KitzYou รีวิวเครื่องครัว

รีวิวเครื่องครัว บทความเรื่องครัว และไอเดียเลือกของใช้ในครัวจาก KitzYou.com สำหรับคนที่อยากจัดครัวให้น่าใช้และเลือกสินค้าได้คุ้มค่า

คอกาแฟหลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมบางร้านกาแฟถึงมีรสชาติกลมกล่อม หอมฟุ้ง ในขณะที่บางร้านกลับรู้สึกว่ารสชาติไม่ค่อยโดนใจนัก ส่วนหนึ่งอาจมาจากขั้นตอนการบดเมล็ดกาแฟที่ส่งผลต่อรสชาติในถ้วยโดยตรง

เครื่องบดกาแฟหลักๆ ที่นิยมใช้กันมี 2 แบบ คือ เครื่องบดแบบใบมีด (Blade Grinder) และ เครื่องบดแบบเฟืองบด (Burr Grinder) ซึ่งทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันพอสมควร

– เครื่องบดแบบใบมีด: หลักการทำงานคล้ายเครื่องปั่น คือใช้ใบมีดหมุนด้วยความเร็วสูงเพื่อสับเมล็ดกาแฟให้แตกละเอียด ข้อดีคือราคาไม่แพง หาซื้อง่าย แต่ข้อเสียคือควบคุมความละเอียดได้ยาก เมล็ดกาแฟที่ได้จะไม่สม่ำเสมอ ทำให้รสชาติกาแฟที่ชงออกมาอาจไม่คงที่ บางครั้งอาจมีรสขมหรือเปรี้ยวโดด

– เครื่องบดแบบเฟืองบด: ใช้เฟืองสองชิ้นบดเมล็ดกาแฟให้แตกละเอียดด้วยการบดและบีบ ทำให้ได้ผงกาแฟที่มีขนาดสม่ำเสมอกว่ามาก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการชงกาแฟให้อร่อย โดยเฉพาะเมนูกาแฟที่ต้องอาศัยความละเอียดและสม่ำเสมอเป็นพิเศษ อย่างกาแฟดริปหรือเอสเพรสโซ แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่า แต่ก็คุ้มค่ากับการลงทุนสำหรับคนรักกาแฟที่ต้องการรสชาติที่ดีที่สุด

การเลือกเครื่องบดกาแฟจึงไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่เป็นเรื่องของการลงทุนเพื่อให้ได้รสชาติกาแฟที่ถูกใจที่สุด หากคุณอยากรู้ รายละเอียดเรื่องเครื่องบดกาแฟ เฟืองบด ใบมีด เพิ่มเติม จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกเครื่องบดที่ใช่สำหรับคุณได้ง่ายขึ้นแน่นอนค่ะ

เคยไหม? อยากแขวนทัพพี ตะหลิว ให้เป็นระเบียบ แต่ก็ไม่อยากเจาะผนังครัวให้เป็นรอย ลองเลือกตะขอแบบไม่ต้องเจาะผนังดูสิครับ มีหลายแบบเลยนะ แต่ละแบบก็มีจุดเด่นต่างกันไป

บางคนอาจจะคุ้นกับแบบสุญญากาศ อันนี้ใช้งานง่ายดี แค่กดให้แน่นก็ติดแล้ว เหมาะกับของน้ำหนักเบาๆ หน่อย พวกลูกกุญแจหรือผ้าเช็ดมือเล็กๆ ถ้าจะแขวนของที่มีน้ำหนักมากขึ้นมาหน่อย พวกตะหลิวใหญ่ๆ ทัพพีสเตนเลส อาจจะต้องมองหาแบบที่ใช้กาวอุตสาหกรรมครับ อันนี้จะรับน้ำหนักได้ดีกว่ามาก และติดทนกว่าแบบสุญญากาศเยอะเลย

