KitzYou รีวิวเครื่องครัว

รีวิวเครื่องครัว บทความเรื่องครัว และไอเดียเลือกของใช้ในครัวจาก KitzYou.com สำหรับคนที่อยากจัดครัวให้น่าใช้และเลือกสินค้าได้คุ้มค่า

เคยไหมที่เดินไปหยิบขวดซอสหอยนางรมมาใช้แทนน้ำมันหอย หรือสลับกัน แล้วรสชาติอาหารออกมาไม่เหมือนเดิม? หลายคนอาจคิดว่ามันคือสิ่งเดียวกัน หรือใช้แทนกันได้ แต่จริงๆ แล้วมันต่างกันนะ

น้ำมันหอยเนี่ย จะมีรสชาติเค็มกลมกล่อม มีความหอมเป็นเอกลักษณ์ เหมาะกับการนำไปผัดผักให้มีรสชาติอร่อย หรือใช้หมักเนื้อสัตว์ ส่วนใหญ่จะเจอในเมนูอาหารจีน อย่างผัดผักบุ้งไฟแดง หรือข้าวผัด

แต่ซอสหอยนางรม ถึงแม้จะมีหอยนางรมเป็นส่วนประกอบเหมือนกัน แต่รสชาติจะเข้มข้นกว่า มีความเค็มที่ชัดเจนกว่า และสีเข้มกว่าน้ำมันหอยมาก มักจะใช้เป็นเครื่องปรุงหลักที่ให้รสชาติจัดจ้าน อย่างการทำราดหน้า ผัดซีอิ๊ว หรือบางคนก็เอาไปทำน้ำจิ้มสุกี้ก็ยังได้

ถ้าลองสังเกตดีๆ สองสิ่งนี้มีส่วนผสมและกระบวนการผลิตที่ต่างกัน ทำให้รสชาติและกลิ่นไม่เหมือนกันเลย การใช้ผิดอาจทำให้อาหารมีรสชาติที่ผิดเพี้ยนไป ดังนั้น ก่อนจะหยิบมาใช้ ลองพลิกฉลากดูสักนิด หรือถ้าอยากรู้ลึกๆ ว่าต่างกันยังไงบ้าง ลองอ่านฉบับเต็มที่ KitzYou เลยค่ะ

เรื่องถังขยะในครัวเนี่ย ดูเหมือนจะเล็ก แต่จริงๆ สำคัญมากนะ ยิ่งบ้านเราที่ทำอาหารบ่อยๆ มีขยะเปียก ขยะเศษอาหารทุกวัน การเลือกถังขยะให้เหมาะเลยช่วยให้ครัวสะอาดและไม่มีกลิ่นกวนใจ

หลักๆ แล้วถังขยะที่ใช้ในครัวก็มีสองแบบที่ฮิตๆ กันคือแบบเหยียบ กับแบบเซ็นเซอร์

  • ถังขยะแบบเหยียบ: เป็นแบบคลาสสิกที่คุ้นเคยกันดี ข้อดีคือใช้งานง่าย แค่เท้าเหยียบฝาก็เปิด ไม่ต้องใช้มือไปสัมผัสโดยตรง ถือว่าถูกสุขอนามัยในระดับหนึ่งเลย ถ้าเลือกถังที่มีฝาปิดสนิทและหมั่นเอาขยะไปทิ้งบ่อยๆ ก็ช่วยลดกลิ่นได้ดีทีเดียวค่ะ

  • ถังขยะแบบเซ็นเซอร์: อันนี้จะล้ำขึ้นมาอีกหน่อย แค่เอามือไปจ่อ ฝาก็เปิดเองอัตโนมัติ ไม่ต้องสัมผัสอะไรเลย สะดวกและถูกสุขอนามัยสุดๆ เหมาะกับคนที่ซีเรียสเรื่องความสะอาดมากๆ และบางรุ่นมีระบบดูดซับกลิ่นในตัวด้วย แต่ก็ต้องมีถ่านหรือแบตเตอรี่คอยเปลี่ยนหรือชาร์จนะ

ทีนี้จะเลือกแบบไหนดี? ถ้าเน้นความคุ้มค่า ใช้งานง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่ ถังขยะแบบเหยียบก็ตอบโจทย์ได้ดีและราคาเป็นมิตรกว่า แต่ถ้าอยากได้ความสะดวกสบายสูงสุด ไม่ต้องสัมผัสเลยสักนิด และงบประมาณไม่ใช่ปัญหา ถังขยะเซ็นเซอร์ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญคือต้องเลือกถังที่มีฝาปิดมิดชิด และไม่ควรปล่อยให้ขยะค้างนานเกินไป โดยเฉพาะขยะเปียก ควรนำไปทิ้งทุกวัน เพื่อสุขอนามัยที่ดีของคนในบ้าน และครัวที่ไร้กลิ่นกวนใจค่ะ สำหรับใครที่อยากรู้ รายละเอียดเรื่องถังขยะเหยียบ เซ็นเซอร์ เพิ่มเติม ลองไปอ่านดูได้เลย

