KitzYou รีวิวเครื่องครัว

รีวิวเครื่องครัว บทความเรื่องครัว และไอเดียเลือกของใช้ในครัวจาก KitzYou.com สำหรับคนที่อยากจัดครัวให้น่าใช้และเลือกสินค้าได้คุ้มค่า

เคยไหมที่ทำน้ำพริกเผาเองแล้วรู้สึกว่ารสชาติยังไม่ถึงใจเท่าที่ควร? บางทีอาจจะไม่ใช่แค่ฝีมือการปรุง แต่เป็นเรื่องของการเลือกวัตถุดิบตั้งแต่ต้นก็ได้นะ

หัวใจสำคัญของน้ำพริกเผาอร่อยๆ อยู่ที่ความหอมและรสชาติที่กลมกล่อม ซึ่งมาจากการเลือกพริกแห้ง หอมแดง และกระเทียมที่มีคุณภาพดี

พริกแห้ง: สำหรับน้ำพริกเผา แนะนำให้เลือกพริกแห้งเม็ดใหญ่ เช่น พริกชี้ฟ้าแห้ง จะได้สีสวย ไม่เผ็ดจัดเกินไป และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว สังเกตดูว่าพริกต้องแห้งสนิท ไม่มีรา ไม่ดำคล้ำ

หอมแดง: ควรเลือกหอมแดงที่หัวแน่น ไม่ฝ่อ ไม่มีรอยช้ำ หรือเป็นเชื้อรา ขนาดกลางๆ ก็พอดี เพราะหอมแดงสดจะให้กลิ่นหอมหวานเมื่อนำไปคั่วหรือเจียว

กระเทียม: เลือกกระเทียมไทยกลีบเล็กจะดีที่สุด เพราะมีกลิ่นหอมและรสชาติเผ็ดร้อนกว่ากระเทียมจีนเยอะเลย ดูว่ากระเทียมต้องแน่น ไม่ฝ่อ และไม่มีรอยงอก

การเลือกวัตถุดิบที่ดีตั้งแต่แรกจะช่วยให้น้ำพริกเผาของเราหอมเข้มข้น ไม่เหม็นหืน และมีรสชาติอร่อยถูกใจ ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำให้การทำอาหารสนุกขึ้นด้วยนะ ถ้าอยากรู้ลึกว่าแต่ละอย่างต้องเลือกยังไงถึงจะได้ของดีมีคุณภาพจริงๆ ลอง อ่านต่อ แล้วเอาเคล็ดลับไปใช้ดู รับรองว่าน้ำพริกเผาหม้อหน้าของคุณจะพิเศษกว่าเดิมแน่นอน

ช่วงวันหยุดหรือวันรวมญาติ หลายคนคงอยากจะจัดปาร์ตี้บาร์บีคิว ปิ้งย่างอาหารอร่อย ๆ กันที่บ้านใช่ไหมคะ? แต่พอจะซื้อเตาปิ้งย่างก็ลังเลว่า “เตาปิ้งย่างไฟฟ้า” กับ “เตาถ่าน” แบบไหนจะตอบโจทย์เรามากกว่ากัน วันนี้เรามาดูกันชัด ๆ ไปเลยว่าแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียยังไง

เรื่องกลิ่นและควัน: ถ้าคุณอยู่คอนโดหรือทาวน์เฮาส์ที่มีเพื่อนบ้านใกล้เคียง เตาปิ้งย่างไฟฟ้าคือตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะส่วนใหญ่จะทำมาให้มีควันน้อยหรือไม่ก็ไม่มีควันเลย ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นรบกวน แต่ถ้าเป็นเตาถ่าน เรื่องควันกับกลิ่นนี่มาเต็มแน่นอน เหมาะกับการจัดในพื้นที่เปิดโล่งอย่างสวนหลังบ้านมากกว่า

