KitzYou รีวิวเครื่องครัว

รีวิวเครื่องครัว บทความเรื่องครัว และไอเดียเลือกของใช้ในครัวจาก KitzYou.com สำหรับคนที่อยากจัดครัวให้น่าใช้และเลือกสินค้าได้คุ้มค่า

เคยไหมที่คิดว่าถุงซิปล็อคแบบแพงๆ ที่เขาว่าเป็นพรีเมียมมันต่างกับแบบทั่วไปยังไง? เราเองก็สงสัยเหมือนกัน เลยลองเอามาเทียบกันดูแบบใช้จริงในครัวเรือนเลยนะ

สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือ ความหนาของเนื้อพลาสติก ถุงแบบพรีเมียมจะรู้สึกหนากว่า จับแล้วไม่ย้วยง่าย ส่วนถุงทั่วไปจะบางกว่าอย่างเห็นได้ชัด

– เรื่องซีล: อันนี้สำคัญมาก เพราะถ้าซีลไม่ดี อากาศเข้า อาหารก็เสียเร็ว ถุงพรีเมียมส่วนใหญ่ซีลจะแน่นกว่า ปิดแล้วได้ยินเสียง “คลิก” ชัดเจน ทำให้มั่นใจได้ว่าปิดสนิทจริงๆ ส่วนถุงทั่วไปบางทีต้องลูบย้ำๆ หลายรอบกว่าจะแน่ใจว่าปิดหมด

– การใช้งานซ้ำ: ถุงพรีเมียมที่เราลองใช้ สามารถล้างแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายครั้งโดยที่ซีลยังคงแน่น ไม่ย้วยง่าย เหมาะกับการใส่ของแห้ง หรือผักผลไม้ที่ต้องการเก็บในตู้เย็น ซึ่งช่วยประหยัดไปได้อีกทาง ส่วนถุงทั่วไปพอใช้ไปไม่กี่ครั้งก็เริ่มมีรอยยับ ซีลก็ไม่ค่อยสนิทเหมือนเดิม

สรุปคือ ถ้าเน้นความทนทาน ซีลแน่นหนา และอยากใช้ซ้ำได้นานๆ ถุงซิปล็อคพรีเมียมก็ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุนนะ เพราะมันช่วยรักษาคุณภาพอาหารได้ดีกว่าในระยะยาว ลองอ่าน คู่มือจาก KitzYou เพิ่มเติมก็ได้ เขาอธิบายไว้ละเอียดเลย

เคยไหม? เปิดตู้เย็นแล้วเจอ “กลิ่นปริศนา” หรือของที่ซื้อมาไม่กี่วันก็ดูไม่น่ากินซะแล้ว ปัญหาพวกนี้แก้ได้ง่ายกว่าที่คิด แค่จัดระเบียบตู้เย็นให้ถูกที่ถูกทางก็ช่วยได้เยอะเลยค่ะ

หัวใจสำคัญคือการแบ่งโซนเก็บของให้ชัดเจนค่ะ

– ช่องผัก/ผลไม้: เก็บแยกกัน ผักใบเขียวควรล้างแล้วซับให้แห้งก่อนเก็บใส่ถุงหรือกล่องที่มีรูระบายอากาศหน่อย ส่วนผลไม้บางชนิดก็ไม่ควรเก็บรวมกัน เพราะแก๊สที่ปล่อยออกมาอาจเร่งให้ผลไม้อื่นสุกเร็วเกินไป

– เนื้อสัตว์: ควรเก็บในช่องที่เย็นที่สุดของตู้เย็น หรือช่องแช่แข็งถ้ายังไม่ใช้ทันที ใส่กล่องปิดมิดชิดเพื่อป้องกันน้ำเลือดหยดเลอะเทอะและกันกลิ่นคาวไปติดอาหารอื่น ๆ

– อาหารพร้อมทาน/ของเหลือ: เก็บในกล่องมีฝาปิดสนิท แยกชั้นให้ชัดเจนจากของดิบ เพื่อสุขอนามัยที่ดี

การจัดแบบนี้ นอกจากจะหาง่าย หยิบสะดวกแล้ว ยังช่วยลดการปนเปื้อนของกลิ่นและแบคทีเรีย ทำให้ของสดอยู่ได้นานขึ้นด้วยนะ ส่วนเคล็ดลับยืดอายุอาหารเพิ่มเติม ลองอ่านฉบับเต็มที่ KitzYou ได้เลยค่ะ รับรองว่าเอาไปใช้ในครัวที่บ้านได้จริง ๆ

ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะคะ ตู้เย็นสะอาด อาหารสดใหม่ ครัวของเราก็จะน่าใช้ขึ้นเยอะเลย!