ส่วนใครที่ผนังเป็นโลหะ หรือมีตู้เย็นที่อยากใช้ประโยชน์ ลองดูตะขอแม่เหล็กก็เป็นทางเลือกที่ดี สะดวก หยิบใช้ง่าย ย้ายที่ได้ตามใจชอบ ไม่ต้องกังวลเรื่องคราบกาวหรือรอยเจาะเลยครับ แต่อย่าลืมเช็กน้ำหนักที่รับได้ของแต่ละแบบด้วยนะ เพราะถ้าเลือกผิด ของอาจจะหล่นลงมาพังได้

การเลือกตะขอให้เหมาะกับการใช้งาน จะช่วยให้ครัวเป็นระเบียบ สวยงาม และที่สำคัญคือผนังบ้านก็ยังคงสภาพดี ไม่ต้องมีรอยเจาะให้กวนใจเลยครับ ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมและเลือกแบบที่ใช่สำหรับครัวของคุณได้ที่ บทความฉบับเต็มเรื่องตะขอแขวนอุปกรณ์ครัว

เคยไหมที่ซื้อกล่องถนอมอาหารมาอย่างดี อ่านฉลากแล้วว่าเข้าช่องฟรีซได้ เข้าไมโครเวฟได้ พอเอามาใช้จริงไม่นาน กล่องเริ่มบิดเบี้ยว เสียรูปทรง ทั้งที่ตอนปิดฝาก็สนิทดี ปัญหาแบบนี้เจอได้บ่อย และมักมาจากสาเหตุคล้ายๆ กันเลยค่ะ

เวลาเลือกกล่องอาหารสำหรับแช่แข็งและอุ่นไมโครเวฟ เรามักจะมองหาคำว่า “Freezer Safe” หรือ “Microwave Safe” ซึ่งก็ถูกแล้ว แต่แค่นั้นอาจจะยังไม่พอ เพราะวัสดุและดีไซน์ของกล่องก็มีผลมาก อย่างกล่องที่ทำจากพลาสติกบางชนิด แม้จะทนความร้อนได้ระดับหนึ่ง แต่พอเจอความเย็นจัดสลับความร้อนสูงบ่อยๆ ก็อาจจะอ่อนตัวหรือเปราะง่าย ทำให้บิดเบี้ยวได้

อีกเรื่องที่สำคัญคือ “ขนาด” ของกล่อง หลายคนอาจคิดว่ากล่องใหญ่ดี จะได้จุได้เยอะ แต่จริงๆ แล้ว กล่องที่ใหญ่เกินไปอาจจะไม่ได้มีโครงสร้างที่แข็งแรงพอจะรับแรงดันจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมากๆ ได้ดีเท่ากล่องขนาดกลางๆ หรือเล็กกว่า โดยเฉพาะเวลาที่อาหารภายในขยายตัวตอนแช่แข็ง หรือเกิดไอน้ำตอนอุ่นไมโครเวฟ ถ้ากล่องไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับแรงพวกนี้ได้ดี ก็จะบิดตัวได้ง่าย

บางทีกล่องที่ซื้อมาก็อาจจะไม่ได้มีคุณสมบัติที่ทนทานต่อการใช้งานแบบหนักหน่วง เช่น การเอาออกจากฟรีซแล้วเข้าไมโครเวฟทันทีโดยไม่พักให้คลายความเย็นบ้าง วัสดุบางประเภทอาจจะทนได้แค่การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบค่อยเป็นค่อยไปเท่านั้น การทำแบบนี้บ่อยๆ อาจจะทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพเร็วขึ้นค่ะ ถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องกล่องถนอมอาหารแบบละเอียด ลองอ่าน คู่มือจาก KitzYou ดูนะคะ ช่วยให้เลือกกล่องที่เหมาะกับการใช้งานของเราจริงๆ

เคยสงสัยไหมว่าทำไมทำขนมตามสูตรเป๊ะๆ แต่ออกมาไม่เหมือนที่คิดไว้? บางทีอาจจะไม่ใช่ฝีมือเรา แต่เป็นเพราะอุปกรณ์ตวงวัดที่เราใช้อยู่ก็ได้นะ!

