KitzYou รีวิวเครื่องครัว

รีวิวเครื่องครัว บทความเรื่องครัว และไอเดียเลือกของใช้ในครัวจาก KitzYou.com สำหรับคนที่อยากจัดครัวให้น่าใช้และเลือกสินค้าได้คุ้มค่า

ช่วงนี้เห็นแก้วกาแฟสเตนเลสแบบเก็บความร้อนสองชั้นเยอะมากเลยค่ะ บางคนก็ใช้แทนแก้วเซรามิกที่บ้านไปเลย สงสัยเหมือนกันว่ามันจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วมันดีกว่าแก้วเซรามิกที่เราใช้อยู่ทุกวันจริง ๆ เหรอ

เท่าที่ลองใช้มาสักพัก ส่วนตัวคิดว่ามันขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการดื่มกาแฟของเราเลยค่ะ ถ้าปกติเป็นคนชงกาแฟร้อนแล้วดื่มหมดแก้วในเวลาไม่กี่นาที แก้วเซรามิกธรรมดาก็ยังตอบโจทย์อยู่นะคะ เพราะมันให้ฟีลลิ่งของการถือแก้วอุ่น ๆ ในมือได้ดีกว่า ได้สัมผัสความร้อนจากแก้วโดยตรง ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการดื่มกาแฟร้อนเลย

แต่ถ้าคุณเป็นสายจิบกาแฟไปทำงานไป ค่อย ๆ ดื่ม หรือชอบชงกาแฟทีเดียวแล้วปล่อยทิ้งไว้สักพัก แก้วสเตนเลสเก็บความร้อนนี่แหละค่ะคือตัวช่วยที่ดี มันช่วยรักษาอุณหภูมิของกาแฟให้อุ่นได้นานขึ้นจริง ๆ ไม่ต้องกลัวว่ากาแฟจะเย็นชืดก่อนดื่มหมด และที่สำคัญคือมันจับได้ไม่ร้อนมือเลยค่ะ

อีกเรื่องที่เห็นได้ชัดคือเรื่องความทนทาน แก้วสเตนเลสมันตกไม่แตกค่ะ ต่างจากแก้วเซรามิกที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ถ้าที่บ้านมีเด็ก ๆ หรือสัตว์เลี้ยงวิ่งเล่นบ่อย ๆ แก้วสเตนเลสก็เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าเยอะเลย ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก คู่มือจาก KitzYou เพื่อตัดสินใจว่าแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุดนะคะ

สรุปแล้ว ไม่ได้มีอะไรดีกว่ากันแบบเด็ดขาดหรอกค่ะ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่ากัน ถ้าเป็นคนดื่มกาแฟแบบรวดเร็ว ไม่เน้นเก็บความร้อนนาน ๆ แก้วเซรามิกก็ยังเป็นตัวเลือกคลาสสิกที่ดี แต่ถ้าอยากให้กาแฟอุ่นได้นานขึ้น ทนทาน ไม่ต้องกลัวแตก แก้วสเตนเลสเก็บความร้อนก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ เลยค่ะ

หลายคนอาจจะคิดว่าเครื่องปั่นมีไว้ทำสมูทตี้ หรือปั่นน้ำผลไม้แค่นั้นใช่ไหมคะ? แต่จริงๆ แล้วเครื่องปั่นเดี๋ยวนี้ทำได้มากกว่าที่คุณคิดเยอะเลย โดยเฉพาะใครที่ชอบทำอาหารไทย ทำกับข้าวเองที่บ้าน การมีเครื่องปั่นดีๆ สักตัวนี่ช่วยทุ่นแรงไปได้เยอะมากเลยนะ

ปัญหาคลาสสิกของคนทำอาหารคือ อยากได้เครื่องปั่นที่บดพริกแกงได้เนื้อละเอียดเนียนกริบ แบบไม่ต้องมานั่งตำเองให้เมื่อย แต่ก็กลัวซื้อมาแล้วไม่ตรงปก ใช้ไปใช้มาได้แค่ปั่นน้ำแข็ง ซึ่งบอกเลยว่าต้องดูดีๆ ค่ะ เพราะเครื่องปั่นแต่ละรุ่นก็มีกำลังไฟและดีไซน์ใบมีดต่างกัน