อ่านฉบับเต็มที่ KitzYou

บีบมะนาวทีไรน้ำกระเด็นเข้าตาตลอด หรือคั้นส้มทีไรเมื่อยมือไปหมด ใครที่เจอปัญหาเหล่านี้อาจจะกำลังมองหาตัวช่วยดีๆ อย่างที่คั้นน้ำส้มหรือที่คั้นน้ำมะนาวอยู่ใช่ไหมคะ? แต่มันก็มีหลายแบบเหลือเกิน ทั้งแบบมือบีบ แบบคันโยก หรือแบบไฟฟ้า แล้วแบบไหนล่ะที่จะเหมาะกับเราจริงๆ วันนี้เราจะมาดูกันว่าแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง

– แบบมือบีบ: อันนี้คุ้นเคยกันดี ใช้ง่าย ราคาถูก พกพาสะดวก เหมาะกับคนที่นานๆ ทีคั้น หรือคั้นแค่ผลสองผล แต่ถ้าต้องคั้นเยอะๆ หรือผลใหญ่ๆ อาจจะเมื่อยมือหน่อย แถมบางทีน้ำก็ไม่หมดจดเท่าไหร่

– แบบคันโยก: ตัวนี้จะช่วยออกแรงให้เราน้อยลงเยอะเลย แค่วางผลไม้ลงไปแล้วกดคันโยก น้ำก็จะออกมาง่ายๆ เหมาะกับคนที่คั้นบ่อยขึ้นมาหน่อย หรือต้องคั้นผลไม้ที่แข็งกว่ามะนาว แต่ข้อเสียคือขนาดจะใหญ่ขึ้นมาหน่อย และต้องออกแรงกดบ้าง

– แบบไฟฟ้า: สะดวกสบายที่สุด แค่ผ่าครึ่งผลไม้แล้ววางลงไป เครื่องก็จะหมุนคั้นน้ำออกมาเอง ไม่ต้องออกแรงเลยสักนิด เหมาะกับคนที่คั้นน้ำเยอะๆ เป็นประจำ หรือทำขาย ข้อเสียคือราคาสูงกว่าสองแบบแรก และต้องมีปลั๊กไฟในการใช้งาน

สรุปแล้ว การเลือกที่คั้นน้ำส้มหรือที่คั้นน้ำมะนาวก็ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งานและปริมาณที่เราต้องการคั้นค่ะ ถ้าใช้ไม่บ่อย เน้นประหยัด ก็เลือกแบบมือบีบ แต่ถ้าคั้นบ่อยขึ้นมาหน่อย อยากทุ่นแรงก็เลือกแบบคันโยก ส่วนถ้าเป็นสายคั้นประจำ เน้นความสะดวกสบายยังไงก็ต้องแบบไฟฟ้าแน่นอนค่ะ ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองดู วิธีเลือกที่คั้นน้ำส้ม ที่คั้นมะนาว เพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจก็ได้นะคะ จะได้เลือกแบบที่คุ้มค่ากับการใช้งานจริงที่สุดค่ะ

หลายคนคงเคยคิดว่าเครื่องปั่นก็คือเครื่องปั่น จะใช้แบบไหนก็เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วมันมีอะไรที่แตกต่างกันมากกว่าที่คิดนะ โดยเฉพาะถ้าเราใช้งานมันบ่อยๆ หรือใช้เพื่อประกอบอาชีพ

เครื่องปั่นที่ใช้ในบ้านทั่วไป มักจะออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ปั่นได้หลากหลายวัตถุดิบ แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องกำลังมอเตอร์ และระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง ถ้าเอาไปปั่นสมูทตี้ขาย หรือปั่นน้ำแข็งเยอะๆ ทุกวัน บอกเลยว่ามอเตอร์อาจจะไปเร็วเกินคาด

ในทางกลับกัน เครื่องปั่นเชิงพาณิชย์ จะถูกสร้างมาเพื่อรองรับการใช้งานหนัก ทนทาน ปั่นได้ต่อเนื่องโดยไม่โอเวอร์ฮีท มอเตอร์ก็แรงกว่าเยอะ เหมาะกับร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือใครที่ต้องปั่นปริมาณมากเป็นประจำ ถึงแม้ราคาจะสูงกว่า แต่ถ้าลองคิดถึงค่าซ่อมบำรุง หรือต้องซื้อใหม่บ่อยๆ แล้ว ก็ถือว่าลงทุนครั้งเดียวจบ คุ้มค่าในระยะยาวมากกว่า

ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจซื้อ ลองชั่งน้ำหนักดูว่าเราใช้งานบ่อยแค่ไหน ปริมาณเท่าไหร่ แล้วเลือกให้เหมาะกับสไตล์การใช้งานของเรา จะได้ไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อนกันอีกนะ

เคยไหมที่ซื้อแก้วมาใช้ไม่ทันไรก็แตกบ้าง กลิ่นติดบ้าง หรือบางทีก็ร้อนเกินจนจับไม่ได้? ปัญหาพวกนี้แก้ได้ง่ายๆ แค่เลือกวัสดุแก้วให้ถูกตั้งแต่แรก โดยเฉพาะแก้วชอต แก้วเป๊ก และแก้วมัค ที่เราใช้กันบ่อยในชีวิตประจำวัน

สำหรับแก้วชอตกับแก้วเป๊ก ที่นิยมใช้กับเครื่องดื่มแบบไทยๆ เช่น เหล้า เครื่องดื่มสมุนไพร หรือน้ำสมุนไพรเย็นๆ ควรเลือกวัสดุที่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ดี อย่างแก้วประเภทโซดาไลม์ หรือแก้วคริสตัลไร้สารตะกั่ว ซึ่งจะช่วยให้แก้วไม่แตกง่าย และยังคงความสวยงามใสสะอาดอยู่เสมอ

ส่วนแก้วมัค ที่ใช้สำหรับเครื่องดื่มร้อนๆ อย่างกาแฟ ชา หรือน้ำขิง แก้วเซรามิกเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยม เพราะเก็บความร้อนได้ดี ไม่ร้อนมือ และที่สำคัญคือไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องกลิ่นติดแก้ว ทำให้คุณได้ลิ้มรสเครื่องดื่มโปรดอย่างเต็มที่ทุกครั้งที่ใช้

การเลือกวัสดุแก้วให้เหมาะกับการใช้งานไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งาน แต่ยังช่วยให้คุณได้ประสบการณ์การดื่มที่ดีขึ้นด้วย ลองมา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อเลือกแก้วที่ตอบโจทย์สไตล์ครัวไทยของคุณกัน

เรื่องเตาพกพานี่เป็นคำถามยอดฮิตของชาวคอนโดเลยนะ เพราะพื้นที่จำกัด แถมบางทีก็อยากได้เตาที่ยกไปกินข้าวตรงระเบียงได้ หรือยกไปวางบนโต๊ะกินข้าวตอนทำชาบู หมูกระทะด้วยกันกับเพื่อน

หลักๆ ที่เราเห็นกันเยอะก็จะมีเตาไฟฟ้าพกพา กับเตาอินดักชั่นพกพา หลายคนอาจจะคิดว่ามันก็เหมือนกันรึเปล่า? จริงๆ แล้วมันมีข้อแตกต่างอยู่พอสมควรเลยนะ โดยเฉพาะเรื่องการใช้งานจริงกับหม้อหรือกระทะที่เรามีอยู่แล้วในครัว

– เตาไฟฟ้าพกพา: อันนี้จะใช้ง่ายหน่อย ตรงที่มันร้อนได้กับภาชนะเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นหม้อสเตนเลส หม้ออลูมิเนียม หรือแม้แต่กระทะเคลือบธรรมดาที่มีก้นเรียบๆ ก็ใช้ได้เลย ข้อดีคือไม่ต้องกังวลเรื่องหม้อไม่รองรับ แถมราคาก็เป็นมิตรด้วย

– เตาอินดักชั่นพกพา: เจ้าตัวนี้จะทำงานโดยใช้สนามแม่เหล็กเพื่อสร้างความร้อนโดยตรงที่ก้นภาชนะ ทำให้ร้อนเร็วและประหยัดไฟกว่า แต่มีข้อจำกัดตรงที่ต้องใช้กับภาชนะที่เหนี่ยวนำแม่เหล็กได้เท่านั้น เช่น หม้อสเตนเลสบางชนิด หรือหม้อก้นเรียบที่ระบุว่าใช้กับเตาแม่เหล็กไฟฟ้าได้ ถ้าเอาหม้ออลูมิเนียมธรรมดาไปวางจะใช้ไม่ได้เลย

ถ้าคุณเป็นคนที่มีหม้อและกระทะหลากหลายแบบอยู่แล้ว หรือเน้นความสะดวกสบาย ไม่ต้องมานั่งเช็คว่าหม้อนี้ใช้ได้ไหม เตาไฟฟ้าพกพาก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าคุณเน้นเรื่องความเร็วในการทำอาหาร ประหยัดไฟ และไม่ติดเรื่องการเลือกซื้อภาชนะให้เข้ากัน เตาอินดักชั่นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