เวลาทำเบเกอรี่ ความแม่นยำคือหัวใจสำคัญมากๆ ไม่ใช่แค่เรื่องปริมาณที่ต้องเป๊ะ แต่เรื่องของวัสดุและดีไซน์ของแก้วตวง ช้อนตวงก็มีผลไม่แพ้กันเลย

– วัสดุ: แก้วตวงพลาสติกราคาถูกๆ บางทีอาจจะมีขีดบอกปริมาณที่ลบเลือนง่าย หรือบิดเบี้ยวไปตามกาลเวลา ทำให้การตวงคลาดเคลื่อนได้ สแตนเลสหรือแก้วคุณภาพดีจะทนทานกว่าและรักษาความแม่นยำได้นาน

– รูปทรง: ช้อนตวงบางอันขอบหนาเกินไป หรือรูปทรงไม่เหมาะกับการปาดส่วนผสมให้เรียบ อาจทำให้ได้ปริมาณที่ไม่เท่ากันในแต่ละครั้งที่ตวง ลองสังเกต แก้วตวง ช้อนตวง เบเกอรี่ ดีไซน์ ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและปาดได้เรียบสนิท จะช่วยให้การตวงแม่นยำขึ้นเยอะ

การลงทุนกับอุปกรณ์ตวงวัดดีๆ ที่แม่นยำและทนทาน ไม่ใช่แค่ช่วยให้ขนมของเราอร่อยขึ้น แต่ยังช่วยประหยัดเวลาและความหงุดหงิดจากการทำพลาดด้วยนะ!

เคยสงสัยไหมว่าทำไมผงโกโก้ที่ซื้อมาทำเค้กถึงได้รสชาติไม่ถูกใจ หรือโกโก้ชงดื่มถึงไม่อร่อยเหมือนที่ร้าน? จริงๆ แล้วผงโกโก้สำหรับชงดื่มกับทำเบเกอรี่มันต่างกันนะ!

เวลาไปซื้อ เราจะเห็นผงโกโก้หลายแบบวางอยู่เต็มไปหมด ดูเผินๆ ก็เหมือนกันไปหมด แต่ถ้าสังเกตดีๆ ที่ฉลากจะบอกใบ้เราอยู่

– ผงโกโก้สำหรับชงดื่ม: ส่วนใหญ่จะผ่านกระบวนการดัตช์โปรเซส (Dutch-process) ทำให้มีความเป็นกรดต่ำลง สีเข้มขึ้น รสชาติจะนุ่มนวล กลมกล่อม ไม่ขมจัด เหมาะกับการชงเป็นเครื่องดื่ม หรือทำเมนูที่ไม่ต้องใช้เบกกิ้งโซดาหรือผงฟูมากนัก

– ผงโกโก้สำหรับทำเบเกอรี่ (Natural Cocoa Powder): ตัวนี้จะเป็นผงโกโก้ธรรมชาติ ไม่ผ่านกระบวนการดัตช์ มีความเป็นกรดสูง รสชาติเข้มข้น ออกขมเล็กน้อย สีจะอ่อนกว่า ตัวนี้แหละที่มักจะใช้คู่กับเบกกิ้งโซดาในสูตรขนม เพราะกรดในโกโก้จะทำปฏิกิริยากับเบกกิ้งโซดา ช่วยให้ขนมขึ้นฟูได้ดี

ถ้าเลือกใช้ผิดประเภทก็อาจทำให้รสชาติหรือเนื้อสัมผัสของขนมเพี้ยนไปได้เลยนะ บางทีขนมไม่อร่อยอย่างที่คิดก็เพราะพลาดตรงนี้แหละ

ดังนั้นก่อนซื้อ ลองพลิกดูฉลากสักนิดว่าผงโกโก้ที่เรากำลังจะหยิบมานั้นมันเหมาะกับการเอาไปทำอะไร จะได้ไม่เสียของและเสียอารมณ์นะ เพราะฉะนั้นคราวหน้าลองดูให้ดีๆ ก่อนตัดสินใจซื้อผงโกโก้กันนะ หรือใครอยากอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผงโกโก้แบบละเอียดๆ แวะไปดูที่ KitzYou ได้เลย

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “หม้อสเตนเลสก้นหนา 3-ply” หรือ “5-ply” แล้วก็สงสัยว่ามันต่างจากหม้อสเตนเลสทั่วๆ ไปยังไง แล้วจำเป็นกับครัวที่บ้านเราแค่ไหนกันนะ?

