแอบลังเลว่ารสชาติจะยังอร่อยเหมือนเดิมหรือเปล่า? เข้าใจเลยค่ะ เพราะบางทีเราก็กลัวว่าอาหารจะจืดชืด ไม่ได้รสชาติที่คุ้นเคย

แต่จริงๆ แล้วเครื่องปรุงลดโซเดียมสมัยนี้พัฒนาไปเยอะมากนะ หลายยี่ห้อทำออกมาได้ดีจนแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเลยล่ะค่ะ อย่างซีอิ๊วลดโซเดียมบางตัวนี่กลมกล่อมไม่แพ้แบบปกติเลย หรือน้ำปลาลดโซเดียมก็ยังคงความหอม เค็มกำลังดีไว้ได้

เคล็ดลับคือการเลือกให้ถูกยี่ห้อค่ะ เพราะแต่ละแบรนด์ก็มีสูตรเฉพาะตัว บางทีต้องลองผิดลองถูกดูบ้าง แต่รับรองว่าพอเจอตัวที่ใช่แล้ว การทำอาหารก็จะยังคงเป็นเรื่องสนุกและอร่อยได้เหมือนเดิม แถมยังดีต่อสุขภาพในระยะยาวด้วยค่ะ

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี หรืออยากได้ข้อมูลเปรียบเทียบจากผู้ใช้งานจริง ลองดู คู่มือจาก KitzYou ที่รวบรวมรีวิวเครื่องปรุงลดโซเดียมไว้หลายยี่ห้อเลยค่ะ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเยอะ

อย่าให้เรื่องโซเดียมมาเป็นอุปสรรคในการทำอาหารอร่อยๆ เลยนะคะ ลองเปิดใจให้เครื่องปรุงลดโซเดียมดู แล้วคุณจะเซอร์ไพรส์กับรสชาติที่ได้ค่ะ

คอกาแฟที่ชอบชงเองที่บ้านน่าจะเคยลองแต่งรสกาแฟด้วยไซรัปกันบ้างแล้วใช่ไหมคะ? บางทีเบื่อกาแฟดำ อยากได้รสชาติที่แปลกใหม่ขึ้นมาหน่อย ไซรัปนี่แหละตัวช่วยชั้นดีเลย

แต่การจะเลือกไซรัปให้ถูกใจ ไม่ใช่แค่ดูว่าหอมอย่างเดียวนะคะ เพราะบางทีกลิ่นสังเคราะห์มันก็แรงไป พอเอามาผสมกับกาแฟไทยที่รสชาติเข้มข้นแล้ว ดันตีกันจนเสียรสไปหมด

เคล็ดลับง่ายๆ ในการเลือกไซรัปก็คือ:

– กลิ่น: ลองดมก่อน กลิ่นควรจะชัดเจนแต่ไม่ฉุนจนเกินไป ยิ่งถ้าเป็นไซรัปผลไม้ ควรจะมีกลิ่นอายของผลไม้จริง ๆ ไม่ใช่แค่กลิ่นสังเคราะห์โดด ๆ

– ความหวาน: อันนี้แล้วแต่ชอบเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นไซรัปที่ใช้กับกาแฟ ส่วนใหญ่จะมีความหวานกำลังดี ไม่ได้หวานเจี๊ยบจนกลบรสกาแฟหมด

– ความเข้ากัน: ถ้าเป็นไปได้ ลองหาไซรัปที่ทางแบรนด์เคลมว่าเข้ากับกาแฟไทย หรือกาแฟคั่วเข้มได้ดี จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ เพราะกาแฟแต่ละชนิดมีคาแรคเตอร์ต่างกัน การเลือกไซรัปที่ส่งเสริมกันจะทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัว

เรื่องไซรัปกาแฟนี่ ต้องลองหลาย ๆ แบบหน่อยถึงจะเจอที่ถูกใจที่สุดค่ะ เหมือนกับการทดลองชงกาแฟเลย ยี่ห้อไหนดีบ้าง ลองไปอ่าน รายละเอียดเรื่องไซรัปกาแฟ ยี่ห้อไหนดี เพิ่มเติมดูได้นะคะ เขาเปรียบเทียบไว้ละเอียดเลยค่ะ หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนได้ไซรัปที่ถูกใจมาทำกาแฟแก้วโปรดกันนะคะ!