– กำลังมอเตอร์: อันนี้สำคัญมาก ถ้าอยากบดพริกแกง บดเนื้อ หรือทำซอสข้นๆ มอเตอร์ต้องแรงจริงค่ะ สังเกตจากค่าวัตต์ที่ระบุ ยิ่งสูงยิ่งดี

– ใบมีด: เลือกแบบที่คม ทนทาน และออกแบบมาให้ปั่นวัตถุดิบแข็งๆ ได้ดี บางรุ่นมีหลายใบมีด หรือมีดีไซน์พิเศษที่ช่วยให้การปั่นละเอียดขึ้น

– โถปั่น: วัสดุต้องแข็งแรง ทนทาน และที่สำคัญคือต้องทำความสะอาดง่ายด้วย

ถ้าเลือกถูกสเปก รับรองว่าได้เครื่องปั่นคู่ใจมาช่วยงานครัวได้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นบดพริกแกง โขลกเครื่องปรุง ทำซอสสปาเกตตี หรือแม้แต่นวดแป้งบางอย่างก็ยังได้เลยค่ะ เรียกว่าซื้อครั้งเดียวคุ้มค่า ไม่ต้องมีหลายเครื่องให้เปลืองพื้นที่ครัว

สำหรับใครที่ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกเครื่องปั่นแบบไหนดี ลองดู บทความเกี่ยวกับการเลือกเครื่องปั่นอเนกประสงค์ เพิ่มเติมได้นะคะ จะช่วยให้คุณเลือกได้ตรงใจแน่นอนค่ะ

หลายคนอาจจะนึกถึงกระทะเทฟลอนก้นลึกแค่สำหรับผัด ๆ ทอด ๆ แต่วันนี้อยากชวนให้ลองเปลี่ยนความคิดดูครับ กระทะทรงนี้มีดีกว่าที่คิดเยอะมาก โดยเฉพาะกับเมนูอาหารไทยของเรา

ด้วยความที่มันก้นลึก และมีสารเคลือบกันติดอย่างเทฟลอน ทำให้การทำอาหารง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องกลัวติดก้นกระทะ ไม่ต้องใช้น้ำมันเยอะ และที่สำคัญคือล้างทำความสะอาดง่ายมาก

เมนูไทยที่ทำได้ก็หลากหลาย ตั้งแต่ผัดพื้นฐานอย่างผัดกะเพรา ผัดฉ่า ไปจนถึงเมนูน้ำ ๆ อย่างต้มยำ แกงเขียวหวาน หรือแกงส้มก็ยังได้ ด้วยรูปทรงที่ลึก ทำให้ใส่วัตถุดิบและน้ำแกงได้เยอะ ไม่ต้องกลัวหกเลอะเทอะ เวลากวนหรือคนก็สะดวกกว่ากระทะทรงแบนเยอะเลยครับ

ส่วนตัวผมเองก็เพิ่งค้นพบว่ากระทะใบเดียวมันตอบโจทย์ได้ขนาดนี้ หลังจากลองปรับวิธีใช้ดู ลองใช้ผัด ใช้ต้ม ใช้แกงสลับกันไปมา กลายเป็นว่าหยิบกระทะใบนี้น้อยลงมาก ถ้าใครกำลังมองหาวิธีเลือกกระทะก้นลึก เทฟลอน เมนูไทยดี ๆ สักใบติดครัว ผมว่ากระทะเทฟลอนก้นลึกนี่แหละคือคำตอบ

ถ้าใครชอบดื่มโกโก้เข้ม ๆ หอม ๆ เหมือนที่ร้านกาแฟ แต่พอมาลองชงเองที่บ้านทำไมรสชาติมันไม่เหมือนกันนะ? จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่เราเข้าใจความต่างของ “ผงโกโก้แท้” กับ “โกโก้ปรุงสำเร็จ” ก็เลือกใช้ได้ถูกใจแล้ว