พูดง่ายๆ เลยคือ ตัวเลข 3-ply หรือ 5-ply เนี่ย มันคือจำนวนชั้นของวัสดุที่เอามาทำเป็นก้นหม้อครับ

– หม้อสเตนเลสก้นบางธรรมดา: มักจะเป็นสเตนเลสชั้นเดียว ความร้อนจะส่งผ่านเร็วมาก ข้อดีคือร้อนไว ข้อเสียคือไหม้ง่าย โดยเฉพาะเวลาทำอาหารที่ต้องเคี่ยวนานๆ หรือผัดที่ต้องใช้ความร้อนสม่ำเสมอ

– หม้อสเตนเลสก้นหนา 3-ply: จะมีโครงสร้างเป็นสเตนเลส-อะลูมิเนียม-สเตนเลส (บางทีก็เป็นวัสดุอื่นสลับกัน) ชั้นอะลูมิเนียมตรงกลางจะช่วยกระจายความร้อนได้ดีขึ้นและเก็บความร้อนได้นานกว่า ทำให้เวลาทำอาหาร ความร้อนจะทั่วถึง ไม่กระจุกเป็นจุดๆ ลดโอกาสที่อาหารจะไหม้ติดก้นหม้อไปได้เยอะเลยครับ

– หม้อสเตนเลส 5-ply (หรือมากกว่า): หลักการคล้ายๆ กัน แต่มีชั้นวัสดุที่สลับซับซ้อนกว่าเดิม มักจะให้ประสิทธิภาพการกระจายความร้อนและเก็บความร้อนที่ดียิ่งขึ้นไปอีก เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความแม่นยำสูงๆ หรือใช้ในร้านอาหารมืออาชีพ

แล้วครัวบ้านเราล่ะ ควรเลือกแบบไหน? ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ทำอาหารนานๆ หรือเน้นแค่ต้มผัก ลวกเส้นบ่อยๆ หม้อสเตนเลสก้นบางก็อาจจะพอใช้ได้ครับ แต่ถ้าคุณชอบทำอาหารที่ต้องเคี่ยว แกง หรือผัดที่ต้องใช้เวลาและความร้อนสม่ำเสมอ หรือไม่อยากให้อาหารติดก้นหม้อบ่อยๆ การลงทุนกับหม้อสเตนเลสก้นหนา 3-ply ก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆ เลยครับ เพราะมันช่วยให้ทำอาหารได้ง่ายขึ้น อร่อยขึ้น และลดปัญหาจุกจิกเรื่องอาหารไหม้ได้เยอะเลยล่ะครับ ใครที่อยาก อ่านต่อ เรื่องหม้อสเตนเลสคุณภาพดี ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย

เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในครัวอย่างการเลือกฟองน้ำล้างจาน บางทีก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดเหมือนกันนะ ยิ่งสมัยนี้มีแบบฟองน้ำล้างจานมีด้ามจับออกมาให้เลือกเยอะแยะไปหมด เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ตรงจากการใช้งานจริงว่ามันต่างกันยังไง แล้วแบบไหนจะเหมาะกับเรามากกว่ากัน

ฟองน้ำล้างจานแบบทั่วไป:

– ข้อดี: ราคาถูก หาซื้อง่าย มีให้เลือกหลากหลายแบบตามความหยาบ-ละเอียด ใช้ได้กับทุกภาชนะ คุ้นเคยกับการใช้งานมานาน

– ข้อเสีย: ต้องสัมผัสกับเศษอาหารและน้ำยาล้างจานโดยตรง ถ้าล้างเยอะ ๆ มืออาจจะแห้ง ลอก หรือถ้าแพ้น้ำยาก็เป็นผื่นได้ง่าย ยิ่งถ้าเป็นคนมือใหญ่ ๆ บางทีซอกเล็กซอกน้อยก็เข้าไม่ถึง แถมพอใช้ไปนาน ๆ ถ้าดูแลไม่ดีก็มีกลิ่นอับได้ง่าย