ความสะดวกสบาย: เตาไฟฟ้าใช้งานง่ายสุด ๆ แค่เสียบปลั๊ก กดปุ่ม ก็เริ่มปิ้งได้เลย แถมยังควบคุมอุณหภูมิได้ละเอียดกว่า ทำความสะอาดก็ง่าย แต่เตาถ่านต้องเสียเวลาเตรียมถ่าน จุดไฟ พัดให้ถ่านติด ซึ่งก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการปิ้งย่างแบบดั้งเดิม

รสชาติและบรรยากาศ: หลายคนยอมรับว่าการปิ้งย่างบนเตาถ่านให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของถ่านไม้ที่เตาไฟฟ้าให้ไม่ได้ และยังได้ฟีลลิ่งของการทำอาหารแบบแคมป์ปิ้งอีกด้วย ส่วนเตาไฟฟ้าก็ให้ความร้อนคงที่ อาหารสุกสม่ำเสมอดี

ต้นทุนและการบำรุงรักษา: ราคาเตาไฟฟ้าเริ่มต้นอาจจะสูงกว่าเตาถ่านเล็กน้อย แต่ก็ไม่ต้องซื้อถ่านบ่อย ๆ ในระยะยาวอาจประหยัดกว่าก็ได้ ส่วนเตาถ่านราคาถูกกว่า แต่ก็ต้องซื้อถ่านเรื่อย ๆ และอาจต้องดูแลเรื่องคราบเขม่าจากการเผาไหม้มากกว่า ลองดูรายละเอียดเปรียบเทียบแบบเจาะลึกที่ KitzYou เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อีกทาง

สรุปคือ ไม่มีเตาแบบไหนที่ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับว่าไลฟ์สไตล์การทำอาหารของคุณเป็นแบบไหน และให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร ถ้าชอบความสะดวก ควันน้อย เหมาะกับในบ้าน เตาไฟฟ้าคือคำตอบ แต่ถ้าชอบกลิ่นหอมของถ่าน ได้บรรยากาศแบบออริจินัล เตาถ่านก็ยังคงเป็นที่หนึ่งในใจค่ะ

เคยไหมที่ต้องมีน้ำยาทำความสะอาดเต็มตู้ไปหมด ทั้งน้ำยาล้างเตา น้ำยาล้างเขียง หรือแม้แต่น้ำยาล้างซิงค์ ยิ่งถ้าเป็นสายเข้าครัวบ่อย ๆ จะรู้เลยว่าอุปกรณ์พวกนี้ต้องสะอาดจริง ๆ

เดี๋ยวนี้มีน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ออกมาเยอะมาก ที่เคลมว่าใช้ได้สารพัดประโยชน์ ตั้งแต่เช็ดเตาที่เปื้อนคราบน้ำมัน ยันล้างเขียงไม้ให้ปราศจากเชื้อโรค ไปจนถึงขัดซิงค์ให้เงาวับเหมือนใหม่ แต่จะเลือกยังไงให้ตอบโจทย์ ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นฉุน หรือสารเคมีตกค้าง ที่สำคัญคือใช้ได้จริง ๆ กับทุกพื้นผิวในครัวของเรา

เคล็ดลับง่าย ๆ คือ:

สูตรธรรมชาติหรือ Food Grade: อันนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะกับเขียง หรือบริเวณที่อาหารจะสัมผัส ควรเลือกสูตรที่ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง เพื่อความปลอดภัยของเราและคนที่บ้าน

ไม่มีกลิ่นฉุน: กลิ่นน้ำยาแรง ๆ นอกจากจะทำให้เวียนหัวแล้ว บางทีก็ติดค้างอยู่ในครัวนานเกินไป เลือกแบบที่ไม่มีกลิ่น หรือมีกลิ่นอ่อน ๆ สกัดจากธรรมชาติจะดีกว่า

ประสิทธิภาพในการทำความสะอาด: ถึงจะอ่อนโยน แต่ก็ต้องทำความสะอาดได้ดีเยี่ยม จัดการคราบมัน คราบสกปรก คราบอาหารได้อยู่หมัด

คุ้มค่า: ซื้อขวดเดียวใช้ได้หลายอย่าง ก็ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้เยอะเลย ไม่ต้องซื้อแยกหลายขวด