เดี๋ยวนี้เครื่องครัวอะไรๆ ก็อัจฉริยะไปหมด โดยเฉพาะเครื่องทำขนมปัง ที่เห็นฟังก์ชันเยอะแยะจนตาลายไปหมด ใครที่กำลังเล็งเครื่องทำขนมปังอยู่ อาจจะงงว่าฟังก์ชันไหนที่ได้ใช้จริง ฟังก์ชันไหนแค่มีไว้ให้ดูหรู วันนี้เราจะมาคุยกันแบบบ้านๆ ว่าฟังก์ชันไหนเหมาะกับคนไทยอย่างเราๆ บ้าง

เท่าที่ลองใช้มา ฟังก์ชันหลักๆ ที่เวิร์คจริงคือ:

– โหมดทำขนมปังขาวปกติ: อันนี้คือหัวใจหลักเลย ใช้บ่อยสุด เพราะทำได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขนมปังปอนด์ หรือเอาแป้งไปทำอย่างอื่นต่อ

– โหมดนวดแป้ง: สำหรับคนชอบทำขนมปัง หรือพวกซาลาเปา นวดมือก็เหนื่อยใช่ไหมล่ะ โหมดนี้คือช่วยชีวิตมากๆ ประหยัดแรงไปได้เยอะ

– ตั้งเวลาล่วงหน้า: ฟังก์ชันนี้ดีงามมาก สำหรับคนตื่นเช้าอยากกินขนมปังอบใหม่ๆ แค่เตรียมส่วนผสมไว้ก่อนนอน ตื่นเช้ามาก็ได้กินของหอมๆ เลย

ส่วนฟังก์ชันอื่นๆ ที่อาจจะไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ก็เช่น:

– โหมดทำแยม: จริงๆ ก็ทำได้นะ แต่เอาเข้าจริง คนส่วนใหญ่ก็ซื้อแยมสำเร็จรูป หรือไม่ก็ทำบนเตาแก๊สอยู่แล้ว

– โหมดทำโยเกิร์ต: อันนี้ก็เหมือนกัน ไม่ใช่ทุกคนจะอยากทำโยเกิร์ตเองทุกวัน แล้วก็มีเครื่องทำโยเกิร์ตเฉพาะทางที่ดีกว่าด้วย

– โหมดทำขนมปังไร้กลูเตน: ฟังก์ชันนี้เหมาะกับคนที่แพ้กลูเตนจริงๆ ซึ่งก็ไม่ใช่ทุกคน

สรุปคือ เวลาเลือกเครื่องทำขนมปัง ให้ดูที่ฟังก์ชันที่เราจะได้ใช้บ่อยๆ เป็นหลัก ไม่ต้องไปวิ่งตามฟังก์ชันอลังการที่ไม่จำเป็นก็ได้ครับ ประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้อีกเยอะ ลองอ่านต่อเพื่อดูรีวิวฉบับเต็มและเลือกเครื่องที่ใช่สำหรับคุณได้ที่ รีวิวเครื่องทำขนมปัง ครับ

ถ้าพูดถึงมีดทำครัว ใครๆ ก็ต้องนึกถึงมีดญี่ปุ่นกับมีดเยอรมันใช่ไหมล่ะคะ? สองสไตล์นี้มีเสน่ห์และคุณสมบัติที่ต่างกันมากจนบางทีก็เลือกไม่ถูกว่าแบบไหนจะเหมาะกับสไตล์การทำครัวของเรา

มีดญี่ปุ่นมักจะโดดเด่นเรื่องความคมกริบแบบเฉียบขาด ด้วยองศาของใบมีดที่บางและแหลมคมกว่า ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น แล่ปลา ซอยผัก หรือหั่นเนื้อบางๆ การดูแลมีดญี่ปุ่นก็ต้องพิถีพิถันหน่อย เพราะความบางของใบมีดทำให้ต้องระวังเรื่องการใช้งานหนักๆ หรือการสับกระดูก อาจจะทำให้คมมีดบิ่นได้ง่าย การลับคมก็ควรใช้หินลับมีดที่มีคุณภาพและเทคนิคที่ถูกต้อง เพื่อรักษาความคมกริบเอาไว้

ส่วนมีดเยอรมันจะมีความแข็งแรงทนทานมากกว่า ด้วยใบมีดที่หนากว่าและองศาคมมีดที่กว้างกว่า ทำให้เหมาะกับงานครัวที่หลากหลาย ตั้งแต่สับกระดูก หั่นผักผลไม้เนื้อแข็ง หรือแม้แต่การเตรียมเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่ๆ มีดเยอรมันจึงเป็นเหมือนม้างานในครัวที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์ การดูแลก็ค่อนข้างง่ายกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องคมมีดจะบิ่นง่ายเท่ามีดญี่ปุ่น