ผงโกโก้แท้: อันนี้คือผงโกโก้ 100% ที่ไม่ได้มีการเติมส่วนผสมอื่น ๆ ลงไปเลย รสชาติจะออกขม มีความฝาดเล็กน้อย และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากคุมรสชาติและระดับความหวานเอง หรือจะเอาไปทำขนมก็ได้ โกโก้แท้เวลาชงจะต้องการการคนหรือชงกับน้ำร้อนให้ละลายดีก่อน เพราะบางทีผงอาจจะเกาะตัวเป็นก้อนได้ และต้องเติมน้ำตาลหรือนมเพิ่มเองตามชอบ ข้อดีคือเราจะปรับความเข้มข้นได้เต็มที่ อยากได้เข้มมากก็ใส่เยอะหน่อย อยากได้หวานน้อยก็ลดน้ำตาลลงได้เลย

โกโก้ปรุงสำเร็จ: ส่วนใหญ่แล้วโกโก้ประเภทนี้จะมีการผสมน้ำตาล ครีมเทียม หรือนมผงมาให้เรียบร้อยแล้ว แค่ฉีกซองเทน้ำร้อนก็พร้อมดื่มได้เลย สะดวก รวดเร็ว รสชาติจะออกหวานนำและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ตามสไตล์ของแต่ละแบรนด์ ข้อเสียคือเราไม่สามารถปรับความหวานหรือความเข้มข้นได้มากเท่าผงโกโก้แท้ เหมาะสำหรับวันที่เร่งรีบ หรือคนที่ชอบความง่าย ไม่ยุ่งยาก

สรุปแล้ว ถ้าอยากได้โกโก้รสชาติเข้มข้น หอมเหมือนไปนั่งที่ร้านกาแฟจริงๆ แนะนำให้ลองใช้ผงโกโก้แท้ดู แล้วค่อยๆ ปรับความหวานและความเข้มข้นตามใจชอบ นี่แหละเคล็ดลับที่จะทำให้โกโก้แก้วโปรดของเราอร่อยไม่แพ้ที่ไหนๆ เลยล่ะ ลองดูเคล็ดลับและข้อมูลดีๆ เพิ่มเติมเรื่องการชงโกโก้ได้ที่ KitzYou นะ

เวลาเข้าครัวเตรียมวัตถุดิบ หลายคนคงเคยสงสัยว่า “มีดปอกผลไม้” กับ “ที่ปอกเปลือกผัก” มันใช้ต่างกันยังไง แล้วอันไหนเหมาะกับงานแบบไหนกันแน่?

จะว่าไป อุปกรณ์สองอย่างนี้มันก็มีหน้าที่หลักคล้ายกันคือ “ปอกเปลือก” แต่การออกแบบและวิธีใช้งานก็ต่างกันพอสมควรนะ

– มีดปอกผลไม้: ส่วนใหญ่เป็นมีดขนาดเล็ก คมบาง ปลายแหลม เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดอ่อน อย่างการปอกเปลือกผลไม้เนื้อนิ่ม เช่น มะม่วงสุก มะละกอ หรือจะคว้านเมล็ดออกก็ทำได้ดี ตัวมีดบังคับทิศทางได้ง่าย ทำให้เราสามารถปอกตามส่วนโค้งเว้าของผลไม้ได้ดีกว่า ไม่เสียเนื้อเยอะ

– ที่ปอกเปลือกผัก: หน้าตาจะต่างออกไป มีใบมีดที่ออกแบบมาให้ขนานไปกับพื้นผิวของผักหรือผลไม้ มีทั้งแบบใบมีดตายตัวและแบบหมุนได้ (Swivel Peeler) เหมาะกับการปอกผักที่มีรูปร่างยาวหรือกลม เช่น แตงกวา แครอท มันฝรั่ง หรือแอปเปิล ข้อดีคือปอกได้เร็ว เปลือกบางสม่ำเสมอ และปลอดภัยกว่าสำหรับมือใหม่ เพราะโอกาสบาดมือน้อยกว่ามีด