ลองดู วิธีเลือกน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ ให้เหมาะกับครัวของคุณ เพื่อให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย ได้ทั้งความสะอาดและความสบายใจ

ปัญหาคลาสสิกของคนทำอาหารคือหาเครื่องปรุงไม่เจอ! บางทีมีขวดเล็กๆ ซ่อนอยู่ข้างหลังขวดใหญ่ ต้องรื้อจนวุ่นวาย ยิ่งครัวเล็กๆ นี่แทบจะเป็นสงครามย่อมๆ เลยนะ

เรื่องชั้นวางเครื่องปรุงนี่เป็นอะไรที่คนมองข้าม แต่จริงๆ ช่วยได้เยอะมาก ปกติเราจะเห็นกันอยู่สองแบบหลักๆ คือแบบหมุนได้ กับแบบขั้นบันได

แบบหมุนได้: อันนี้เหมาะมากสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด หรือชอบความสะดวกสบาย แค่หมุนๆ ก็เจอขวดที่ต้องการ ไม่ต้องเอื้อมมือไปควานหาด้านในสุดให้เมื่อย เหมาะกับขวดทรงสูงหรือขนาดใกล้เคียงกัน จะได้หมุนง่ายๆ

แบบขั้นบันได: ดีไซน์นี้ช่วยให้มองเห็นเครื่องปรุงได้ทุกขวด เพราะแต่ละขวดจะอยู่คนละระดับกัน เหมือนดูหนังสือนิทานบนชั้นวาง เหมาะกับคนที่มีเครื่องปรุงหลากหลายขนาด หรือชอบจัดเรียงเป็นระเบียบตามประเภท

ส่วนตัวแล้ว ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบรื้อบ่อยๆ และมีพื้นที่วางไม่มากนัก ชั้นวางแบบหมุนได้จะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าเน้นการจัดหมวดหมู่และมองเห็นได้ชัดเจนทุกขวด แบบขั้นบันไดก็น่าสนใจไม่แพ้กันนะ ลองดูที่ KitzYou เผื่อได้ไอเดียเพิ่มเติมไปปรับใช้ในครัวคุณ

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นแบบไหน สิ่งสำคัญคือมันช่วยให้เราหยิบเครื่องปรุงง่ายขึ้น ประหยัดเวลา และทำให้การทำอาหารสนุกขึ้นเยอะเลยล่ะ

หลายคนคงเคยเห็นแก้วน้ำสองชั้นมาบ้างแล้ว ด้วยดีไซน์ที่ดูดี และคุณสมบัติที่บอกว่าช่วยเก็บอุณหภูมิได้ดีเยี่ยม แต่รู้ไหมว่าแก้วสองชั้นแต่ละแบบก็ไม่ได้เก็บความร้อนความเย็นได้เท่ากันทั้งหมด?

บางทีเราเห็นแก้วสวยๆ ก็รีบซื้อมาใช้เลย พอเอาเข้าจริง น้ำแข็งละลายเร็วบ้าง กาแฟเย็นชืดไวบ้าง ก็เริ่มรู้สึกว่าทำไมมันไม่เหมือนที่คิดไว้เลยนะ?

จริงๆ แล้วปัจจัยสำคัญที่ทำให้แก้วสองชั้นเก็บอุณหภูมิได้ดีหรือไม่ดีเนี่ย มันอยู่ที่หลายอย่างเลยนะ ไม่ใช่แค่มีสองชั้นแล้วจะจบเลย

วัสดุ: แก้วสองชั้นมีทั้งแบบที่ทำจากแก้วบอโรซิลิเกตและแบบสเตนเลสสตีล ซึ่งแต่ละวัสดุก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไปในการกักเก็บอุณหภูมิ

ความหนาของชั้น: ความหนาของผนังแก้วก็มีส่วนช่วยในการเก็บความร้อนความเย็นได้ดีขึ้น

โครงสร้างช่องว่าง: ช่องว่างระหว่างชั้นที่ถูกออกแบบมาอย่างดี มีส่วนสำคัญในการเป็นฉนวนกันความร้อนไม่ให้ไหลเข้าออกง่ายๆ

ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจซื้อแก้วสองชั้นใบใหม่ ลองพิจารณาเรื่องเหล่านี้ดูสักนิด จะได้ไม่เสียเงินฟรีๆ แล้วได้แก้วที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงๆ ใครที่อยากรู้ลึกเรื่องการเลือกแก้วสองชั้นแบบละเอียดๆ สามารถ อ่านต่อได้ที่ KitzYou เลยนะ รับรองว่าได้ข้อมูลดีๆ กลับไปแน่นอน

ช่วงนี้หลายคนหันมาเป็นบาริสต้าที่บ้านกันเยอะขึ้น แต่พอจะเริ่มซื้ออุปกรณ์เท่านั้นแหละ งงเลยใช่ไหมคะว่าอะไรจำเป็น อะไรไม่จำเป็น? บอกเลยว่าไม่ต้องซื้อทุกอย่างที่มีในตลาดก็ทำกาแฟอร่อย ๆ ได้แล้ว

สำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มชงกาแฟเอง สิ่งที่ควรมีอันดับแรกเลยคือ เครื่องชงกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องชงเอสเพรสโซแบบมีแรงดัน หรือจะเป็นชุดดริปกาแฟง่าย ๆ ก็แล้วแต่สไตล์ที่ชอบเลยค่ะ

ต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เครื่องบดกาแฟ ถ้าอยากได้รสชาติกาแฟที่สดใหม่ การบดเมล็ดกาแฟเองก่อนชงคือหัวใจสำคัญเลยค่ะ เลือกแบบมือหมุนก็ประหยัดงบดี หรือถ้ามีงบก็ลงทุนกับเครื่องบดไฟฟ้าไปเลยก็ได้

ส่วนอุปกรณ์อื่น ๆ อย่างช้อนตวงกาแฟ หรือแทมเปอร์กาแฟ สำหรับบางคนก็จำเป็น แต่บางคนก็ใช้ช้อนธรรมดาหรือหาอย่างอื่นมาทดแทนได้ค่ะ ลองศึกษาเพิ่มเติมจาก คู่มือจาก KitzYou เพื่อดูว่าสไตล์การชงของคุณเหมาะกับอะไรมากที่สุดนะคะ

สรุปคือ ไม่ต้องรีบซื้อทุกอย่าง ค่อย ๆ เริ่มจากชิ้นที่จำเป็นจริง ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มอุปกรณ์ตามความชอบและงบประมาณ รับรองว่าได้กาแฟแก้วโปรดที่บ้านแน่นอนค่ะ

ถ้าใครชอบทำลูกชิ้น หมูยอ ไส้กรอกอีสานกินเองที่บ้าน คงรู้ว่าการบดเนื้อหมูให้ออกมาเนียนละเอียดแบบที่ต้องการได้ในรอบเดียวมันสำคัญมาก ไม่ต้องมาเสียเวลาบดซ้ำไปซ้ำมา เพราะนอกจากจะเหนื่อยแล้ว เนื้อที่ได้อาจไม่ถูกใจ

เวลาเลือกซื้อเครื่องบดหมูสำหรับใช้ในบ้าน สิ่งที่ต้องดูก่อนเลยคือ กำลังไฟ ถ้าเราบดเนื้อปริมาณไม่มาก หรือบดเนื้อไม่เหนียวมาก กำลังไฟไม่สูงมากก็พอ แต่ถ้าใครชอบบดเนื้อติดมัน เนื้อเหนียวๆ เยอะๆ เพื่อทำไส้กรอกอีสาน การเลือกเครื่องที่มีกำลังไฟสูงขึ้นมาหน่อยจะช่วยให้ทำงานได้เร็วและเนื้อเนียนกว่า

