สำหรับคนที่ชอบทำขนม โดยเฉพาะเค้ก คงรู้ดีว่าพิมพ์เค้กสำคัญไม่แพ้อุปกรณ์อื่นๆ เลยใช่ไหมคะ? บางทีเลือกพิมพ์ผิด ชีวิตเปลี่ยนเลยนะ! วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องวัสดุของพิมพ์เค้กยอดนิยม 3 แบบ คือ ซิลิโคน อะลูมิเนียม และเทฟลอน ว่าแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง จากประสบการณ์ตรงที่เคยใช้มาหลายแบบ
พิมพ์ซิลิโคน: เป็นที่นิยมมากช่วงหลังๆ เพราะใช้ง่าย ถอดขนมง่ายมากๆ ไม่ค่อยติด แถมล้างก็ง่าย พับเก็บได้ ประหยัดพื้นที่ดี แต่บางคนอาจจะรู้สึกว่าอบแล้วขนมอาจจะสุกไม่ทั่วถึงเท่าแบบอื่น เพราะซิลิโคนนำความร้อนไม่ดีเท่าโลหะ เวลากดหรือยกก็ต้องระวังหน่อย เพราะมันนิ่มมาก
พิมพ์อะลูมิเนียม: เป็นพิมพ์คลาสสิกที่บ้านไหนๆ ก็มีค่ะ ข้อดีคือทนทาน นำความร้อนได้ดี ทำให้ขนมสุกทั่วถึงและขึ้นฟูสวย แต่ข้อเสียคือถ้าไม่ได้ทาไขมันหรือรองกระดาษดีๆ ก็มีโอกาสที่ขนมจะติดพิมพ์ได้เหมือนกัน เวลาล้างก็อาจจะต้องออกแรงขัดบ้างถ้ามีคราบติดแน่น
พิมพ์เทฟลอน (เคลือบสารกันติด): อันนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีข้อดีเรื่องการกันติด ขนมถอดง่าย คล้ายๆ ซิลิโคนเลยค่ะ ล้างก็ง่าย แต่ข้อควรระวังคือสารเคลือบเทฟลอนอาจจะเสื่อมสภาพได้เมื่อใช้ไปนานๆ หรือถ้าใช้ภาชนะโลหะขูดขีด ก็อาจจะทำให้สารเคลือบหลุดร่อนได้ค่ะ
สรุปแล้วแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบแบบไหน และจะเอาไปอบขนมอะไรด้วย ลองชั่งใจดูว่าแบบไหนเหมาะกับสไตล์การทำขนมของคุณมากที่สุดนะคะ ใครอยากรู้ข้อมูลเจาะลึกแบบละเอียด พร้อมคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถ อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ เลยค่ะ
สำหรับคอกาแฟที่ชอบชงเองที่บ้าน คงรู้ดีว่าการตวงส่วนผสมให้แม่นยำมีผลต่อรสชาติมาก ๆ เลยใช่ไหมคะ แต่เครื่องมือตวงกาแฟสำหรับบาริสต้าโฮมเนี่ยก็มีให้เลือกตั้งหลายแบบ แล้วแบบไหนล่ะที่เหมาะกับเราที่สุด?