การเลือกซื้อก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเลือกแบบที่จับถนัดมือ ใบมีดคมกริบ วัสดุดี ล้างทำความสะอาดง่าย ถ้าอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกซื้ออุปกรณ์ปอกเปลือกให้เหมาะกับการใช้งานในครัว ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://kitzyou.com/articles/164-buying-guide-kitchen-tools/ จะช่วยให้คุณเลือกได้ถูกใจและใช้งานได้ยาวนานเลยล่ะ

สำหรับคนชอบทำขนม หรืออบอะไรในเตาอบบ่อยๆ น่าจะคุ้นเคยกับกระดาษรองอบกับแผ่นรองอบซิลิโคนเป็นอย่างดี เพราะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ขนมไม่ติดถาด แถมยังช่วยให้ถาดอบของเราสะอาดขึ้นเยอะ แต่จะเลือกใช้อะไรดีล่ะ?

จากประสบการณ์จริง กระดาษรองอบนี่ใช้งานง่าย สะดวก ใช้แล้วทิ้งได้เลย ไม่ต้องมานั่งล้าง เหมาะกับวันที่เร่งรีบ หรือทำขนมเยอะๆ แล้วขี้เกียจล้าง แต่อาจจะต้องซื้อบ่อยหน่อยเปลืองเหมือนกันนะ

ส่วนแผ่นรองอบซิลิโคน อันนี้ลงทุนครั้งเดียวใช้ได้นานมากๆ คุ้มค่าในระยะยาว แถมยังทนความร้อนได้ดีเยี่ยม ยืดหยุ่น ไม่ต้องกลัวขาดเหมือนกระดาษ แต่ก็ต้องมีเวลาล้างทำความสะอาดหน่อยหลังใช้งาน ใครที่อบขนมเป็นประจำอยู่แล้ว แผ่นซิลิโคนนี่ตอบโจทย์มากเลย

โดยรวมแล้ว ถ้าใครทำขนมไม่บ่อย หรืออยากได้ความสะดวกสบาย ใช้แล้วทิ้ง ก็เลือกกระดาษรองอบได้เลย แต่ถ้าทำเป็นประจำ และอยากได้ความคุ้มค่าในระยะยาว แผ่นรองอบซิลิโคนก็เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ลองดูรายละเอียดเปรียบเทียบจากหน้างานจริงเพิ่มเติมได้ที่ KitzYou เลยนะ จะได้ตัดสินใจถูกว่าแบบไหนเหมาะกับเราที่สุด

เดี๋ยวนี้เดินเข้าแผนกเครื่องครัวทีไร ต้องเจอ “กล่องถนอมอาหารสุญญากาศ” วางเด่นแข่งกับกล่องทั่วไปเสมอ หลายคนคงสงสัยว่ามันดีกว่ากล่องธรรมดาจริงเหรอ หรือเป็นแค่การตลาดที่ทำให้เราต้องจ่ายแพงขึ้น?

หลักการของกล่องสุญญากาศคือการดูดอากาศออกไปให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งช่วยชะลอการเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา ทำให้ยืดอายุอาหารได้นานขึ้นกว่าเดิม

– เนื้อสัตว์และอาหารทะเล: กลุ่มนี้เห็นผลชัดเจนที่สุด เพราะการสัมผัสอากาศน้อยลงช่วยลดการออกซิเดชันและลดการเน่าเสีย ยืดอายุได้เป็นเท่าตัวเลย

– ผักผลไม้สด: ช่วยให้ผักยังคงความกรอบและผลไม้ไม่เหี่ยวเร็ว แต่ก็ต้องดูชนิดด้วยนะ บางอย่างก็ไม่เหมาะกับการอยู่ในสุญญากาศนานๆ เช่น กล้วย หรืออะโวคาโดที่สุกแล้ว