แล้วครัวไทยที่ต้องหั่น สับ ซอยกันทุกวันล่ะ แบบไหนจะตอบโจทย์? ถ้าคุณเน้นงานที่ต้องการความละเอียดมากๆ อย่างการซอยหอม ซอยพริกให้บางเฉียบ หรือการแล่เนื้อสัตว์สวยๆ มีดญี่ปุ่นน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณต้องการมีดที่ใช้งานได้ครอบคลุม ตั้งแต่สับหมูสับ ทำแกง สับไก่ หรือหั่นผักแข็งๆ มีดเยอรมันจะตอบโจทย์มากกว่าค่ะ

สุดท้ายแล้ว การเลือกมีดก็ขึ้นอยู่กับความถนัดและลักษณะงานครัวที่คุณทำเป็นประจำนั่นแหละค่ะ ลองพิจารณาดูว่าคุณใช้งานแบบไหนบ่อยที่สุด หรือถ้าอยากรู้ลึกกว่านี้ว่า วิธีเลือกมีดญี่ปุ่น มีดเยอรมัน แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียยังไง ลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติมดูนะคะ

เคยสังเกตไหมว่าเวลาเอาของเข้าช่องฟรีซไปนานๆ แล้วมันจะเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะ เนื้อสัมผัสเปลี่ยนไป หรือรสชาติจืดชืดลง นั่นแหละที่เขาเรียกกันว่า “ฟรีซเบิร์น” ซึ่งจริงๆ แล้วเกิดจากอาหารสัมผัสกับอากาศในช่องฟรีซมากเกินไป จนน้ำในอาหารระเหยออกไป

ทีนี้คำถามคือ ถุงแบบไหนกันแน่ที่ช่วยลดปัญหานี้ได้ดีกว่ากัน ระหว่างถุงซิปล็อคสำหรับแช่แข็งโดยเฉพาะ กับถุงพลาสติกธรรมดาที่เราใช้กันทั่วไป?

– ถุงพลาสติกธรรมดา: ข้อดีคือหาซื้อง่าย ราคาถูก แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาให้ทนอุณหภูมิต่ำมากๆ หรือป้องกันอากาศได้ดีเท่าที่ควร ทำให้โอกาสเกิดฟรีซเบิร์นสูงกว่าถ้าเก็บนานๆ

– ถุงซิปล็อคแช่แข็ง: ตัวนี้จะหนากว่า มีซิปล็อคที่ปิดสนิทกว่า และวัสดุถูกออกแบบมาเพื่อทนความเย็นจัดโดยเฉพาะ ช่วยลดการสัมผัสอากาศได้ดีกว่ามาก จึงช่วยยืดอายุอาหารและลดปัญหาฟรีซเบิร์นได้ดีกว่ากันเยอะ

จากประสบการณ์ใช้จริงในครัว ส่วนตัวแล้วถุงซิปล็อคแช่แข็งคือตัวเลือกที่ดีกว่าเยอะ แม้ราคาจะสูงกว่าหน่อย แต่คุ้มค่ากับการรักษาคุณภาพอาหาร แถมบางยี่ห้อยังนำกลับมาล้างใช้ซ้ำได้อีกด้วย ถ้าอยากรู้ รายละเอียดเรื่องถุงซิปล็อคแช่แข็ง ฟรีซเบิร์น เพิ่มเติม แนะนำให้ลองอ่านดูเลย รับรองว่าจะช่วยให้เลือกถุงเก็บอาหารได้ถูกใจ

เคยไหมที่ทำอาหารแล้วรสชาติมันยังไม่สุด เหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง? บางทีอาจไม่ใช่แค่วัตถุดิบหลักหรือเครื่องปรุง แต่เป็น “ข้าว” ที่เราเลือกใช้ก็ได้นะ เพราะข้าวแต่ละชนิดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เหมาะกับเมนูที่ต่างกันออกไป ลองมาดูกันว่าข้าวหอมมะลิ ข้าวญี่ปุ่น และข้าวบาสมาติ เหมาะกับเมนูแบบไหนบ้าง

ข้าวหอมมะลิ ข้าวของคนไทยที่หอม นุ่ม เป็นเม็ดสวย ไม่แฉะเกินไป เหมาะกับอาหารไทยแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกับข้าวเผ็ดร้อน หรือแกงกะทิหอมมัน เพราะข้าวหอมมะลิจะช่วยชูรสชาติอาหารให้กลมกล่อม