เคยสงสัยไหมว่าทำไมครกถึงมีหลายแบบจัง? ครกหิน ครกดิน ครกไม้ แต่ละอย่างไม่ได้แค่สวยต่างกันนะ แต่เขามีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ส่งผลต่อรสชาติอาหารที่เราทำเลย

ถ้าชอบตำน้ำพริกแบบเนื้อเนียนๆ เครื่องเข้ากันดี ตำแล้วไม่กระเด็น ครกหินนี่แหละตัวจริง โดยเฉพาะครกหินอ่างศิลาขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง ทนทาน ใช้ได้ยาวๆ ตำมันส์มือไม่ต้องกลัวแตก ไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่บ่อยๆ แถมยังเก็บกลิ่นเครื่องเทศได้ดี ทำให้น้ำพริกหอมอร่อยเป็นพิเศษ

ส่วนใครที่ชอบครกแบบเบาๆ เคลื่อนย้ายง่าย ครกดินเผาก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะ แต่ต้องระวังเรื่องการใช้งานหน่อย เพราะอาจจะไม่ทนเท่าครกหิน อาจจะเหมาะกับการตำอะไรที่ไม่ต้องใช้แรงมากนัก เช่น พริกกระเทียม หรือพวกเครื่องแกงที่เน้นความหยาบหน่อยๆ

แล้วครกไม้ล่ะ? ครกไม้ส่วนใหญ่จะเหมาะกับการตำส้มตำมากกว่า เพราะน้ำหนักเบาและเนื้อไม้มีความยืดหยุ่น ทำให้ตำเส้นมะละกอได้ดี ไม่เละ แต่ถ้าเอามาตำน้ำพริกละเอียดๆ อาจจะต้องออกแรงเยอะหน่อย แถมเนื้อไม้ยังอาจจะดูดซับกลิ่นเครื่องเทศได้ง่าย ทำให้ต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก KitzYou เพื่อประกอบการตัดสินใจได้นะ

สรุปง่ายๆ คือ ครกแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราเน้นใช้งานแบบไหน ถ้าอยากได้ครกที่ทนทาน ตำน้ำพริกได้เนื้อเนียนละเอียด หอมอร่อย ครกหินคือคำตอบ แต่ถ้าเน้นเบาๆ ตำส้มตำ หรือเครื่องแกงแบบหยาบๆ ครกดินหรือครกไม้ก็ตอบโจทย์ได้เหมือนกัน เลือกให้ถูกใจ จะได้ไม่ต้องซื้อซ้ำให้เปลืองเงิน!

เครื่องแกงไทยนี่แหละหัวใจของหลายเมนูอร่อย แต่หลายคนคงเคยเจอปัญหาว่าซื้อมาแล้วเก็บไม่นานก็เริ่มไม่หอมเหมือนเดิม หรือบางทีก็ขึ้นราซะก่อน ต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

จริง ๆ แล้วพริกแกง กะปิ หรือน้ำพริกเผาเนี่ย ถึงจะอยู่ในตู้เย็นก็ไม่ได้หมายความว่าจะรอดปลอดภัยเสมอไปนะ เพราะความชื้นและอากาศที่เข้าไปทำให้วัตถุดิบเหล่านี้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ยิ่งถ้าเป็นเครื่องแกงสดๆ ที่ทำเองด้วยแล้ว ยิ่งต้องใส่ใจเรื่องการเก็บเป็นพิเศษเลย

แล้วจะมีวิธีไหนช่วยให้เก็บของพวกนี้ได้นานขึ้น แถมยังคงความหอมสดใหม่ไว้ได้นานๆ ล่ะ? หนึ่งในตัวช่วยที่หลายคนเริ่มหันมาใช้กันก็คือ ขวดโหลแก้วสุญญากาศ นี่แหละ

หลักการง่ายๆ คือการไล่อากาศออกจากโหลให้มากที่สุด เพื่อลดการสัมผัสกับออกซิเจน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการออกซิเดชันและเชื้อรา การเก็บแบบสุญญากาศจะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของอาหารได้ดีกว่าการเก็บในภาชนะทั่วไปมาก ทำให้พริกแกงยังคงความหอมฉุน กะปิไม่เหม็นหืน และน้ำพริกเผายังคงรสชาติเข้มข้นได้นานขึ้นจริง ๆ