เริ่มต้นจาก แก้วช็อตตวง อันเล็ก ๆ ที่คุ้นเคยกันดี เหมาะสำหรับตวงปริมาณน้อย ๆ อย่างเอสเปรสโซช็อต แต่ความแม่นยำอาจจะไม่เท่าไหร่นัก เพราะสเกลค่อนข้างห่างและอ่านยาก ยิ่งถ้าต้องตวงหลาย ๆ ครั้ง อาจจะคลาดเคลื่อนได้ง่าย
ถัดมาคือ เหยือกตวง หรือคัพตวง ตัวนี้ใช้งานง่ายขึ้นมาหน่อย มีสเกลที่ชัดเจนกว่าแก้วช็อต เหมาะสำหรับตวงน้ำหรือนมในปริมาณที่เยอะขึ้นมาอีกนิด แต่ก็ยังมีความคลาดเคลื่อนจากสายตาได้อยู่ดี โดยเฉพาะถ้าต้องตวงวัตถุดิบอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ของเหลว
สุดท้ายที่แม่นยำที่สุดก็ต้องยกให้ ตาชั่งดิจิทัล เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟบด น้ำ หรือนม ก็สามารถชั่งน้ำหนักได้อย่างละเอียด ทำให้ได้รสชาติที่สม่ำเสมอทุกครั้งที่ชง ใครที่ซีเรียสเรื่องความเป๊ะของรสชาติกาแฟ ตัวนี้ตอบโจทย์ที่สุดค่ะ
แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ลองพิจารณาดูว่าสไตล์การชงของคุณเหมาะกับแบบไหนที่สุด เพื่อให้ได้กาแฟแก้วโปรดที่อร่อยลงตัวทุกวันค่ะ ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าอุปกรณ์แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง อ่านต่อได้ที่นี่เลยค่ะ
หลายคนคงเคยมีประสบการณ์เลือกผ้าเช็ดครัวผิดมาบ้าง แรกๆ ก็คิดว่าอันไหนก็เหมือนกัน แต่พอใช้ไปจริงๆ จะรู้เลยว่ามันต่างกันมากนะ ผ้าเช็ดครัวเนี่ย ถ้าเลือกไม่ดี แทนที่จะช่วยให้งานครัวง่ายขึ้น กลับเพิ่มความหงุดหงิดซะงั้น
หลักๆ ที่เราเห็นกันบ่อยๆ ก็จะมีผ้าเช็ดครัวไมโครไฟเบอร์กับผ้าคอตตอน ซึ่งทั้งสองแบบนี้มีข้อดีข้อเสียต่างกันชัดเจนเลย
– การซับน้ำ: ไมโครไฟเบอร์จะเด่นเรื่องนี้มาก ซับน้ำได้ดีเยี่ยมและแห้งเร็ว เหมาะกับการเช็ดคราบน้ำ เช็ดจานชามให้แห้งสนิท ส่วนคอตตอนก็ซับน้ำได้ดีเหมือนกัน แต่อาจจะช้ากว่าและอมน้ำมากกว่า ทำให้แห้งช้ากว่า
– การทิ้งขน: จุดนี้ไมโครไฟเบอร์มักจะทำได้ดีกว่า แทบไม่ทิ้งขนเลย เหมาะกับการเช็ดแก้ว หรือภาชนะที่ต้องการความใสสะอาด ส่วนคอตตอนบางชนิดอาจจะมีปัญหาเรื่องขนติดได้ โดยเฉพาะตอนที่ยังใหม่ๆ หรือคุณภาพไม่ดี
– ความทนทานและการดูแล: ผ้าคอตตอนส่วนใหญ่จะทนทาน ซักเครื่องได้สบายๆ ยิ่งซักบ่อยๆ ก็ยิ่งนุ่ม แต่ไมโครไฟเบอร์ก็ทนเหมือนกัน แต่ต้องระวังเรื่องการใช้ความร้อนสูงในการซักหรืออบ เพราะอาจจะทำให้เส้นใยเสียหายได้
สรุปคือ ถ้าเน้นการซับน้ำเร็ว เช็ดคราบให้แห้งสะอาดหมดจด และไม่ทิ้งขน ผ้าเช็ดครัวไมโครไฟเบอร์คือตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าชอบความคลาสสิก นุ่มสบายมือ และไม่ซีเรียสเรื่องขนบ้างเล็กน้อย ผ้าคอตตอนก็ตอบโจทย์ได้ดีเหมือนกัน