ข้าวญี่ปุ่น หรือข้าวที่หลายคนเรียกว่า “ข้าวซูชิ” เม็ดจะอ้วนสั้น มีความเหนียวและเกาะตัวกันดี เวลานึ่งสุกแล้วจะหนึบๆ เหมาะกับอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ อย่างซูชิ ข้าวปั้น หรือกินคู่กับแกงกะหรี่ญี่ปุ่น เพราะความเหนียวจะช่วยให้ตักกินง่ายและเข้ากันได้ดีกับน้ำซอสข้นๆ

ข้าวบาสมาติ ข้าวเมล็ดยาวเรียวจากอินเดีย เวลาหุงสุกแล้วเม็ดจะร่วน ไม่ติดกัน และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ข้าวชนิดนี้จึงเหมาะกับอาหารอินเดียและตะวันออกกลาง อย่างข้าวหมกไก่ (Biryani) หรือแกงต่างๆ ที่ต้องการให้ข้าวดูดซับรสชาติเครื่องเทศได้ดี โดยที่เม็ดยังคงความร่วนสวยอยู่

การเลือกข้าวให้ถูกชนิด นอกจากจะช่วยให้อาหารอร่อยขึ้นแล้ว ยังทำให้เมนูนั้นๆ ดูน่ากินตามแบบฉบับดั้งเดิมอีกด้วย ถ้าอยากรู้ว่า วิธีเลือกข้าวสาร เมนู ที่ใช่สำหรับอาหารแต่ละประเภทคืออะไร ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมดูได้เลย รับรองว่ามื้ออาหารของคุณจะสมบูรณ์แบบกว่าเดิมแน่นอน!

เดี๋ยวนี้อุปกรณ์ในครัวมีตัวเลือกเยอะไปหมด โดยเฉพาะก๊อกน้ำที่มาพร้อมระบบกรองน้ำในตัว ทำให้หลายคนลังเลว่าจะเลือกแบบไหนดี เพราะมันดูสะดวกสบายกว่าการติดตั้งเครื่องกรองน้ำแยกชิ้น

แต่ก่อนจะตัดสินใจว่าคุ้มจริงไหม เราลองมาดูข้อดีข้อเสียกัน:

– ความสะดวกสบาย: อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว เพราะรวมทุกอย่างไว้ในก๊อกเดียว ประหยัดพื้นที่บนเคาน์เตอร์ และไม่ต้องเจาะเพิ่มหลายจุด

– การติดตั้ง: ติดตั้งง่ายกว่าระบบแยก เพราะไม่ต้องต่อท่อน้ำหลายเส้น ไม่ต้องหาพื้นที่วางเครื่องกรองน้ำ

– ค่าใช้จ่ายเบื้องต้น: มักจะสูงกว่าก๊อกน้ำธรรมดา แต่ก็อาจจะถูกกว่าการซื้อก๊อกน้ำธรรมดาแล้วมาซื้อเครื่องกรองน้ำแยกต่างหาก

– ประสิทธิภาพการกรอง: ตรงนี้สำคัญมาก ก๊อกน้ำกรองในตัวส่วนใหญ่มักมีไส้กรองขนาดเล็กและมีขั้นตอนการกรองไม่ซับซ้อนเท่าระบบแยก อาจจะเหมาะกับการกรองน้ำดื่มเบื้องต้น แต่ถ้าต้องการน้ำสะอาดบริสุทธิ์ หรือมีปัญหาน้ำประปาที่บ้านไม่ค่อยดีนัก ระบบกรองน้ำแยกที่มีหลายขั้นตอนอาจจะตอบโจทย์กว่า

– ค่าบำรุงรักษา: ไส้กรองของก๊อกกรองน้ำในตัวมักจะมีอายุการใช้งานสั้นกว่า และราคาไส้กรองอาจจะแพงกว่าเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำที่กรองได้

สรุปแล้ว ถ้าคุณต้องการความสะดวก ประหยัดพื้นที่ และคุณภาพน้ำประปาที่บ้านค่อนข้างดีอยู่แล้ว ก๊อกน้ำกรองในตัวก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ถ้าให้น้ำหนักไปที่ประสิทธิภาพการกรองสูงสุดและความคุ้มค่าระยะยาว ระบบกรองน้ำแยกอาจจะเหมาะกว่า

ลองพิจารณาไลฟ์สไตล์การใช้งานและคุณภาพน้ำที่บ้านเป็นหลัก เพื่อให้ได้ก๊อกน้ำที่ตอบโจทย์ที่สุดครับ สำหรับใครที่อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าก๊อกน้ำกรองน้ำในตัวคุ้มจริงไหม สามารถ อ่านต่อ ได้เลย