– อาหารปรุงสุก: ลดการปนเปื้อนจากกลิ่นในตู้เย็นและรักษาความสดใหม่ได้ดีขึ้น

ส่วนอาหารที่ไม่ค่อยคุ้มกับกล่องสุญญากาศเท่าไหร่ก็มี เช่น ขนมปังกรอบๆ ที่อาจจะแตกหักง่าย หรืออาหารแห้งมากๆ ที่ไม่ต้องการการเก็บแบบสุญญากาศเป็นพิเศษ

สรุปแล้ว กล่องสุญญากาศก็มีประโยชน์จริง แต่ก็ขึ้นอยู่กับประเภทอาหารและพฤติกรรมการใช้งานของเราด้วย ถ้าเน้นเก็บของสดที่เสียง่ายเป็นประจำ ก็น่าลงทุนอยู่ แต่ถ้าใช้แค่เก็บของแห้งทั่วไป อาจจะยังไม่จำเป็นขนาดนั้น ลองอ่านต่อเพื่อเปรียบเทียบแบบเจาะลึกได้ที่ บทความนี้ เลยค่ะ

เคยสงสัยไหมว่าซิงค์ล้างจานในครัวเรา ควรมีหลุมเดียว หรือสองหลุมถึงจะตอบโจทย์การใช้งานจริงๆ?

สำหรับบ้านที่พื้นที่ครัวไม่มากนัก หรือไม่ได้ทำอาหารจริงจังทุกวัน ซิงค์ล้างจานแบบ 1 หลุมก็ถือว่าเพียงพอแล้วค่ะ ประหยัดพื้นที่ได้เยอะ แถมราคาก็เป็นมิตร แต่ถ้าใครชอบทำอาหาร มีกิจกรรมในครัวเยอะ แนะนำว่าซิงค์ 2 หลุมน่าจะตอบโจทย์กว่ามาก

ลองนึกภาพตามนะคะ:

– หลุมเดียว: เหมาะสำหรับคนอยู่คอนโดฯ หรือคนที่เน้นการล้างจานชามไม่เยอะมากในแต่ละครั้ง อาจจะล้างผักไปพร้อมๆ กับล้างจานในเวลาเดียวกันได้ แต่ถ้ามีของเยอะๆ ก็อาจจะต้องจัดการทีละอย่าง

– สองหลุม: ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ หลุมนึงล้างจาน อีกหลุมนึงพักจาน หรือจะใช้ล้างผักผลไม้แยกไปเลยก็ได้ ทำให้งานในครัวดูเป็นระเบียบและสะดวกสบายขึ้นมาก โดยเฉพาะบ้านที่มีสมาชิกเยอะๆ หรือชอบทำกับข้าวจัดเต็มบ่อยๆ

การเลือกซิงค์ล้างจานที่เหมาะสมกับการใช้งานของเราตั้งแต่แรก จะช่วยให้เราไม่ต้องมานั่งเสียดายพื้นที่หรือรู้สึกไม่สะดวกสบายในการใช้ครัวไปตลอด ลองพิจารณาไลฟ์สไตล์การทำอาหารและขนาดครอบครัวของเราดูนะคะ จะได้เลือกซิงค์ที่ใช่และใช้ประโยชน์ได้เต็มที่

ถ้ายังลังเลว่าจะเลือกแบบไหนดี ลองอ่านต่อเพื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของซิงค์ 1 หลุมกับ 2 หลุมให้ชัดเจนขึ้นได้ที่ นี่เลย

เคยไหมที่แก้วไวน์สวยๆ ต้องมาหักคา หรือขอบปากบิ่นไปง่ายๆ ทั้งที่ยังไม่ทันได้ใช้เท่าไร? จริงๆ แล้วเรื่องแก้วไวน์แตกบ่อย ไม่ได้เป็นแค่เรื่องซวยอย่างเดียว แต่มันมีเหตุผลเบื้องหลังที่เราสามารถจัดการได้นะ