อีกจุดที่มองข้ามไม่ได้คือ หัวบดหรือใบมีด มันมีหลายขนาดนะ ถ้าอยากได้เนื้อละเอียดมากๆ ก็ต้องเลือกขนาดรูเล็กหน่อย แต่ถ้าชอบแบบหยาบๆ มีเท็กซ์เจอร์บ้าง ก็เลือกรูใหญ่ขึ้นมาหน่อย บางรุ่นมีหัวบดมาให้หลายขนาดเลย อันนี้ก็จะสะดวกหน่อยเวลาอยากเปลี่ยนเมนู

โครงสร้างของเครื่องก็สำคัญไม่แพ้กัน เลือกแบบที่แข็งแรง ทนทาน ทำความสะอาดง่าย วัสดุที่สัมผัสอาหารได้ต้องปลอดภัยนะ ลองดูรีวิวจากคนใช้จริงก่อนตัดสินใจซื้อก็ช่วยได้เยอะเลยนะ อย่างใน บทความเกี่ยวกับการเลือกเครื่องใช้ในครัว ก็มีข้อมูลดีๆ ให้พิจารณา

การลงทุนกับเครื่องบดหมูดีๆ สักตัวจะช่วยให้การทำอาหารสนุกขึ้นเยอะ และได้เนื้อสัมผัสที่ถูกใจทุกครั้งที่ทำแน่นอน

เวลาเลือกเหยือกน้ำมาใช้บนโต๊ะอาหาร หลายคนคงคิดไม่ตกเหมือนกันว่า ระหว่างพลาสติกกับแก้ว แบบไหนจะเหมาะกับบ้านเรามากกว่ากันนะ

ลองมาดูกันถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบที่เจอในชีวิตจริงดีกว่า จะได้ตัดสินใจง่ายขึ้น:

เรื่องคราบและกลิ่น: เหยือกพลาสติกบางทีก็มีปัญหาเรื่องคราบเหลือง หรือกลิ่นอาหารติดได้ง่าย ยิ่งถ้าใส่น้ำหวาน น้ำสมุนไพรบ่อยๆ ก็จะยิ่งเห็นชัด แต่เหยือกแก้วส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ล้างง่ายกว่า คราบไม่ค่อยเกาะ

ความทนทาน: อันนี้เหยือกพลาสติกได้เปรียบเต็มๆ ตกไม่แตก ไม่ต้องระวังมาก เหมาะกับบ้านที่มีเด็กๆ หรือคนซุ่มซ่าม แต่เหยือกแก้วต้องระวังเป็นพิเศษ ตกทีเดียวก็ไปแล้ว

การดูแลรักษา: เหยือกแก้วอาจจะล้างง่ายกว่า เพราะคราบไม่ค่อยติด แต่ก็ต้องระวังเรื่องแตก ส่วนเหยือกพลาสติกถึงแม้จะทนทาน แต่ถ้าล้างไม่สะอาด อาจมีคราบหรือเมือกเหนียวๆ เกาะได้

ความสวยงาม: อันนี้แล้วแต่สไตล์เลย เหยือกแก้วจะให้ความรู้สึกหรูหรา วางบนโต๊ะแล้วดูดี ส่วนเหยือกพลาสติกก็มีหลายดีไซน์ให้เลือก สีสันสดใส วางแล้วดูสนุกสนาน

สรุปแล้วก็ขึ้นอยู่กับความชอบและการใช้งานของแต่ละบ้านเลยค่ะ ถ้าเน้นความทนทาน ไม่ต้องระวังมาก พลาสติกก็ตอบโจทย์ แต่ถ้าอยากได้ความใสสะอาด ไร้คราบไร้กลิ่น เหยือกแก้วก็ดีกว่า ลองชั่งน้ำหนักดูว่าแบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณที่สุด หรืออ่านต่อที่ KitzYou เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย

เคยไหม ซื้อเครื่องบดหมูไฟฟ้ามาอย่างดี กะว่าจะทำลูกชิ้นกินเอง หรือจะลองทำไส้กรอกอีสานขายดูบ้าง แต่พอเริ่มบดไปได้ครึ่งทาง เครื่องก็ร้อนจัดจนต้องหยุดพัก แถมเนื้อก็ยังไม่ละเอียดเนียนอย่างที่คิด นั่นอาจเป็นเพราะเราเลือกเครื่องบดที่มีกำลังวัตต์ไม่เหมาะกับการใช้งานก็เป็นได้