นอกจากจะช่วยยืดอายุการเก็บแล้ว ขวดโหลแก้วยังดีตรงที่ไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร ไม่ดูดซับกลิ่น ทำให้เครื่องแกงไม่เพี้ยนรส และที่สำคัญคือล้างทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นติดภาชนะเลย

ถ้าใครสนใจอยากรู้ลึกเรื่องการเก็บวัตถุดิบครัวไทยอย่างพริกแกง กะปิ น้ำพริกเผา ด้วยขวดโหลสุญญากาศ และอยากรู้ว่าควรเลือกภาชนะแบบไหนดี สามารถอ่านต่อได้เลย รับรองว่าได้ทริคดีๆ ไปใช้ในครัวแน่นอน

เวลาทำกับข้าว หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับการหยิบผงปรุงรสมาเติมเพื่อให้รสชาติกลมกล่อมขึ้น แต่เคยสงสัยไหมว่าในผงปรุงรสที่เราใช้กันอยู่ทุกวันมีอะไรอยู่บ้าง แล้วดีต่อสุขภาพแค่ไหน

หลักๆ แล้ว ผงปรุงรสสำเร็จรูปมักจะมีส่วนผสมของเกลือ น้ำตาล และสารเพิ่มรสชาติอย่างผงชูรส ซึ่งบางทีอาจมาในรูปของซีอิ๊วผง หรือสารสกัดจากยีสต์ ยิ่งถ้าเป็นผงปรุงรสสำหรับอาหารไทยบางชนิด อาจมีสมุนไพรและเครื่องเทศผสมอยู่ด้วย เพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

เรื่องโซเดียมก็เป็นอีกเรื่องที่ควรใส่ใจ เพราะผงปรุงรสส่วนใหญ่มีโซเดียมค่อนข้างสูง การใช้ในปริมาณมากเกินไป อาจส่งผลต่อสุขภาพได้ในระยะยาว โดยเฉพาะกับคนที่ต้องควบคุมปริมาณโซเดียม

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเลือกอื่นเลยนะ เดี๋ยวนี้มีผงปรุงรสทางเลือกเพื่อสุขภาพหลายยี่ห้อ ที่ลดปริมาณโซเดียมลง หรือไม่มีผงชูรส บางยี่ห้อก็ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติมากขึ้น เช่น สารสกัดจากผัก หรือเห็ดหอม ทำให้ได้รสชาติอร่อยไม่แพ้กัน แถมยังสบายใจกว่าด้วย

ถ้าอยากรู้ลึกเรื่องส่วนผสมในผงปรุงรสแต่ละแบบ และมีทางเลือกเพื่อสุขภาพอะไรบ้าง ลองไป อ่านฉบับเต็มที่ KitzYou ได้เลย รับรองว่าได้ไอเดียไปปรับใช้กับเมนูโปรดในครัวแน่นอน

ถ้าพูดถึงกระทะที่ทนทาน ใช้งานได้นาน ยิ่งใช้ยิ่งดี กระทะเหล็กหล่อ (Cast Iron) กับกระทะคาร์บอนสตีล (Carbon Steel) น่าจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงเลยใช่ไหมคะ แต่สองแบบนี้มันต่างกันยังไง แล้วแบบไหนจะเหมาะกับครัวของเรามากกว่ากันนะ?

เท่าที่ลองใช้มา กระทะเหล็กหล่อจะเด่นเรื่องการเก็บความร้อนได้ดีมากๆ เหมาะกับการทำอาหารที่ต้องการความร้อนสม่ำเสมอ อย่างการย่างสเต๊กให้ผิวสวยๆ หรืออบขนมปังในกระทะก็ยังได้เลยค่ะ ข้อดีอีกอย่างคือมันทนทานมาก ตกไม่แตก (แต่พื้นอาจจะแตกแทน 😅) ข้อเสียคือมันจะหนักหน่อย และต้องดูแลเรื่องการซีซั่นดีๆ เพื่อกันสนิมค่ะ