ปัญหาหลักๆ ที่ทำให้แก้วไวน์ของเราไม่ทนทาน มักจะมาจากสองเรื่องใหญ่ๆ คือ การเลือกแก้วที่ยังไม่เหมาะกับการใช้งาน และ วิธีการดูแลรักษาที่ไม่ถูกต้อง

– การเลือกแก้ว: แก้วไวน์บางประเภทอาจจะดูสวยงาม แต่ถ้าทำจากคริสตัลที่บางเฉียบ หรือมีก้านที่เรียวยาวมากๆ ก็มีโอกาสแตกหักง่ายกว่าแก้วที่ทำจากวัสดุที่ทนทานกว่า หรือมีก้านที่สั้นและหนากว่า

– การดูแลรักษา: การล้างแก้วไวน์ผิดวิธีก็เป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้แก้วเสียหายได้ง่าย เช่น การใช้ฟองน้ำแข็งๆ ขัดแรงเกินไป หรือการวางคว่ำแก้วในที่ที่เสี่ยงต่อการกระแทกบ่อยๆ

ถ้าเราเข้าใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ทั้งตอนเลือกซื้อและตอนดูแลรักษา แก้วไวน์ใบโปรดของเราก็จะอยู่กับเราไปได้นานขึ้นเยอะเลยล่ะ อ่านต่อ เพื่อดูเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้แก้วไวน์ของคุณทนทาน ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ

เช้า ๆ แบบนี้ใครยังไม่ตื่นเต็มตา แค่ได้กาแฟหอม ๆ สักแก้วก็ชื่นใจแล้วใช่ไหมคะ? ปกติที่บ้านใช้แก้วแบบไหนชงกาแฟกันเอ่ย? วันนี้เรามาคุยกันเรื่องแก้วกาแฟคู่ใจ 2 แบบยอดฮิตอย่างแก้วสเตนเลสสองชั้น กับแก้วเซรามิกกันดีกว่า ว่าแต่ละแบบเหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบไหน

แก้วสเตนเลสสองชั้น อันนี้ต้องยอมรับเรื่องการเก็บอุณหภูมิเลยค่ะ ไม่ว่าจะกาแฟร้อนหรือเย็นก็เอาอยู่ได้นานกว่าแก้วทั่วไปเยอะมากๆ จับแล้วไม่ร้อนมือด้วย เหมาะกับคนชอบจิบกาแฟไปเรื่อยๆ หรือต้องทำงานหน้าคอมนานๆ ไม่ต้องรีบดื่ม ข้อดีอีกอย่างคือน้ำหนักเบา และทนทานกว่า ถ้าทำหล่นก็ไม่ต้องกลัวแตกง่ายๆ เลยค่ะ

ส่วนแก้วเซรามิก นี่คือความคลาสสิกที่หลายคนหลงรักค่ะ ความรู้สึกเวลาได้จับแก้วเซรามิกมันให้ฟีลลิ่งของการละเลียดกาแฟที่ต่างออกไป อาจจะไม่ได้เก็บอุณหภูมิได้นานเท่าสเตนเลส แต่ก็ได้เรื่องของดีไซน์ที่หลากหลายกว่า มีลวดลายให้เลือกเยอะ เหมาะกับคนที่ชอบเปลี่ยนบรรยากาศ หรืออยากใช้แก้วสวยๆ ถ่ายรูปลงโซเชียลก็ดูดีค่ะ

สรุปง่ายๆ ถ้าเน้นฟังก์ชันเก็บอุณหภูมิ พกพาง่าย ทนทาน ต้องแก้วสเตนเลสสองชั้นเลยค่ะ แต่ถ้าชอบความสวยงาม คลาสสิก มีสไตล์ แก้วเซรามิกก็ตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยม ลองชั่งใจดูว่าอะไรสำคัญกับคุณมากกว่ากันนะคะ แล้วเลือกแก้วที่ใช่สำหรับคุณเลย! ใครอยากรู้ข้อมูลเปรียบเทียบเชิงลึกและรายละเอียดมากกว่านี้ อ่านต่อที่ KitzYou ได้เลยค่ะ