การเลือกเครื่องบดหมูไฟฟ้า ไม่ได้ดูแค่ดีไซน์สวยอย่างเดียว แต่ต้องดูที่กำลังวัตต์เป็นหลัก เพราะกำลังวัตต์นี่แหละที่จะเป็นตัวกำหนดว่าเครื่องจะบดเนื้อได้ละเอียดแค่ไหน และจะทำงานต่อเนื่องได้นานแค่ไหนโดยไม่โอเวอร์ฮีทจนต้องหยุดพักกลางคัน

ถ้าตั้งใจจะบดหมูละเอียดมาก ๆ เพื่อทำลูกชิ้นที่ต้องการความเนียนเป็นพิเศษ หรือทำไส้กรอกอีสานที่ต้องคลุกเคล้าเนื้อให้เข้ากันดี เครื่องบดหมูที่มีกำลังวัตต์สูงกว่าย่อมตอบโจทย์ได้ดีกว่า เพราะมันมีแรงบดที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง ช่วยให้เนื้อออกมาละเอียดเนียนได้ตามต้องการโดยไม่ต้องเสียเวลาพักเครื่องบ่อย ๆ

ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกเครื่องบดหมูไฟฟ้าให้เหมาะกับการใช้งานของคุณได้ที่ เครื่องบดหมูไฟฟ้ากำลังวัตต์เท่าไหร่ถึงบดได้ละเอียด ไม่ร้อนหยุดกลางทาง เพื่อให้คุณได้เครื่องบดที่ตอบโจทย์การทำอาหารได้แบบไร้กังวล

เคยไหมที่ซื้อขวดโหลมาแล้วไม่ถูกใจ หรือใช้ไปไม่นานก็ต้องเปลี่ยนใหม่? เรื่องขวดโหลเก็บอาหารนี่ดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ แล้วมีรายละเอียดที่ต้องคิดเยอะเหมือนกันนะ ยิ่งเป็นของกินที่เราอยากถนอมรสชาติให้อยู่ได้นานๆ ยิ่งต้องเลือกให้ดี

เวลาจะเลือกซื้อขวดโหล ไม่ว่าจะเป็นแก้วหรือพลาสติก เราต้องดูก่อนว่าของที่เราจะเก็บคืออะไร อย่างน้ำพริก แยม หรือเครื่องเทศ พวกนี้มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

ขวดโหลแก้ว: ข้อดีคือทนทาน ไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร ไม่ดูดซับกลิ่นและสี ทำให้รักษากลิ่นรสของอาหารได้ดีเยี่ยม และยังทำความสะอาดง่ายด้วย แต่ข้อเสียคือหนักและแตกง่าย

ขวดโหลพลาสติก: ข้อดีคือน้ำหนักเบา ตกไม่แตกง่าย เหมาะกับการพกพาหรือสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กๆ แต่ข้อเสียคือพลาสติกบางชนิดอาจดูดซับกลิ่นและสีของอาหารได้ ทำให้รสชาติเปลี่ยนไปได้ง่ายกว่า และบางครั้งก็ทำความสะอาดยากกว่าด้วย

ถ้าเน้นเรื่องการรักษากลิ่นรสชาติให้อยู่ได้นานๆ สำหรับน้ำพริก แยม หรือเครื่องเทศ ที่มีกลิ่นแรงและละเอียดอ่อน ขวดโหลแก้วมักจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะมันเป็นกลาง ไม่ไปเปลี่ยนรสชาติของอาหาร แต่ถ้าเน้นความสะดวกสบายและปลอดภัย ขวดโหลพลาสติกเกรดดีๆ ก็ยังเป็นทางเลือกที่ใช้ได้เหมือนกันนะ ลองอ่านต่อเพื่อตัดสินใจได้ง่ายขึ้นที่ KitzYou เลย