ส่วนเรื่องราคา ก็ต้องบอกว่าเตาไฟฟ้าพกพาโดยรวมแล้วจะมีราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่าเตาอินดักชั่นอยู่บ้างนะ ลองเอาข้อมูลตรงนี้ไปช่วยตัดสินใจดูว่าแบบไหนจะเหมาะกับสไตล์การทำอาหารและภาชนะที่คุณมีมากกว่ากัน หรือถ้าอยากอ่านแบบเจาะลึกเพิ่มเติม คลิกอ่านต่อ ได้เลย

เคยสงสัยไหมว่าครกหินกับครกไม้ แบบไหนเหมาะกับการตำน้ำพริกมากกว่ากัน? ด้วยความที่เห็นทั้งสองแบบวางขายอยู่บ่อยๆ เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ตรงจากการใช้งานจริงให้ฟังกันค่ะ

ครกหิน: ส่วนตัวแล้วชอบครกหินตรงที่มันมีน้ำหนัก ตำแล้วไม่ค่อยกระเด็น เนื้อน้ำพริกที่ได้จะละเอียดเนียนดีมาก แถมยังไม่ต้องกลัวกลิ่นติด เพราะล้างทำความสะอาดง่าย แต่ข้อเสียก็คือเสียงจะค่อนข้างดัง และอาจจะหนักหน่อยเวลาจะยกไปเก็บ

ครกไม้: ครกไม้จะเบากว่าครกหินเยอะ ตำแล้วเสียงไม่ดังเท่า แต่บางทีก็ต้องระวังเรื่องน้ำพริกกระเด็นบ้างเหมือนกัน เนื้อน้ำพริกที่ได้จะมีความหยาบกว่าครกหินนิดหน่อย ซึ่งบางคนก็ชอบแบบนี้ ข้อควรระวังคือเรื่องกลิ่นที่อาจจะติดง่ายกว่าครกหิน ต้องล้างและผึ่งให้แห้งสนิทจริงๆ

สุดท้ายแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวและการใช้งานของแต่ละคนเลยค่ะ ถ้าเน้นความละเอียดเนียน เสียงดังหน่อยไม่เป็นไร ครกหินก็ตอบโจทย์ แต่ถ้าชอบความเบา เสียงไม่ดังมาก และชอบน้ำพริกเนื้อหยาบหน่อย ครกไม้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะ ลองดูที่ วิธีเลือกครกหิน ครกไม้ เปรียบเทียบ เพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจได้ค่ะ

เคยไหม ซื้อชามผสมมาแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยได้ใช้ หรือซื้อมาผิดขนาด ผิดวัสดุอยู่เรื่อย? จริงๆ แล้ว ชามผสมเนี่ยเป็นของที่ใช้บ่อยมากในครัว ไม่ว่าจะคลุกยำ ผสมสลัด เตรียมส่วนผสมทำขนม แต่ถ้าเลือกไม่เหมาะกับงาน ก็อาจจะทำให้การทำอาหารติดขัดได้เหมือนกัน

เรื่องวัสดุก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ

– ชามสเตนเลส: อันนี้ยอดฮิต ทนทาน น้ำหนักเบา ทำความสะอาดง่าย เหมาะกับงานที่ต้องตีหรือผสมแรงๆ เพราะไม่ต้องกลัวแตก

– ชามแก้ว: ดีตรงที่มองเห็นส่วนผสมด้านในได้ชัดเจน เหมาะกับงานที่ต้องละลายเนยในไมโครเวฟ หรือทำ bain-marie (อ่างน้ำร้อน) นอกจากนี้ยังสวยงาม ใช้เสิร์ฟได้เลย

– ชามพลาสติก: ราคาไม่แพง น้ำหนักเบา เหมาะกับงานเบาๆ หรือเตรียมของที่ไม่ต้องโดนความร้อนมากนัก แต่ข้อเสียคืออาจจะมีรอยขีดข่วนง่าย และมีกลิ่นติดได้

ส่วนเรื่องขนาดก็ต้องคิดถึงการใช้งานเป็นหลัก ถ้ามีพื้นที่เก็บน้อย อาจจะเลือกขนาดกลางๆ ที่ใช้ได้หลากหลาย หรือถ้าทำอาหารปริมาณมากบ่อยๆ ก็ควรมีขนาดใหญ่ติดครัวไว้บ้าง การเลือกชามผสมให้เหมาะกับการใช้งานจะช่วยให้การทำอาหารสนุกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเยอะเลยค่ะ ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกชามผสมแบบเจาะลึก ลอง อ่านฉบับเต็มที่ KitzYou ได้เลยนะคะ