ลองพิจารณาจากลักษณะการใช้งานในครัวของคุณดูว่าแบบไหนตอบโจทย์มากกว่ากัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกบ่อยๆ ถ้าอยากรู้รายละเอียดเชิงลึกและข้อเปรียบเทียบจากประสบการณ์จริง ลอง อ่านต่อ ได้เลย
หลายคนชอบทำขนมที่บ้าน แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมเค้กที่อบออกมาหน้าตาไม่เหมือนของร้านเป๊ะ ๆ ทั้งที่สูตรเดียวกันเป๊ะ? หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หลายคนมองข้ามก็คือ 'พิมพ์เค้ก' นี่แหละครับ
พิมพ์แต่ละแบบให้ผลกับขนมต่างกันชัดมาก ทั้งเรื่องสีและความสุก ลองมาดูกันว่าพิมพ์ยอดนิยม 3 แบบมีอะไรบ้าง และเหมาะกับขนมแบบไหน:
– พิมพ์ซิลิโคน: ข้อดีคือหยิบจับง่าย ขนมไม่ค่อยติดพิมพ์ แกะออกจากพิมพ์ง่ายดาย แต่ข้อควรระวังคือมันไม่ค่อยนำความร้อนเท่าไหร่ ทำให้เค้กหรือขนมบางชนิดอาจไม่ค่อยได้สีน้ำตาลสวยเท่าที่ควร แถมเนื้อขนมอาจจะนุ่มนิ่มกว่าปกติหน่อย
– พิมพ์อลูมิเนียม: นี่คือพิมพ์ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยและใช้กันเยอะ เพราะนำความร้อนได้ดี ทำให้ขนมสุกทั่วถึงและได้สีสวยกำลังดี ที่สำคัญคือราคาไม่แพงมาก หาซื้อง่ายด้วย เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับขนมได้หลากหลายชนิดมากๆ
– พิมพ์เหล็กหล่อ: พิมพ์แบบนี้จะหนักและทนทานเป็นพิเศษ เก็บความร้อนได้ดีเยี่ยม ทำให้ขนมที่อบออกมาได้สีเข้มสวยงาม เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน แต่ก็ต้องระวังเรื่องการดูแลรักษาเป็นพิเศษ เพราะอาจเป็นสนิมได้ถ้าไม่เช็ดให้แห้งสนิทหลังล้าง
จะเห็นว่าพิมพ์แต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกัน ถ้าอยากได้ขนมที่สีสวยสม่ำเสมอ พิมพ์อลูมิเนียมก็เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ หรือถ้าอยากได้ขนมที่เนื้อกรอบนอกนุ่มใน พิมพ์เหล็กหล่อก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ส่วนพิมพ์ซิลิโคนก็เหมาะกับขนมที่เน้นความง่ายในการแกะ
ก่อนจะตัดสินใจซื้อพิมพ์ใหม่ ลองอ่านเรื่อง วิธีเลือกพิมพ์เค้กอบขนม เพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่าได้พิมพ์ที่เหมาะกับขนมที่คุณอยากทำที่สุดนะครับ
เวลาเลือกถาดเสิร์ฟอาหาร ไม่ใช่แค่ดีไซน์อย่างเดียวที่ต้องดู แต่เรื่องวัสดุสำคัญไม่แพ้กันเลยนะ เพราะแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ยิ่งถ้าใช้บ่อยๆ ในครัวเรือนหรือร้านอาหารเล็กๆ เนี่ย การเลือกให้ถูกจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้เยอะเลย
ลองมาดูกันว่าถาดแต่ละแบบรับมืออะไรได้บ้าง:
– ถาดไม้: สวย คลาสสิก ให้ความรู้สึกอบอุ่น ถ่ายรูปสวยแน่นอน แต่เรื่องความทนทานต่อคราบและของร้อนจัดอาจจะต้องระวังเป็นพิเศษ ถ้ามีคราบน้ำแกงหกใส่แล้วทิ้งไว้นานๆ หรือวางหม้อร้อนๆ ลงไปตรงๆ ไม้อาจจะดูดซับคราบหรือเสียหายได้ง่ายกว่าวัสดุอื่น ควรทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งทันที