ฟองน้ำล้างจานมีด้ามจับ:

– ข้อดี: ช่วยถนอมมือได้ดี ไม่ต้องสัมผัสกับน้ำยาล้างจานและเศษอาหารโดยตรง เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องมือแห้ง หรือแพ้ง่าย ด้ามจับช่วยให้จับถนัดมือ ล้างจานได้ทั่วถึงมากขึ้น โดยเฉพาะภาชนะทรงลึกหรือมีซอกมุมเยอะ ๆ บางรุ่นเปลี่ยนหัวฟองน้ำได้ ลดขยะ และช่วยให้ฟองน้ำไม่อับชื้นง่าย

– ข้อเสีย: ราคาสูงกว่าฟองน้ำทั่วไปเล็กน้อย บางคนอาจจะรู้สึกไม่ชินกับการใช้งานช่วงแรก ๆ และต้องหาที่จัดเก็บดี ๆ หน่อย เพราะมีด้ามจับยาวกว่าปกติ

สรุปแล้ว ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ล้างจานเยอะ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องแพ้น้ำยา หรือมือแห้ง ฟองน้ำแบบทั่วไปก็ยังตอบโจทย์ได้ดี แต่ถ้าล้างจานบ่อย ๆ เป็นประจำ หรือมีปัญหาผิวแพ้ง่าย ฟองน้ำล้างจานมีด้ามจับนี่แหละคือตัวช่วยที่ดีเลย ลองเลือกดูให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเองนะคะ อ่านต่อ เพื่อเปรียบเทียบจากมุมอื่น ๆ อีกก็ได้

ทำไมอบขนมบางทีก็ออกมาสวย บางทีก็ก้นไหม้ ผิวไม่กรอบตามที่อยากได้? เรื่องนี้อาจไม่ได้อยู่ที่สูตรอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ถาดอบ” ที่เราเลือกใช้ด้วยนะ เพราะถาดแต่ละแบบให้ผลลัพธ์ต่างกันจริง ๆ ค่ะ

ลองมาดูกันว่าถาดอบยอดนิยมแต่ละวัสดุ เหมาะกับงานแบบไหนบ้าง:

– ถาดอบอลูมิเนียม: เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ชอบขนมสีสวยสม่ำเสมอ เพราะอลูมิเนียมนำความร้อนได้ดีและทั่วถึง ทำให้ขนมสุกพร้อมกันทั้งชิ้น เหมาะกับคุกกี้ เค้ก หรือขนมปังที่ต้องการผิวเหลืองทอง

– ถาดอบสเตนเลส: ทนทาน ใช้งานได้นาน แต่ก็มีข้อควรระวังคืออาจจะนำความร้อนได้ไม่สม่ำเสมอเท่าอลูมิเนียม บางครั้งอาจทำให้ขนมติดก้นได้ง่ายถ้าไม่ทาน้ำมันหรือรองกระดาษไขดี ๆ แต่ถ้าใช้กับงานที่ต้องการความทนทานสูง หรืออบอาหารคาวที่อุณหภูมิสูง ๆ ถาดสเตนเลสก็ตอบโจทย์ค่ะ

– ถาดอบเทฟลอน (เคลือบกันติด): ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ! ถาดแบบนี้ช่วยให้ขนมไม่ติดถาด ล้างทำความสะอาดก็ง่าย เหมาะกับมือใหม่ หรือใครที่ไม่อยากกังวลเรื่องขนมติดก้น แต่ก็ต้องระวังเรื่องรอยขีดข่วน ถ้าใช้ไปนาน ๆ สารเคลือบอาจจะลอกได้ค่ะ

ก่อนจะตัดสินใจซื้อถาดอบครั้งหน้า ลองคิดถึงเมนูที่เราจะทำบ่อย ๆ ก่อนนะคะ จะได้เลือกถาดที่เหมาะกับงานที่สุด ไม่ต้องเสียเงินฟรี แถมยังได้ขนมที่อร่อยถูกใจอีกด้วย อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกถาดอบได้ที่ บทความนี้เลยค่ะ