ส่วนกระทะคาร์บอนสตีลเนี่ย จะคล้ายๆ กับกระทะเหล็กหล่อตรงที่ต้องซีซั่นเหมือนกัน แต่จะน้ำหนักเบากว่าพอสมควร ทำให้พลิกผัดคล่องตัวกว่า เหมาะกับเมนูผัดผัก หรืออาหารที่ต้องการการควบคุมอุณหภูมิที่รวดเร็ว คือมันจะร้อนเร็วเย็นเร็วค่ะ ใครที่ชอบทำอาหารจีน หรืออาหารไทยที่เน้นการผัดแรงๆ น่าจะชอบกระทะแบบนี้มากกว่า

โดยสรุปแล้ว ถ้าเน้นทำสเต๊ก อบ หรืออาหารที่ต้องการความร้อนระอุ กระทะเหล็กหล่อคือคำตอบ แต่ถ้าชอบผัด ทอดเร็วๆ หรือไม่ชอบกระทะหนักๆ กระทะคาร์บอนสตีลน่าจะตอบโจทย์มากกว่าค่ะ ลองอ่านฉบับเต็มที่ KitzYou เพื่อดูข้อมูลประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติมได้เลยนะคะ

สำหรับคนชอบทำขนมที่บ้าน สิ่งหนึ่งที่ต้องมีติดครัวคือถาดอบขนม แต่พอจะเลือกซื้อก็เจอหลายแบบจนงงไปหมดใช่มั้ยคะ ทั้งอะลูมิเนียม สเตนเลส หรือแบบเคลือบสารกันติด วันนี้เราจะมาดูกันว่าแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง จะได้เลือกให้ตรงใจกับการใช้งานของเรา

– ถาดอบอะลูมิเนียม: เป็นที่นิยมมากเพราะน้ำหนักเบาและนำความร้อนได้ดี ทำให้ขนมอบสุกทั่วถึง แต่ข้อเสียคืออาจจะมีปัญหากับอาหารที่เป็นกรด

– ถาดอบสเตนเลส: ทนทาน ใช้งานได้นาน ไม่ค่อยมีปัญหากับอาหารกรดหรือด่าง แต่เรื่องการนำความร้อนอาจจะช้ากว่าอะลูมิเนียมหน่อย

– ถาดอบเคลือบสารกันติด: อันนี้ตอบโจทย์สำหรับคนที่ไม่ชอบให้ขนมติดถาด ทำความสะอาดง่ายมาก แต่ต้องระวังเรื่องการใช้งานไม่ให้สารเคลือบหลุดลอก

การเลือกถาดอบขนมที่เหมาะกับการใช้งานจะช่วยให้การทำขนมของเราสนุกขึ้นเยอะเลยค่ะ และยังช่วยให้ขนมออกมาน่ากินตามที่เราตั้งใจไว้ด้วย ใครอยากรู้รายละเอียดเรื่องถาดอบขนม วัสดุแต่ละแบบเพิ่มเติม ลองไปอ่านกันดูได้เลยค่ะ

เคยไหมที่อยากทำพริกแกงเอง แต่ไม่รู้จะเลือกครกแบบไหนดี? ครกหิน ครกไม้ หรือครกไฟฟ้า แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ถ้าเลือกถูก ชีวิตในครัวก็ง่ายขึ้นเยอะเลยนะ

สำหรับคนที่ชอบตำพริกแกงให้ละเอียดเนียนแบบไทยแท้ ครกหินแกรนิตนี่แหละคือคำตอบ เพราะความหนักของหินช่วยให้ตำได้ละเอียดและรสชาติเข้าเนื้อ แต่ก็ต้องออกแรงหน่อยนะ ส่วนครกไม้ก็เหมาะกับส้มตำหรืออาหารที่ไม่ต้องละเอียดมากนัก เพราะเนื้อไม้จะให้สัมผัสที่แตกต่าง และไม่ทำให้เนื้ออาหารช้ำเกินไป

ส่วนใครที่เน้นความสะดวกสบายและไม่อยากออกแรงเยอะ ครกไฟฟ้าก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ มันช่วยประหยัดเวลาและแรงได้มาก เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อยหรืออยากทำอาหารเร่งด่วน แต่ก็อาจจะไม่ได้เนื้อสัมผัสเหมือนการตำมือซะทีเดียว เพราะฉะนั้นลองคิดดูว่าเมนูโปรดของคุณต้องใช้ครกแบบไหน เพื่อให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่ใช่ที่สุด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการเลือกซื้อครกแบบละเอียด ลอง อ่านต่อที่ KitzYou ได้เลย

เวลาจะซื้อเตาแก๊สใหม่ทีไร หลายคนคงเคยสงสัยว่าเตาแก๊สหัวทองเหลือง อินฟราเรด หรือแบบเทอร์โบ มันต่างกันยังไงนะ แล้วแบบไหนจะเหมาะกับบ้านเราจริงๆ วันนี้เราจะมาแชร์ข้อมูลสั้นๆ ให้ตัดสินใจเลือกซื้อกันง่ายขึ้นค่ะ