– ถาดเมลามีน: เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับร้านอาหาร เพราะทนทาน ใช้งานง่าย น้ำหนักเบา รับมือกับรอยขีดข่วนได้ดีในระดับหนึ่ง แต่กับความร้อนจัดๆ เช่น วางกะทะร้อนๆ ลงไปตรงๆ ก็อาจจะทำให้ถาดเสียรูปหรือเกิดรอยไหม้ได้เหมือนกัน ส่วนเรื่องคราบสกปรก ถ้าเป็นคราบแกงจัดๆ ก็อาจจะติดค้างได้บ้างถ้าไม่รีบล้าง
– ถาดสเตนเลส: แข็งแรง ทนทานของจริง ทนความร้อนได้ดีเยี่ยม จะวางหม้อร้อนๆ ก็ไม่ต้องกังวลมากนัก คราบสกปรกก็ล้างออกง่ายมากๆ ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องคราบฝังแน่น เหมาะกับการใช้งานหนักๆ และต้องการความสะอาดสูงๆ แต่ข้อเสียคือน้ำหนักอาจจะมากกว่าแบบอื่น และถ้าเป็นรอยขีดข่วนก็จะเห็นชัดหน่อย
สรุปง่ายๆ คือ ถ้าเน้นสวยงาม ใช้งานเบาๆ ถาดไม้ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าใช้หนักหน่อย เน้นความทนทานและดูแลรักษาง่าย วิธีเลือกถาดเสิร์ฟอาหาร ควรพิจารณาเมลามีนหรือสเตนเลสจะตอบโจทย์กว่าเยอะเลย
สำหรับคนรักกาแฟที่ชอบชงเองที่บ้าน คงเคยเจอคำถามว่า “จะเลือก Drip Bag หรือ กาแฟแคปซูลดีนะ?” เพราะทั้งสองแบบก็ตอบโจทย์ความสะดวกสบายได้ไม่ต่างกัน แต่พอลงรายละเอียดจริงๆ มีหลายจุดที่ต้องเอามาเทียบกันก่อนตัดสินใจ
ลองมาดูกันว่าแต่ละแบบมีข้อดีข้อด้อยอะไรบ้าง:
– ความสะดวก: ทั้ง Drip Bag และกาแฟแคปซูล ชงง่ายและใช้เวลาไม่นาน แต่กาแฟแคปซูลอาจจะเร็วกว่านิดหน่อย เพราะแค่กดปุ่มเครื่องชง
– รสชาติและกลิ่น: Drip Bag มักจะให้รสชาติและกลิ่นที่หลากหลายกว่า ขึ้นอยู่กับเมล็ดกาแฟที่เลือกใช้ เหมือนการชงกาแฟดริปแบบง่ายๆ ส่วนกาแฟแคปซูลรสชาติจะค่อนข้างสม่ำเสมอในแต่ละแคปซูล
– ต้นทุน: โดยรวมแล้ว Drip Bag มักจะมีต้นทุนต่อแก้วที่ถูกกว่ากาแฟแคปซูล เพราะไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องชงราคาแพงเท่าเครื่องชงกาแฟแคปซูล
– ขยะ: เรื่องนี้ก็สำคัญ Drip Bag จะมีขยะเป็นถุงกระดาษและซองฟอยล์เล็กน้อย ส่วนแคปซูลกาแฟจะมีขยะเป็นแคปซูลพลาสติกหรืออะลูมิเนียม ซึ่งบางยี่ห้อก็สามารถรีไซเคิลได้
สรุปแล้ว การจะเลือกแบบไหนดีขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว งบประมาณ และความใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม ถ้าคุณชอบความหลากหลายของรสชาติและกลิ่นกาแฟ พร้อมกับการควบคุมกระบวนการชงเล็กน้อย Drip Bag อาจจะเป็นตัวเลือกที่ใช่ แต่ถ้าเน้นความรวดเร็ว สะดวก และรสชาติที่สม่ำเสมอ กาแฟแคปซูลก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่แพ้กัน ลองอ่านต่อเพื่อเจาะลึกรายละเอียดและเปรียบเทียบแบบจัดเต็มได้ที่ KitzYou เลยค่ะ