เคยสังเกตกันไหมว่าถุงขยะที่เราใช้ประจำมันมีอะไรต่างกันบ้าง นอกเหนือจากสีดำกับสีขาวที่เราคุ้นเคย จริงๆ แล้วถุงขยะแต่ละสีเขามีคุณสมบัติและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันนะ ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น

ถุงขยะสีดำ มักจะผลิตจากพลาสติกที่ค่อนข้างหนา เหนียว และทนทานเป็นพิเศษ ทำให้เหมาะกับการใส่ขยะที่มีน้ำหนักมาก หรือขยะที่มีของมีคมปนอยู่เล็กน้อย เช่น เศษแก้ว หรือกิ่งไม้ นอกจากนี้ สีดำยังช่วยพรางตาไม่ให้เห็นสภาพขยะภายในถุงได้ชัดเจน ซึ่งเป็นประโยชน์เวลาเราเอาไปทิ้งนอกบ้าน

ส่วนถุงขยะสีขาว หรือถุงขยะสีใส มักจะมีความบางเบากว่า และเหมาะสำหรับใส่ขยะทั่วไปในบ้าน หรือขยะแห้งที่ไม่มีกลิ่นแรงนัก บางยี่ห้ออาจมีส่วนผสมที่ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย หรือมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เพื่อช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วยนะ ถุงขยะสีใสยังดีตรงที่เราสามารถมองเห็นขยะข้างในได้ ช่วยให้แยกขยะได้ง่ายขึ้นสำหรับบางประเภท

นอกจากเรื่องความทนทานและกลิ่นแล้ว การเลือกถุงขยะให้ถูกประเภทก็สำคัญมากๆ เพื่อให้การจัดการขยะของเราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและถูกสุขลักษณะ ลองคิดดูดีๆ ว่าขยะในบ้านเราส่วนใหญ่เป็นแบบไหน แล้วเลือกถุงให้เหมาะสม บางทีที่เราซื้อถุงขยะซ้ำๆ แบบเดิมมาตลอด อาจจะยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริงๆ ก็ได้นะ ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกถุงขยะ ลองดูที่ KitzYou เลย

ช่วงนี้หลายคนหันมาใช้แก้วพลาสติก BPA Free กันเยอะขึ้น เพราะเบา พกง่าย แถมปลอดภัย แต่จะเลือกยังไงให้ทนทาน ไม่ติดกลิ่น ไม่เปลี่ยนสี แม้จะใช้ใส่กาแฟ ชา หรือน้ำอัดลมเป็นประจำ อันนี้แหละที่ต้องดูกันหน่อย

จากประสบการณ์ที่ลองใช้มาหลายแบบ สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาคือวัสดุของแก้ว บางยี่ห้อเคลมว่า BPA Free แต่พอใช้ไปนานๆ ก็มีกลิ่นติด หรือสีเปลี่ยน โดยเฉพาะกับเครื่องดื่มเข้มข้นอย่างกาแฟดำ หรือพวกชาเข้มๆ

– วัสดุที่ทนทาน: ให้มองหาพลาสติกที่แข็งแรงหน่อย ไม่ใช่แค่พลาสติกบางๆ ที่ดูเปราะ เพราะพวกนี้มักจะทนความร้อนได้ไม่ดีพอ

– เช็กเรื่องกลิ่น: แก้วที่ดีควรจะไม่ดูดซับกลิ่นเครื่องดื่ม ต่อให้ล้างสะอาดแล้วก็ยังไม่ทิ้งกลิ่นเก่าไว้

– ไม่เปลี่ยนสี: อันนี้สำคัญมากสำหรับคนชอบดื่มกาแฟหรือชาเข้มๆ แก้วบางยี่ห้อพอใช้ไปนานๆ ก็จะเริ่มมีคราบสีเหลืองหรือน้ำตาลติด

ส่วนตัวแล้ว ถ้าเป็นไปได้ ลองหาข้อมูลจากรีวิวคนใช้งานจริงเยอะๆ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นว่ายี่ห้อไหนน่าสนใจ ยี่ห้อไหนควรเลี่ยง เพื่อให้ได้แก้วที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราจริงๆ และใช้ได้นานๆ คุ้มค่าเงิน

ใครที่กำลังมองหาแก้วพลาสติก BPA Free คุณภาพดีและอยากได้ข้อมูลแบบเจาะลึก ลองอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่เลยค่ะ แก้วพลาสติก BPA Free รีวิวจากการใช้จริง