เคยสงสัยไหมว่าถุงขยะย่อยสลายได้มันดีกว่าถุงพลาสติกทั่วไปจริงหรือเปล่า? โดยเฉพาะในครัวบ้านเราที่มักจะมีขยะเปียก ขยะเศษอาหารเยอะแยะไปหมด

เท่าที่ลองใช้มาพักใหญ่ๆ ก็จะเจอข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปนะ

  • เรื่องราคา: อันนี้ชัดเจน ถุงขยะย่อยสลายได้มักจะแพงกว่าถุงพลาสติกธรรมดาพอสมควร ถ้าใช้เยอะๆ ก็เป็นอีกหนึ่งค่าใช้จ่ายที่ต้องคิด

  • ความทนทาน: ถุงย่อยสลายได้บางยี่ห้อก็ไม่ได้แข็งแรงเท่าถุงพลาสติกทั่วไปนะ เวลาใส่ขยะที่มีน้ำหนักหรือมีมุมแหลมคม ต้องระวังเป็นพิเศษ บางทีก็ขาดง่ายกว่าที่คิด

  • ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: จุดนี้คือหัวใจสำคัญเลย เขาออกแบบมาให้ย่อยสลายได้จริง แต่ก็ต้องดูด้วยว่าย่อยสลายได้ในสภาวะแบบไหน บางทีต้องมีโรงปุ๋ยหมักเฉพาะทางถึงจะย่อยได้สมบูรณ์ ถ้าทิ้งรวมกับขยะทั่วไป สุดท้ายก็ไปกองรวมกันอยู่ในหลุมฝังกลบเหมือนเดิม การที่มันจะย่อยสลายได้ก็คงใช้เวลานานอยู่ดี

แต่ถ้าเราตั้งใจจะลดผลกระทบต่อโลกจริงๆ การเลือกใช้ ถุงขยะย่อยสลายได้ ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะ เพียงแต่เราต้องเข้าใจข้อจำกัดและเลือกใช้ให้ถูกประเภทด้วย หรืออีกทางเลือกที่ดีคือการคัดแยกขยะตั้งแต่ในครัว เศษอาหารนำไปทำปุ๋ยหมักเอง ถุงพลาสติกที่สะอาดก็นำไปรีไซเคิล จะช่วยลดปริมาณขยะและภาระของสิ่งแวดล้อมได้ดีกว่าแค่เปลี่ยนชนิดของถุงขยะ

ที่เสียบมีดเป็นของใช้ในครัวที่เรามองข้ามเรื่องความสะอาดไปได้ง่ายๆ เลยนะครับ ลองนึกดูว่าหลังล้างมีดแล้ว เราเสียบมันเข้าไปในช่องที่อาจจะเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา แถมยังทำความสะอาดยากอีกต่างหาก พอใช้ไปนานๆ ก็กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดีเลย

เวลาเลือกที่เสียบมีดเนี่ย นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว สิ่งที่ควรคิดถึงมากๆ คือ:

– ความสะอาด: ต้องถอดล้างง่าย ระบายอากาศได้ดี ไม่เป็นแหล่งหมักหมมเชื้อโรค บางแบบข้างในเป็นซี่ๆ หรือเป็นเส้นๆ ที่ถอดออกมาล้างได้ก็ดี หรือถ้าเป็นแบบโล่งๆ เลยยิ่งสบาย

– ความปลอดภัย: อันนี้สำคัญสุดๆ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กๆ คมมีดต้องถูกซ่อนมิดชิด พ้นจากมือเด็กเล็กๆ ที่อาจจะเอื้อมถึง

– วัสดุที่เลือก: ที่เสียบมีดไม้สวยก็จริง แต่ถ้าเจอความชื้นบ่อยๆ ก็อาจจะขึ้นราได้ง่ายกว่าแบบพลาสติกหรือสเตนเลสสตีล หรือถ้าเป็นแบบแม่เหล็กติดผนัง ก็เป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์เรื่องความสะอาดและการหยิบใช้ได้ง่าย

การเลือกที่เสียบมีดที่ตอบโจทย์เรื่องสุขอนามัยและความปลอดภัย จะช่วยให้ครัวของเราน่าใช้และห่างไกลจากเชื้อโรคได้เยอะเลยครับ ถ้าอยากรู้รายละเอียดเพิ่ม ลองดูข้อมูลดีๆ จาก KitzYou ที่รวบรวมไว้ให้ได้เลย