ใครทำอาหารบ่อยๆ น่าจะรู้ว่ามีดเป็นของสำคัญที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่มันคมกริบพร้อมใช้งาน แต่เรื่องสุขอนามัยก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าเก็บไม่ดี อาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ง่ายๆ เลยค่ะ
เวลาเลือกที่เก็บมีด สิ่งแรกที่นึกถึงคงหนีไม่พ้นเรื่องของวัสดุ ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป:
– ที่เสียบมีดไม้: ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นธรรมชาติ แต่ก็ต้องระวังเรื่องความชื้นเป็นพิเศษ เพราะถ้าไม้ชื้นง่าย เชื้อราอาจมาเยือนได้
– ที่เสียบมีดพลาสติก: หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง แต่บางรุ่นอาจระบายอากาศไม่ดี ทำให้มีดที่เปียกชื้นอยู่แล้วอับและเป็นสนิมได้
– ที่เสียบมีดแบบแม่เหล็ก: อันนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะนอกจากจะจัดระเบียบมีดได้สวยงามแล้ว ยังช่วยให้มีดแห้งเร็ว ระบายอากาศได้ดี ลดการสะสมเชื้อโรคไปได้เยอะเลยค่ะ
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่ามันระบายอากาศได้ดี และไม่กักเก็บความชื้น เพราะความชื้นนี่แหละตัวการหลักที่ทำให้เกิดสนิมและเชื้อโรคค่ะ ส่วนวิธีดูแลก็ง่ายๆ แค่เช็ดมีดให้แห้งสนิทก่อนเก็บ และหมั่นทำความสะอาดที่เสียบมีดเป็นประจำ เท่านี้มีดก็จะคมกริบ ปลอดภัย พร้อมใช้งานเสมอแล้วค่ะ ถ้าอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกที่เสียบมีด ลองอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่
เคยสังเกตไหมว่าหม้อด้ามใบเล็ก ๆ ที่หลายคนมีติดบ้าน ไม่ได้มีไว้แค่อุ่นซอสฝรั่งอย่างเดียว? จริง ๆ แล้วหม้อแบบนี้ทำเมนูไทยได้สารพัดเลยนะ ไม่ว่าจะต้ม ผัด แกง ทอด ก็เอาอยู่หมด
เวลาเราจะเลือกซื้อหม้อด้ามสักใบ สิ่งแรก ๆ ที่ต้องดูก็คือขนาด ลองคิดดูว่าเราจะเอาไปทำอะไรบ่อย ๆ ทำกินคนเดียวหรือทำเผื่อหลายคน ถ้าทำแค่เมนูเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ต้มมาม่า ชงกาแฟ หรือทำน้ำจิ้ม ขนาดเล็ก ๆ ก็พอแล้ว แต่ถ้าอยากเอาไปทำแกง หรือผัดอะไรที่ต้องใช้พื้นที่หน่อย ก็อาจจะขยับไซส์ขึ้นมาอีกนิด
ส่วนเรื่องวัสดุ ก็มีให้เลือกหลายแบบเลย ทั้งสเตนเลสสตีลที่ทนทาน ทำความสะอาดง่าย หรือแบบเคลือบสารกันติดที่เหมาะกับการทอดหรือผัดที่ไม่ต้องการให้น้ำมันเยอะ บางคนอาจจะชอบแบบอลูมิเนียมเพราะน้ำหนักเบา ร้อนเร็ว เลือกให้เหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นหม้อซอส หม้อด้าม หรือหม้อใบเล็กแบบไหน ถ้าเลือกใช้ให้ถูกกับงาน ก็ช่วยให้การทำอาหารของเราง่ายขึ้นเยอะเลยนะ อยากรู้ว่าหม้อแบบไหนเหมาะกับเมนูอะไรบ้าง อ่านต่อ แล้วจะรู้ว่าหม้อใบจิ๋วก็เด็ดได้!