เตาแก๊สหัวทองเหลือง: เป็นแบบที่คุ้นเคยกันดีที่สุด ทนทาน ใช้งานง่าย และให้ความร้อนสม่ำเสมอ เหมาะกับการทำอาหารทั่วไป ไม่ว่าจะผัด ทอด ต้ม ก็เอาอยู่ ข้อดีคือซ่อมง่าย หาอะไหล่ไม่ยาก

เตาแก๊สอินฟราเรด: จุดเด่นคือจะเห็นเป็นหน้าเตาแดงๆ ไม่ได้เป็นเปลวไฟ ข้อดีคือช่วยประหยัดแก๊สได้ดีกว่าหัวทองเหลือง เพราะความร้อนจะกระจายทั่วถึงกว่า และยังช่วยลดคราบเขม่าก้นหม้อได้ด้วย เหมาะกับคนที่เน้นประหยัดและไม่ชอบล้างก้นหม้อดำๆ

เตาแก๊สเทอร์โบ: ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเน้นความแรงและรวดเร็ว ให้ไฟแรงจัด เหมาะสำหรับเมนูที่ต้องการไฟแรงสูงๆ อย่างการผัดฉ่า ผัดไทย หรืออะไรที่ต้องเร่งสปีดค่ะ ข้อดีคือทำอาหารได้เร็วทันใจ แต่ก็อาจจะเปลืองแก๊สกว่าแบบอื่นๆ เล็กน้อย

ลองพิจารณาจากพฤติกรรมการทำอาหารของคุณดูนะคะว่าทำเมนูแบบไหนบ่อยๆ แล้วเลือกเตาที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด ถ้าอยากรู้รายละเอียดเรื่องเตาแก๊ส หัวทองเหลือง อินฟราเรด เทอร์โบ แบบเจาะลึก ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ค่ะ

หลายคนคงเคยสงสัยเวลาจะซื้อหม้อสเตนเลสสักใบว่าควรเลือกแบบไหนดี มีกี่ชั้นถึงจะดี ทำอาหารแล้วไม่ติดก้น ร้อนเร็วทันใจ จริงๆ แล้วเรื่องจำนวนชั้นของก้นหม้อมีผลกับการใช้งานพอสมควรเลยนะ โดยเฉพาะเรื่องการกระจายความร้อน และการป้องกันอาหารไหม้ติดก้น

เวลาเลือกซื้อหม้อสเตนเลส เราจะเห็นบ่อยๆ ว่ามีทั้งแบบก้น 3 ชั้น และ 5 ชั้น ความแตกต่างหลักๆ คือวัสดุที่ซ้อนกันอยู่ตรงก้นหม้อ

– ก้น 3 ชั้น: มักจะเป็นสเตนเลส-อะลูมิเนียม-สเตนเลส โดยอะลูมิเนียมจะช่วยนำความร้อนได้ดี ทำให้หม้อร้อนเร็ว เหมาะกับคนที่อยากได้หม้อที่ทำความร้อนไวๆ

– ก้น 5 ชั้น: จะมีชั้นวัสดุที่หลากหลายกว่า อาจจะเป็นสเตนเลสสลับกับอะลูมิเนียมหรือทองแดงหลายๆ ชั้น ทำให้การกระจายความร้อนสม่ำเสมอทั่วถึงมากขึ้น ช่วยลดโอกาสที่อาหารจะไหม้ติดก้นได้ดีกว่า และเก็บความร้อนได้นานกว่า

สำหรับครัวประจำวันที่เน้นใช้งานหลากหลาย ทำซุป ต้ม แกง หรือผัด ถ้าอยากได้หม้อที่ร้อนเร็ว ไม่ติดก้น และทนทานจริงๆ การเลือกแบบก้น 5 ชั้นก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะให้ประสิทธิภาพในการทำอาหารที่ดีกว่าในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกก้นกี่ชั้น สิ่งสำคัญคือต้องเลือกซื้อจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีมาตรฐาน เพื่อให้ได้หม้อที่ใช้งานได้จริงและปลอดภัยในครัวของเรา

ถ้าใครกำลังมองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกซื้อ หม้อซุป หม้อต้ม สเตนเลส ลองศึกษาเรื่องวัสดุและการดูแลรักษา เพื่อให้หม้อคู่ใจอยู่กับเราไปนานๆ นะ