หลายคนชอบเอาของแห้งไปแช่ตู้เย็น คิดว่าจะช่วยยืดอายุได้นานขึ้น แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ทุกอย่างจะดีเสมอไป บางอย่างแช่แล้วดีขึ้นจริง แต่บางอย่างก็เสียเร็วขึ้น หรือไม่ก็เปลืองพื้นที่ตู้เย็นและค่าไฟไปเปล่าๆ

ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างพวกแป้งต่างๆ ทั้งแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า หรือแป้งมัน ถ้าเก็บไว้นอกตู้เย็นในภาชนะปิดสนิท ในที่แห้งและเย็น ก็อยู่ได้นานเป็นปีอยู่แล้ว การเอาไปแช่ตู้เย็นอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก แถมถ้าตู้เย็นมีความชื้นสูง ก็อาจจะทำให้แป้งจับตัวเป็นก้อน หรือขึ้นราได้ง่ายขึ้นด้วยซ้ำ

แต่สำหรับพวกธัญพืช ถั่ว หรือเมล็ดพืชบางชนิด การแช่ตู้เย็นจะช่วยยืดอายุได้จริง เพราะความเย็นจะช่วยชะลอการเหม็นหืนจากไขมันในตัวมัน และช่วยป้องกันแมลงที่ชอบมาไชกินได้ดี อย่างข้าวกล้อง งา หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ แช่ไว้ในช่องธรรมดาได้เลย

ดังนั้น ก่อนจะยัดทุกอย่างเข้าตู้เย็น ลองมาดูกันก่อนว่าของชิ้นไหนเหมาะกับการเก็บแบบไหนจริงๆ จะได้ไม่เสียของและเปลืองไฟโดยไม่จำเป็นนะ ลองอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิธีเลือกเก็บของแห้ง ตู้เย็น ให้ถูกวิธี

สำหรับมือใหม่ที่อยากลองทำขนมปัง เค้ก หรือคุกกี้เองที่บ้าน อุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งที่มักจะสับสนกันก็คือเรื่องเครื่องผสมแป้งนี่แหละครับ จะเลือกแบบตั้งโต๊ะ หรือแบบมือถือดีนะ?

สองแบบนี้ต่างกันมากกว่าที่คิดนะ การเลือกให้เหมาะกับสไตล์การทำขนมและพื้นที่ในครัวจะช่วยให้คุณสนุกกับการทำขนมได้มากขึ้น

– เครื่องตีมือถือ (Hand Mixer): เหมาะกับงานเบาๆ เช่น ตีไข่ ตีวิปครีม หรือผสมแป้งเค้กเนื้อไม่หนักมาก ข้อดีคือราคาไม่แพง เคลื่อนย้ายง่าย และประหยัดพื้นที่เก็บในครัวมากๆ ครับ

– เครื่องผสมแป้งแบบตั้งโต๊ะ (Stand Mixer): ตัวนี้จะเหมาะกับงานหนักหรืองานที่ต้องใช้เวลานาน เช่น นวดแป้งขนมปัง ตีเนยปริมาณเยอะๆ หรือทำขนมที่ต้องการความละเอียดสม่ำเสมอ ข้อดีคือเราไม่ต้องออกแรงเอง ปล่อยเครื่องทำงานไปได้เลย แต่ก็จะมีราคาที่สูงกว่าและใช้พื้นที่เก็บมากกว่าหน่อย

ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกแบบไหนดี ลองคิดดูว่าส่วนใหญ่แล้วคุณอยากทำขนมประเภทไหนบ่อยที่สุด และมีพื้นที่ในครัวมากน้อยแค่ไหน งบประมาณก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณาเช่นกัน สำหรับรายละเอียดเรื่องเครื่องผสมแป้ง เครื่องตีแป้ง ลองศึกษาเพิ่มเติมได้เลยครับ

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ขอให้สนุกกับการสร้างสรรค์เมนูอร่อยๆ ในครัวนะครับ!