หลายคนบ่นเรื่องกลิ่นขยะในครัว หรือมีแมลงวันตอมบ่อย ๆ ทั้งที่ก็ล้างถังขยะอยู่เรื่อย ๆ ปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่ความสะอาดอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเลือกถังขยะตั้งแต่แรกเลยต่างหาก
หัวใจสำคัญของการลดกลิ่นและกันแมลงวัน คือ “ฝาปิด” ที่ต้องสนิทจริง ๆ ไม่ใช่แค่มีฝา แต่ต้องเป็นฝาที่ปิดได้แน่นหนา ไม่เปิดช่องให้กลิ่นเล็ดลอดหรือแมลงวันเข้าไปวางไข่ได้ง่าย ๆ
วัสดุของถังขยะก็สำคัญไม่แพ้กัน:
– พลาสติก: เป็นที่นิยมเพราะราคาไม่แพง มีให้เลือกหลายแบบ แต่ถ้าเป็นพลาสติกคุณภาพต่ำ อาจจะเก็บกลิ่นได้ง่าย ทำให้ต้องล้างบ่อยขึ้น หรืออาจจะต้องเปลี่ยนใหม่เร็วกว่าที่คิด
– สแตนเลส: เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับครัว เพราะผิวเรียบ ล้างทำความสะอาดง่าย ไม่ค่อยดูดซับกลิ่น และทนทานต่อการกัดกร่อน ทำให้ไม่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ง่าย เหมาะสำหรับครัวที่ทิ้งเศษอาหารเป็นประจำ
นอกจากเรื่องวัสดุแล้ว ขนาดของถังขยะก็ควรเหมาะสมกับปริมาณขยะที่เราทิ้งในแต่ละวันด้วย ถ้าเลือกถังใหญ่ไป ขยะก็จะค้างนานกว่าจะเต็ม ทำให้มีเวลาก่อกลิ่นได้มากขึ้น แต่ถ้าเล็กไป ก็ต้องทิ้งบ่อยเกินไปจนไม่สะดวก
การลงทุนกับถังขยะดี ๆ ที่มีฝาปิดสนิทและวัสดุที่เหมาะสม จะช่วยให้ครัวของคุณสะอาด ไร้กลิ่นกวนใจ และลดปัญหาแมลงวันได้เยอะเลยค่ะ ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม ลองไปอ่านฉบับเต็มเรื่องการเลือกถังขยะได้ที่ KitzYou เลยนะคะ
เคยไหมที่ต้องเจอกับฝาขวดที่แน่นจนเปิดไม่ออก หรือกระป๋องที่ต้องใช้แรงเยอะจนเมื่อยมือ? บางทีอุปกรณ์เล็กๆ อย่างที่เปิดขวดหรือที่เปิดกระป๋องนี่แหละ ที่เป็นตัวตัดสินว่ามื้อนั้นจะราบรื่นแค่ไหน
เวลาเลือกซื้อ หลายคนอาจมองข้ามไป คิดว่าอันไหนก็เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้ววัสดุ การออกแบบ หรือแม้แต่ขนาด ก็มีผลต่อการใช้งานทั้งนั้นค่ะ ถ้าเลือกผิด อาจจะต้องทนเจ็บมือทุกครั้งที่เปิด หรืออุปกรณ์พังเร็วต้องซื้อใหม่บ่อยๆ ก็เป็นได้
ของที่ใช้ในครัวควรจะทนทาน ใช้งานง่าย และไม่ทำให้เราต้องออกแรงเกินจำเป็น อย่างที่เปิดขวดน้ำ ที่เปิดกระป๋องอาหาร หรือแม้แต่ที่เปิดขวดไวน์ ก็มีหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบมือหมุน แบบคันโยก หรือแบบที่ออกแบบมาให้จับถนัดมือเป็นพิเศษ ลองคิดดูว่าเราใช้งานแบบไหนบ่อยที่สุด แล้วเลือกที่ตอบโจทย์ตรงนั้น
การลงทุนกับอุปกรณ์เล็กๆ ที่มีคุณภาพดี จะช่วยให้การทำครัวสะดวกสบายขึ้นเยอะเลยค่ะ ไม่ต้องเสียเวลามานั่งงัดแงะให้หงุดหงิดใจอีกต่อไป ใครอยากดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่ามีที่เปิดขวดหรือที่เปิดกระป๋องแบบไหนน่าสนใจบ้าง ลอง อ่านฉบับเต็มที่ KitzYou ได้เลยค่ะ มีข้อมูลดีๆ ที่จะช่วยให้เลือกของใช้ในครัวได้ถูกใจแน่นอน